Mascot Marketing เปิดสูตรเสกความปังให้แบรนด์ ด้วยพลังคาแร็คเตอร์

เพราะสินค้าที่ผลิตและบริการที่สร้างขึ้นไม่สามารถขายตัวเองได้ จึงต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วยแคมเปญการตลาด

หนึ่งในแคมเปญการตลาดที่สร้างสีสันและเรียกความสนใจได้อยู่เสมอ คือ การใช้คาแรกเตอร์มาเป็นตัวแทนแบรนด์ หรือMascot Marketing

Mascotมีที่มาจากละครเวทีเรื่อง La Mascotte ของฝรั่งเศสในปี 1880 ซึ่งนางเอกของเรื่องพาสิ่งดี ๆ มาให้คนที่อยู่ใกล้ จนตัวละครในเรื่องเรียกเธอว่าตัวนำโชค

ละครเวทีเรื่องนี้แสดงมากถึง 472 รอบ จากนั้นก็ดังไปทั่วยุโรป และข้ามมายังสหรัฐฯ จนต่อมาคำว่าMascotปรากฏในภาษาอังกฤษ หมายถึงผู้ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์แทนกลุ่มคนและใครอยู่ใกล้แล้วจะโชคดี หรือตัวนำโชคนั่นเอง

หลังจากนั้นMascotก็กลายเป็นคำทับศัพท์ที่เข้าใจได้แทบทุกภาษา และใช้กันกว้างขวางในแวดวงกีฬาจนแวดวงการตลาดนำมาใช้โปรโมตทั้งสินค้า บริการ และแบรนด์ทั่วโลก รวมไปถึงหน่วยงานราชการต่าง ๆ ในหลายประเทศ    

Mascot มีอยู่ 3 ประเภท คือ สัตว์ สิ่งของ และคาแรกเตอร์ลักษณะเฉพาะ โดยประเภทหลังมีให้เห็นกันมากสุด เช่น ตัว Fido Dido ของน้ำอัดลม 7Up และ Ronald McDonald ของแบรนด์ฟาสต์ฟู้ด McDonald’s

ขณะที่ญี่ปุ่นถือเป็นเบอร์ต้น ๆ ในโลก ที่ใช้ Mascot Marketing กันอย่างแพร่หลายมากสุด ถึงขนาดมีคำ Yuru-chara ใช้เรียก Mascot ขึ้นมา

และแทบทุกจังหวัดมี Yuru-chara ของตัวเอง โดยมี Kumamon เป็น Yuru-chara ดังในระดับประเทศและระดับโลก จน Mascot Marketing ญี่ปุ่นเป็นธุรกิจที่เงินสะพัดมหาศาลหลักเป็น 10,000 ล้านเยน (ราว 2,400 ล้านบาท) ในแต่ละปี

ส่วนในไทยก็มีใช้ Mascot Marketing กันพอสมควร โดยข่าวและคลิปวิดีโอของ Mascot ก็สร้างสีสันได้อยู่เสมอ เช่น คลิปการเต้นของ Mascot แบรนด์ธนาคารและบริษัทการเงินเมื่อ 3 ปีก่อน

และคลิปวิดีโอกับภาพ Mascot ทำท่าเซื่องซึมในบึงฉวาก พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำของจังหวัดสุพรรณบุรี ที่กลายเป็นมีมช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมา เมื่อไม่นานมานี้

ทว่าก็ยังมีคำถามว่าจะใช้Mascot Marketingอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

 

สะดุดตาพาให้จดจำ 

Mascot ส่วนใหญ่ที่คิดค้นกันออกมามักจะเน้นความน่ารัก แต่นี่ไม่ได้ถูกไปทั้งหมด เพราะในเมื่อจุดประสงค์หลักของMascot Marketingคือ เพิ่มการจดจำ

ดังนั้นMascot Marketingที่จะได้ผลมากสุด คือ ต้องสะดุดตาทันทีเมื่อเห็น และเมื่อเห็นแล้วต้องหลงรัก เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อแคมเปญนั่นเอง

 

ไม่ลืมว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใคร  

เคล็ดลับข้อต่อมาของMascot Marketingต่อเนื่องจากข้อแรก โดยนอกจากสะดุดตาแล้ว ยังต้องสอดคล้องกับสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายอยากเห็นด้วย

เช่น ถ้ากลุ่มเป้าหมายคือเด็ก Mascot ก็ควรเน้นความน่ารักแบบของเล่นหรือสัตว์ตัวน้อย และถ้ากลุ่มเป้าหมายเป็นองค์กรภาครัฐก็ไม่ควรเป็น Mascot ที่มีลักษณะตลกขบขันจนเกินไป  

 

ใช้ความต่อเนื่อง

นี่คือเคล็ดลับที่ลืมไม่ได้เด็ดขาด เพราะทั่วไปแล้วคนเราจำอะไรได้เพียงไม่นาน และยิ่งในปัจจุบันที่มีข้อมูลมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์สารพัดแพลตฟอร์มที่แย่งความสนใจอยู่ตลอด อะไรที่ไม่สำคัญจริง ๆ จะถูกลืมได้ง่ายกว่าเดิม

นี่ทำให้แบรนด์ที่ใช้Mascot Marketingต้องใช้แคมเปญกันแบบต่อเนื่องสุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งตัวMascotที่มีคนอยู่ด้านในและขยับได้เมื่อไปโปรโมตแบบ On ground ใส่ลงไปกับโฆษณาตามสื่อในทุกรูปแบบ ทั้งหนังสือ ป้ายโฆษณา หนังโฆษณาและสื่อโซเชียลต่าง ๆ

ขณะเดียวกันต้องระวังให้ตัว Mascot มีลักษณะเหมือนกันทุกครั้งเมื่อนำไปใช้ ทั้งเรื่องการใช้สี และรูปร่าง หรือแม้กระทั่งลักษณะการเคลื่อนไหวเมื่อไปทำแคมเปญ On ground

 

เรื่องเล่าต้องมีพร้อมทำหน้าที่ผู้ส่งสาร

เคล็ดลับข้อนี้แม้เป็นส่วนเสริมแต่ก็สำคัญเช่นกัน เพราะเรื่องราวหรือประวัติของตัวMascotช่วยกระตุ้นความทรงจำของกลุ่มเป้าหมายและผู้บริโภค ขณะเดียวกันยังเป็นประโยชน์ในการค้นหาสินค้าและบริการที่Mascotตัวนั้น ๆ เป็นตัวแทนได้เป็นอย่างดี

พร้อมกันนี้ ทีมงานที่ไปกับตัวMascotเมื่อไปงาน On ground ก็ไม่ควรพลาดโอกาสทองในการย้ำถึงตัวแบรนด์และแคมเปญ ผ่าน Mascot เพื่อส่งสารต่าง ๆ ที่ต้องการไปถึงลูกค้า และเปิดบทสนทนากับกลุ่มเป้าหมาย

เพราะการมีMascotมาด้วยทำให้เข้าถึงลูกค้ากับกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นกว่าปกตินั่นเอง/worldfinancereview, cr8consultancy, การเงินการธนาคาร, linetoday, wikipedia

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer