ศูนย์การค้าธนิยะ ร่วมกับผู้เช่า รีโนเวตใหญ่ ส่งร้านมัลติแบรนด์ S Club อาภรณ์ใหม่ ปั้นฮับอุปกรณ์กีฬากอล์ฟให้โมเดิร์น เพิ่มฮอบบี้ คาเฟ่, ร้านตามกระแส ผนึก Don Don Donki มัดใจชาวออฟฟิศสีลม อัดที่จอดรถ 900 คัน รองรับแวะจอดสะดวก ช้อปเพลิน

คุณศลิษา นภาธร ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ธนิยะ กรุ๊ป กล่าวว่า ศูนย์การค้าธนิยะ เปิดให้บริการมายาวนานกว่า 30 ปี โดยเริ่มจากการพัฒนาที่ดินว่างเปล่าบนถนนสีลมให้เป็นมิกซ์ยูสที่มีทั้งศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน
วันนี้ศูนย์ฯ กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง หลังรีโนเวตใหญ่เสร็จเมื่อปลายปี 2566 ที่ผ่านมา ด้วยพื้นที่ให้บริการแบบมิกซ์ยูส 2 อาคาร Thaniya BTS (เดินเข้าได้จากทางเชื่อมกับ BTS ศาลาแดง ทางออก 1) และอาคาร Thaniya Atrium ที่ตั้งอยู่บนถนนธนิยะ พื้นที่ให้บริการรวม 33,100 ตร.ม.
แบ่งเป็น โซนค้าปลีกอาคารละ 4 ชั้น รวมพื้นที่เช่าประมาณ 12,000 ตร.ม. อัตราเช่าพื้นที่ขยายตัวอยู่ 80% และผู้เช่ารายหลักหลายแบรนด์ก็มีการปรับหน้าร้านให้เป็นแฟลกชิปสโตร์
ทั้งการเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจจากการเซ้งยาวเป็นแบบสัญญาเช่า หลังรีโนเวตก็จะทำให้ศูนย์ฯ สามารถรับรู้รายได้อย่างสม่ำเสมอมากขึ้น และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารงาน ทั้งร่วมทำงานกับผู้เช่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พื้นที่ค้าปลีกแบ่งตามอาคาร เริ่มจาก Thaniya BTS พื้นที่ 3,500 ตร.ม. เน้นร้านค้าที่ตอบโจทย์แทรฟฟิกที่เป็นชาวออฟฟิศในย่านสีลม ซึ่งหมุนเวียนอยู่ในย่านกว่า 100,000 คนต่อวัน อาทิ ร้าน Don Don Donki, ฮอบบี้ คาเฟ่, ร้านตามกระแส อย่างของสะสม
อาคาร Thaniya Atrium พื้นที่ 8,500 ตร.ม. วางโพสิชั่นนิ่งเป็นคอมมูนิตี้สำหรับคนรักกีฬากอล์ฟชัดเจน ด้วยร้านค้าอุปกรณ์กีฬากอล์ฟจากแบรนด์ชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศ

โดยพื้นที่นำเสนอหลังรีโนเวตของศูนย์ฯ จะเป็น “S Club” ร้านมัลติแบรนด์ที่รวบรวมแบรนด์สินค้าแฟชั่นแอคทีฟไลฟ์สไตล์ เพื่อรองรับดีมานด์ตลาดกอล์ฟที่เติบโตขึ้นทั้งในไทยและทั่วโลก โดยเฉพาะเอเชีย จากผลกระทบเชิงบวกของโควิด-19 ที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ส่งเสริมให้ศูนย์ฯ ยังคงเป็นศูนย์รวมร้านอุปกรณ์กีฬากอล์ฟที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยและเอเชีย แต่มาในอาภรณ์ที่โมเดิร์นมากขึ้น ด้วยการเพิ่มโซนไลฟ์สไตล์แฟชั่นในชั้น 3 ขยายการเข้าถึงกลุ่มนักกอล์ฟรุ่นใหม่ และผู้ที่ชื่นชอบกีฬากลางแจ้ง ที่เริ่มเข้ามาเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสำคัญในตลาดกอล์ฟมากขึ้น
พื้นที่ชั้น 4 จะเป็นโซนร้านอาหารภายใต้คอนเซ็ปต์ Authentic Japanese โดยรวบรวมร้านอาหารที่หลากหลาย และมีเอกลักษณ์มาไว้ด้วยกัน โดยจะทยอยเปิดทำการตั้งแต่ไตรมาส 3/2567 เป็นต้นไป
แทรฟฟิกรวมตลอดปี 2566 ที่ผ่านมาของศูนย์ฯ 7.5 ล้านคน หลังรีโนเวตแทรฟฟิกเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นประมาณ 20-30% อยู่ที่ 30,000-35,000 คน และเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น สัดส่วนเป็นคนไทย 70% คนต่างชาติ 30% โดยกลุ่มหลักจะเป็น ญี่ปุ่น, ยุโรป, จีน, และเกาหลีใต้
บริษัทวางงบการตลาดสำหรับศูนย์ฯ ประมาณปีละ 15 ล้านบาท ให้ความสำคัญทั้งช่องทางออฟไลน์ ออนไลน์ เน้นสร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ ๆ ในศูนย์ฯ ที่มากกว่าแค่การขายของ
วันที่ 20 มี.ค. 2567 ศูนย์ฯ ยังได้จัดงาน Celebrate The New Era at THANIYA ซึ่งมีอินฟลูเอนเซอร์สายสปอร์ตเข้าร่วมอย่าง บอล-ภราดร ศรีชาพันธุ์ และอาร์ม-อาทิตยา คุณนะลาภัทร
ด้านพื้นที่ให้บริการสำคัญอื่น ๆ ส่วนออฟฟิศ อาคาร Thaniya Atrium อยู่ที่ 13,000 ตร.ม. อาคาร Thaniya BTS 8,100 ตร.ม. จะเริ่มทยอยเปิดให้บริการไตรมาส 4/2567
ส่วนที่จอดรถรองรับแทรฟฟิกที่ใช้รถส่วนตัว ศูนย์ฯ จัดไว้ในพื้นที่ของอาคาร Thaniya Atrium และอาคารจอดรถญาดา ซึ่งมีที่จอดรถทั้งบริเวณชั้นใต้ดิน และบนดิน รองรับทั้งหมด 900 คัน
ขณะที่ศักยภาพของย่าน ถ. สีลม ถนนสายเศรษฐกิจที่สั้นที่สุดในประเทศ เพียง 2.7 กิโลเมตร โดดเด่นด้วยทำเลทองอย่างพื้นที่ CBD ซึ่งเป็นจุดอินเตอร์เชนจ์สำคัญระหว่างรถไฟฟ้า BTS (ศาลาแดง) และ MRT (สีลม)
คุณศลิษา เสริมเพิ่มเติมว่า การที่ย่าน ถ. สีลม มีโครงการใหม่ ๆ พัฒนาขึ้นต่อเนื่องส่งผลดีโดยตรงกับศูนย์ฯ ในระยะยาว และทำให้ปัจจุบันย่านนี้ติดอันดับ 1 ใน 5 ของราคาประเมินที่ดินที่สูงที่สุดในประเทศไทย
–
