กลุ่มคาราบาว เปิดตัวเบียร์ตัวที่ 5 “ตะวันแดง IPA” เติมครบทุกเซกเมนต์ จับผู้บริโภคครอบคลุมทุกกลุ่ม เริ่มปูพรมการตลาด กระจายสินค้าทั้งเครือข่ายรีเทลของกลุ่ม โมเดิร์นเทรด เทรดดิชันนอลเทรด ตั้งโรงงานผลิตงบ 4 พันล้าน มุ่งเป้ามาร์เก็ตแชร์ตลาดเบียร์ 2.6 แสน ลบ. ปีนี้ 10%   

 

 

คุณเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “กลุ่มคาราบาว” กล่าวว่า หลังจากเมื่อปลายปี 2566 ที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวเบียร์ 2 แบรนด์ คือ คาราบาวและตะวันแดง โดยเปิดตัวสินค้าพร้อมกัน 4 รสชาติ

 

อ่าน: ตำนานบทใหม่คาราบาว กางแผนบุกสมรภูมิเบียร์ 2.6 แสนล้าน

 

วันนี้ (18 มี.ค. 2567) บริษัทสร้างปรากฏการณ์ในตลาดเบียร์ในประเทศไทยอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว “ตะวันแดง IPA” (เบียร์ตะวันแดงไอพีเอ) เบียร์ตัวที่ 5 ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น Creative beer ครั้งแรกในประเทศไทย

เบียร์ตะวันแดงไอพีเอใช้เวลาค้นคว้าและคัดสรรรสชาติของเบียร์ตะวันแดง IPA ถึงประเทศต้นกำเนิด อย่างอังกฤษ เป็นระยะเวลาเกือบปี โดยจุดเด่นของเบียร์ฯ คือกลิ่นหอมละมุนที่ผสมผสานจากฮอปส์ 5 สายพันธุ์ ที่ผ่านการคัดสรรจากหลายประเทศ ให้รสสัมผัสที่นุ่ม ลุ่มลึก และสดชื่น เหมาะกับเมืองร้อน พร้อมอาฟเตอร์เทสต์ขมชุ่มคอที่ลงตัว เน้นดื่มง่าย ด้วยปริมาณแอลกอฮอล์ 5.5% และมีราคาที่จับต้องได้

ช่องทางการกระจายสินค้าของผลิตภัณฑ์ทั้ง 5 รสชาติ เครือข่ายของกลุ่มคาราบาว อย่าง ซีเจ มอร์ กว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศ, ร้านถูกดี มีมาตรฐาน 5,000 ร้านทั่วประเทศ และหน่วยรถในศูนย์กระจายสินค้าทั้ง 30 แห่ง

ตลอดจนช่องทางโมเดิร์นเทรด อาทิ Lotus’s, GO Wholesale, กูร์เมต์ มาร์เก็ต, ท็อปส์, Lawson108, Foodland และวิลล่า มาร์เก็ต รวมถึงผ่านช่องทาง On-premise ร้านอาหารต่าง ๆ ภายในเดือน มี.ค. 2567

และเทรดดิชันนอลเทรด พร้อมกระจายสินค้าตรงสู่ “ตัวแทนจำหน่ายประจำพื้นที่ระดับอำเภอ” ทุกอำเภอทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ตลาดเบียร์ 2.6 แสนล้านบาท ถือเป็นตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ใหญ่ที่สุด จากมูลค่ารวม 5 แสนล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี แบ่งเป็นเซกเมนต์ Economy beer 75% Standard 20% Premium 5%

 

 

การลอนช์เบียร์รสชาติที่ 5 ในวันนี้เป็นมูฟเมนต์ล่าสุด ต่อเนื่องจากการเปิดตัว 4 รสชาติก่อนหน้า และการสร้างโรงงานผลิตเบียร์ที่ จ. ชัยนาท กำลังการผลิตประมาณ 400 ล้านลิตร ช่วงแรกนำร่องการผลิตที่ 200 ล้านลิตร งบลงทุนสร้างตั้งต้น 4,000 ล้านบาท เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุด นับจากการลงทุนโรงสุราตะวันแดง 1999 รวมถึงทุ่มงบการตลาดครั้งยิ่งใหญ่ในรอบ 20 ปี

โดยทั้งแบรนด์คาราบาวและตะวันแดงจะลงเล่นในเซกเมนต์อีโคโนมีและสแตนดาร์ด ซึ่งเป็นสัดส่วนใหญ่ของตลาดเบียร์ถึง 95% เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคครอบคลุมในทุกกลุ่ม

การดำเนินงานทั้งหมดเป็นไปเพื่อให้ถึงเป้าส่วนแบ่งการตลาดอย่างน้อย 10% ภายในปี 2567 และต้องไปให้ถึง 30% ในอนาคต พร้อมขึ้นเป็นผู้เล่นหลัก 1 ใน 3 ของตลาดเบียร์

ขณะที่การเติบโตของพอร์ตธุรกิจหลักอื่น ๆ ของกลุ่มอย่าง ร้านซีเจ มอร์ เป้ายอดขายปีนี้ 5 หมื่นล้านบาท กำไร 3.5 พันล้านบาท และการเติบโตของบริษัทในกลุ่ม บมจ. คาราบาว กรุ๊ป ปีนี้ 15%