ข้าวแช่ เอสแอนด์พี ปรับลุค 30 ปี ลุยกับโซเชียล อินฟลูเอนเซอร์ ตั้งเป้ากวาดคนรุ่นใหม่

เอส แอนด์ พี ปรับลุค 30 ปี “ข้าวแช่ S&P” ลุยลอนช์แคมเปญผ่านโซเชียล อินฟลูเอนเซอร์ ปรับราคา เพิ่มความคุ้ม ตั้งเป้าดึงดูดลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ 50% ขอประเมินยอดขายข้าวแช่ 2.2 แสนเซต ด้านการขยายสาขาปีนี้ มุ่งเสริมโมเดลใหม่ ร้านอาหารและเบเกอรี่รับประทานง่าย ไซซ์กะทัดรัดตามปั๊มน้ำมัน 


คุณอรรถ ประคุณหังสิต ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการธุรกิจ บมจ. เอส แอนด์ พี ซินดิเคท หรือ เอส แอนด์ พี (S&P) กล่าวว่า นอกจากเมนูใหม่ ๆ ที่หมุนเวียนทุก 2 เดือน ส่วนของพอร์ตซีซันนอล ก็ช่วยให้ยอดขายของหน้าร้านสาขา เติบโตจากช่วงปกติ 5-10%

ข้าวแช่นับเป็นหนึ่งในเมนูซีซันนอลช่วงซัมเมอร์ของบริษัทที่ทำตลาดมาแล้วกว่า 30 ปี จนกลายมาเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของแบรนด์ S&P

ปี 2567 บริษัทเปิดตัวด้วย ชุดข้าวแช่ที่มาพร้อมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกทุกเซต แบ่งเป็น เซตข้าวแช่ข้าวหอมมะลิ (148 บาท) และเซตข้าวแช่ข้าวหอมมะลิ-ข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้ หรือเลือกรับเป็นเมนูปลาแห้งแตงโม (198 บาท) เฉพาะซื้อกลับบ้านและสั่งผ่าน S&P Delivery 1344


และยังจำหน่ายเซตข้าวแช่พรีเมียม มีทั้งข้าวแช่ข้าวหอมมะลิ-ข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้ และเมนูปลาแห้งแตงโม (385 บาท) เหมาะสำหรับรับประทาน 2 คน และเสิร์ฟเฉพาะรับประทานที่ร้านสาขา

เป้ายอดขายเซตข้าวแช่ตลอดแคมเปญ (1 มี.ค. – 31 พ.ค. 2567) ไม่ต่ำกว่า 220,000 เซต เติบโต 15% แบ่งเป็นสัดส่วนของเทคอเวย์ 40%, เดลิเวอรี 35%, นั่งรับประทานร้าน 25%

เดิมกลุ่มผู้บริโภคหลักของเมนูข้าวแช่เป็นผู้ใหญ่ (อายุประมาณ 35-60 ปี) ซึ่งส่วนใหญ่นิยมมานั่งรับประทานหน้าร้านเป็นหลัก แต่การหันมาโฟกัสส่วนเดลิเวอรี่ ตั้งแต่ตอนวิกฤตโรคระบาด ทำให้บริษัทเลือกปรับราคาข้าวแช่ให้ดาวน์ลงอยู่ในระดับร้อยบาทกลาง สำหรับเซตเริ่มต้น มอบความคุ้มค่ามากขึ้นสำหรับผู้บริโภค


วันนี้ (7 มี.ค. 2567) บริษัทยังเปิดตัว “ดรีม-อภิชญา พานิชตระกูล” พรีเซนเตอร์ตัวแทนคนรุ่นใหม่ พร้อมปล่อยสปอตโฆษณาภายใต้คอนเซ็ปต์ “ข้าวแช่ S&P เมนูฮิต ซัมเมอร์นี้” ปั้นให้เมนู ข้าวแช่ ไปอยู่ในความสนใจของคนรุ่นใหม่

โดยจะใช้วิธีสร้างการรับรู้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหลัก ทั้งโซเชียลมีเดีย อินฟลูเอนเซอร์ และจะให้ความสำคัญกับติ๊กต็อก และ Douyin (แอปฯ ติ๊กต็อก ที่จำกัดใช้เฉพาะในจีน)

ซึ่งคาดว่ากลยุทธ์ต่าง ๆ ข้างต้น จะช่วยดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นลูกค้าของบริษัทในเป้าที่ประเมินไว้ 2.2 แสนเซต ได้มากถึง 50% แต่ก็ยังคงให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าเดิมเช่นกัน

ขณะที่การเติบโตด้านการดำเนินงานของทั้งกลุ่มแบรนด์ S&P ปี 2567 ตั้งเป้าอยู่ที่ 7%

ฐานผู้บริโภคของบริษัทปัจจุบันอยู่ในกรุงเทพฯ 70% และแทรฟฟิกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มครอบครัว หรือมากันมากกว่า 1 คน ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิล รับประทานหน้าร้านและเดลิเวอรี่ประมาณ 500 บาท เทคอเวย์ประมาณ 200 บาท

ร้านสาขาแอคทีฟอยู่ 440 สาขา มีทั้งร้านอาหาร, ร้านเบเกอรี่, ร้านเดลิเวอรี่และเทคอเวย์

ปี 2567 บริษัทเตรียมขยายสาขาเพิ่มไม่เกิน 40 สาขา และยังลุยบิสิเนสโมเดลใหม่ อย่างร้านอาหารและเบเกอรี่ไซซ์กะทัดรัดตามสถานีบริการน้ำมัน เจาะกลุ่มลูกค้าหาอาหารรับประทานง่าย อิ่มท้อง ซึ่งเริ่มเปิดไปแล้วประมาณ 2 สาขา

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer