ข้าวเกรียบมโนห์รา ข้าวเกรียบ 380 ล้าน ที่ติดอันดับข้าวเกรียบที่แพงที่สุดในโลก

 

บอกเลยว่างานนี้ไม่มโน

ในฐานะข้าวเกรียบที่ชาวต่างชาตินิยม ข้าวเกรียบมโนห์รา ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในข้าวเกรียบที่แอบแพงที่สุดในโลก จากคำบอกเล่าของ อภิวัฒน์ วังวิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งข้าวเกรียบมโนห์รา ด้วยรายได้ในปีที่ผ่านมา 380 ล้านบาทในส่วนมโนห์รา อุตสาหกรรมอาหาร บริษัทผลิตข้าวเกรียบมโนห์รา และ 290 ล้านบาท ในบริษัทมโนห์รา มาร์เก็ตติ้ง เป็นผู้จัดจำหน่าย

ใครจะเชื่อหละว่า ข้าวเกรียบถุงบรรจุเชยๆ จะสร้างรายได้เติบโตทุกปี ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยเห็นโฆษณามโนห์ราออกสื่อเท่าไรนัก ส่วนหนึ่งเพราะรสชาติของข้าวเกรียบมโนห์รา ที่ค่อนข้างถูกปากคนไทย มีหลายรสชาติให้เลือกทั้งกุ้ง ปู ปลา ฟักทอง เผือก ที่เจ้าของแบรนด์มโนห์ราบอกว่าทำมาจากวัสดุคุณภาพดี มีพร้อมทอดกับพร้อมทานให้เลือก ส่วนพร้อมทานมีแถมมีน้ำพริกเผาเพิ่มมาให้ทานแกล้มกลับข้าวเกรียบสำหรับผู้ชอบรสชาติของข้าวเกรียบพริกเผา

นอกจากข้าวเกรียบแบบเบสิกแล้ว ยังมีข้าวเกรียบแปรรูปแบรนด์ออร์เดิฟ แบรนด์กินดี้ แบรนด์ไลท์ จำหน่ายภายใต้ซับแบรนด์ของมโนห์ราแถมฟรีน้ำจิ้มเปลี่ยนรสชาติข้าวเกรียบเดิมๆ ในถุง และขนมอบกรอบ ฟีบัสโร ที่อาจจะหากินยากหน่อยในร้านสะดวกซื้อและห้างสรรพสินค้า

ส่วนสอง ข้าวเกรียบมโนห์ราแบบเบสิก มีการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมหาซื้อได้ง่าย ไม่มีคู่แข่งประเภทเดียวกันในเชลฟ์ เพราะส่วนใหญ่ข้าวเกรียบแบบเบสิก เน้นบรรจุถุงใส สกรีนแบรนด์ จำหน่ายตามร้านของฝาก ร้านขายของชำตามต่างจังหวัด จะมีขึ้นห้างก็น้อยห้างนัก เมื่ออยากทานข้าวเกรียบเบสิก มโนห์ราจึงเป็นคำตอบเดียวของนักทานตลอด

ส่วนสาม เข้าหาตลาดต่างประเทศด้วยการโรดโชว์ต่างประเทศกับกระทรวงพาณิชย์เสมอ นำเสนอความเป็นสินค้าไทย เป็นจุดขายหลัก สัดส่วนส่งออกในชื่อแบรนด์มโนห์รา 30% เติบโต 5% ใน 2 ปีที่ผ่านมา ใน 30 ประเทศทั่วโลก มีตลาดที่สำคัญได้แก่ จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง บังกลาเทศ อังกฤษ อินเดีย และอเมริกา ตลาดไทย 70% ส่วนหนึ่งเพราะเป็นของฝากยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ไม่รวมรับจ้างผลิตในรูปแบบ OEM ให้กับจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น

เร่ขายตามหาดสมิหราสู่ข้าวเกรียบหลักร้อยล้าน

วันนี้ข้าวเกรียบมโนห์รามีอายุมากกว่า 50 ปี นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของข้าวเกรียบมโนห์รา ที่ อภิวัฒน์ วังวิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งข้าวเกรียบมโนห์รา ลองให้พี่สาวทำข้าวเกรียบทอดกรอบมาขายเมื่อเรียนอยู่ มศ.5 วางขายในร้านขายของชำของตัวเองที่จังหวัดสงขลา และส่วนหนึ่งเร่ขายนักท่องเที่ยวในหาดสมิหราถุงละ 1 บาทเพื่อส่งตัวเองเรียนด้วยฐานที่ยากจน จนมีผู้มาเหมาไปขายในสงขลา

เขาได้ขยายไปยังตลาดกรุงเทพตั้งใจจะเข้ามาสอบเข้ามหาวิทยาลัยในกรุงเทพ และพักที่วัดมหาธาตุจึงได้เห็นโอกาสตลาดข้าวเกรียบทอดด้วยการลองนำมาขายในสนามหลวงซึ่งเป็นแหล่งชุมชนยอดนิยมของคนกรุงเทพยุคนั้น มีจุดขายทอดสดทดลองชิมได้ สนใจทานเพิ่มขายห่อละ 1 บาท และ 10 บาท

ชื่อเสียงของข้าวเกรียบทอดจากสงขลาที่ท้องสนามหลวงโด่งดังไปไกล มีผู้สนใจขอซื้อส่งมากขึ้น เขาจึงเปิดโรงงาน และคิดสร้างแบรนด์ของตัวเอง ภายใต้ชื่อข้าวเกรียบสงขลา แต่กระทรวงพาณิชย์ไม่อนุญาตให้ใช้ชื่องจังหวัดเป็นเครื่องหมายการค้า จึงเปลี่ยนเป็นชื่อข้าวเกรียบมโนห์ราในที่สุด