คาดการณ์ปีนี้ตลาดรวมสินเชื่อรถยนต์มีมูลค่า 505,000 ล้านบาท เติบโต 0.4% จากปีที่ผ่านมา การเติบโตนี้ส่วนหนึ่งมาจากยอดขายรถใหม่ 791,000 คัน เป็นยอดขายที่เติบโต 2% จากปีที่ผ่านมา
พร้อมการเติบโตด้าน GDP ประเทศ 2.7% จากปัจจัยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายสาธารณะ
แม้ตลาดสินเชื่อจะมีการเติบโต แต่เป็นตลาดที่มีความท้าทายในด้านเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า จากการขาดสภาพคล่องทางการเงิน หนี้ครัวเรือน และแนวโน้มหนี้เสียสูงขึ้น
ตลอดจนพฤติกรรมผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าและบริการยากขึ้น จากความไม่ไว้วางใจในสินค้า เนื่องจากความกังวลในมิจฉาชีพ และกังวลในการใช้เงินที่เกิดจากเศรษฐกิจที่ยากลำบาก ที่อาจจะเกิดจากภาวะดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น
บนความท้าทายของตลาดสินเชื่อยานยนต์ในไทย ในปีนี้กรุงศรี ออโต้ วางเป้าหมายยอดสินเชื่อค้างรวม 466,577 ล้านบาท เติบโต 5% จาก 444,644 ล้านบาท
ซึ่งปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อค้างรวมมีสัดส่วนมาจาก
สินเชื่อรถใหม่ 42%
สินเชื่อรถมือสองและสินเชื่อรีไฟแนนซ์ 50%
สินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์ 8%
และยอดสินเชื่อใหม่ 219,636 ล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมาที่เคยทำได้ 223,435 ล้านบาท และมี Approval Rate รวมทุกสินเชื่ออยู่ที่ประมาณ 80%
การลดลงของยอดสินเชื่อใหม่ ส่วนหนึ่งมาจากยอดขายรถ EV ในปีนี้คาดการณ์เติบโต 30% ด้วยยอดคาดการณ์จดทะเบียนที่ 100,000 คัน
เป็นการเติบโตที่ลดลงจากปี 2566 ที่มียอดจดทะเบียน 76,366 คัน เติบโตมากกว่า 680% จากปี 2565 ที่มียอดจดทะเบียน 9,678 คัน
การเติบโตที่ลดลงนี้มาจากในปีที่ผ่านมายอดจำหน่ายรถ EV มีการเติบโตจากนโยบาย EV 3.0 ที่ภาครัฐให้เงินอุดหนุนสำหรับรถยนต์ EV ที่ 70,000–150,000 บาทต่อคัน ตามราคาและแบตเตอรี่รถที่ทำให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งซื้อรถ EV มากขึ้น นอกเหนือจากความประหยัดในการชาร์จไฟแทนเติมน้ำมัน

ส่วนในปีที่ผ่านมา คงสิน คงคา ประธานเจ้าหน้าที่ด่านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่ากรุงศรีออโต้มีสัดส่วนสินเชื่อใหม่มาจากรถ EV มากถึง 49%
และคาดการณ์ยอดสินเชื่อใหม่จากรถ EV จะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ของยอดสินเชื่อใหม่ทั้งหมด
การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนรถ EV ในปีนี้มาจากตลาดรถ EV ที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มที่ซื้อเป็นรถคันที่สองเป็นหลัก ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการผ่อนชำระ
สำหรับกลยุทธ์ในการบุกตลาดสินเชื่อยานยนต์ปีนี้ไปจนถึงปี 2569 คงสินวางกลยุทธ์ SEE Beyond เพื่อสร้างการเติบโตกรุงศรีออโต้ ดังนี้
1. สานต่อแนวคิด Sustainability ด้วยการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ ผ่านหลักการ C-O-D-E (Capability to pay, Offerings with transparency, Debt restructure และ Education ด้วยการดูความสามารของลูกค้าในการจ่ายค่างวดจากฐานรายได้ พร้อมนำเสนอเงื่อนไขที่โปร่งใส เข้าช่วยเหลือลูกค้าในภาวะวิกฤต และ
นำเสนอความโปร่งใสให้กับลูกค้านำเสนอเงื่อนไขที่โปร่งใส และให้ความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจและไม่ให้ลูกค้าก่อหนี้เกินความจำเป็น
ซึ่งการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบเป็นสิ่งที่กรุงศรี ออโต้ ทำมาตลอด 10 ปีที่ผ่าน และสอดรับกับแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ประกาศใช้เมื่อต้นปี
ตลอดจนสร้างโอกาสในการเรียนรู้ด้านการบริหารการเงินให้กับผู้ใช้รถ และสื่อสารความรู้ด้านสินเชื่อและประกันภัยยานยนต์ผ่านแพลตฟอร์มของ One Retail และเครือกรุงศรี
2. Auto User Ecosystem Connectivity เชื่อมโยงอีโคซิสเต็มของแอปพลิเคชัน GO by Krungsri Auto กับพาร์ตเนอร์ที่มีอยู่ 100 ราย ในการสร้างการเติบโตด้านรายได้ และบริการใหม่ ๆ
เช่น การจับมือร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำฟีเจอร์ GO Travel เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในแอปพลิเคชัน GO by Krungsri Auto เพื่อมอบสิทธิพิเศษต่าง ๆ
การจับมือกับพาร์ตเนอร์สถานีชาร์จ EV จำนวน 5 ราย จัดทำ EV Station ครอบคลุมทั่วประเทศ และทำ E-marketplace สร้างแหล่งซื้อขายยานยนต์ เป็นต้น
โดยในปัจจุบันฐานลูกค้ากรุงศรีออโต้ที่ในแอปพลิเคชัน GO by Krungsri Auto มีจำนวนกว่า 3.3 ล้านราย แบ่งเป็นลูกค้า Active 1 ล้านราย
3. Empowerment ให้ความสำคัญกับการอัปสกิลและรีสกิลให้กับพนักงานที่มีกว่า 5,000 คน และสร้างวัฒนธรรมที่เปิดกว้าง เสนอคุณค่าเพื่อสร้างแรงจูงใจ บริหารองค์กรให้ตอบสนองอย่างว่องไว และรองรับการตัดสินใจของทีมงานที่รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อส่งมอบคุณค่าผ่านสินค้าและบริการที่สร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าอยู่เสมอ
อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมากรุงศรีออโต้ จดทะเบียนภายใต้ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) มีผลประกอบการย้อนหลัง ดังนี้
2561 รายได้รวม 9,083.45 ล้านบาท กำไร 3,742.62 ล้านบาท
2562 รายได้รวม 8,920.01 ล้านบาท กำไร 3,301.42 ล้านบาท
2563 รายได้รวม 7,747.81 ล้านบาท กำไร 2,695.31 ล้านบาท
2564 รายได้รวม 6,758.84 ล้านบาท กำไร 2,227.83 ล้านบาท
2565 รายได้รวม 6,870.97 ล้านบาท กำไร 1,891.51 ล้านบาท
–
