THE BODY SHOP ยกเครื่องใหม่ สนุก เร้าใจกว่าเดิม

พูดถึงแบรนด์เครื่องสำอางและสกินแครที่ชื่อ The Body Shop เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์นี้ ด้วยเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติและต่อต้านการทดลองในสัตว์ เมื่อบวกกับจำนวนสาขากว่า 60 สาขาทั่วประเทศไทย ทำให้เราคุ้นตากับแบรนด์ The Body Shop เป็นอย่างดี

ย้อนกลับไปเกือบ 10 ปีก่อน The Body Shop ได้รีแบรนด์ดิ้งทั่วโลกเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี เป็นการปรับภาพลักษณ์พร้อมสโลแกนใหม่ แต่ยังคงตอกย้ำการเป็นกรีนแบรนด์ แบรนด์ที่มีความรับผิดชอบและใส่ใจสิ่งแวดล้อมเช่นเดิม

มาวันนี้..วันที่ตลาดความงามมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงพร้อมผู้เล่นที่หลากหลาย แบรนด์เก่าแก่อย่าง The Body Shop จะแก้เกมนี้อย่างได้ไร…

Good things inside, Good things in soul

ยังคงเป็นการปรับภาพลักษณ์ใหม่อีกครั้ง แต่เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในช่วงอายุที่กว้างขึ้น คราวนี้ The Body Shop เลือกปรับโฉมใหม่ให้ดูเด็กลง สนุกมากขึ้น มีลูกเล่นมากขึ้น ผ่านการปรับดิสเพลย์และการตกแต่งร้านให้มีสีสันสดใส ดูเฟรนลี่ และมีกิจกรรมสนุกๆ ให้ลูกค้าได้ลองเล่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ Good things inside, Good things in soul คือหากคุณเข้ามาในร้านแล้ว จะต้องมีผลิตภัณฑ์ดีๆ จาก The Body Shop อย่างน้อย 1 ชิ้นที่ถูกใจและตอบโจทย์ความต้องการ พร้อมกับเปลี่ยนแพกเกจจิ้งใหม่ให้ไปในทิศทางเดียวกัน โดยยังคงคอนเซ็ปต์รักษ์โลกคือสามารถรีไซเคิลได้ ซึ่งหากสังเกตดีๆ ชุดคอลเลคชั่นจาก The Body Shop ทำด้วยกระดาษและวัสดุที่นำมารีไซเคิลได้เกือบทั้งหมด

 

สิ่งที่ทำให้ The Body Shop เป็นแบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์ที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ คือ ไม่ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามเทรนด์ผู้บริโภคหรือรีแบรนด์ดิ้งให้เข้ากับยุคสมัย สิ่งหนึ่งที่ The Body Shop ยังคงไว้อย่างเสมอต้นเสมอปลายคือ การดำเนินธุรกิจภายใต้ Core Value เดิม คือการประกอบธุรกิจโดยไม่คำนึงถึงเรื่องเงินเพียงอย่างเดียว แต่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่ แอนนิต้า ร็อดดิกค์ นักรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน และผู้ก่อตั้งแบรนด์ The Body Shop วางไว้  นั่นทำให้เราเห็นเครื่องสำอางและสกินแคร์แบรนด์นี้จัดแคมเปญและกิจกรรมรณรงค์ในทุกๆ ปี ที่เด่นๆ เห็นจะเป็นนโยบายต่อต้านการทดลองในสัตว์ และการสนับสนุนผู้ผลิตในชุมชน

โจทย์ที่ท้าทายสำหรับ The Body Shop คือจะจัดแคมเปญรณรงค์อย่างไรให้สนุกและเข้ากับภาพลักษณ์ของแบรนด์ ที่สำคัญเล่าเรื่องอย่างไรให้คนในยุคนี้อยากมีส่วนร่วม…

#PlayForPeace & Gift Destination

เมื่อ สนุก+สุข+ช่วยเหลือ คือสมการที่ The Body Shop ต้องถอดให้เหลือในคำตอบเดียว การรวมตัวของแคมเปญ Gift Collections และโครงการ Peace Play Project จึงเกิดขึ้น

โดยแคมเปญ Gift Collections ในปีนี้ The Body Shop จัดขึ้นในคอนเซ็ปต์ #PlayForPeace ที่นอกจากจะมอบชุดของขวัญเทศกาลคริสมาสให้แล้ว ยังให้ลูกค้าเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลก ด้วยแพกเกจจิ้งในชุดของขวัญจากแคมเปญ Gift Destination ทั้ง 49 แบบ ที่สามารถรีไซเคิลเปลี่ยนเป็นเกมสนุกๆ ได้ถึง 4 เกม ซึ่งในปีนี้ได้ดีไซน์เนอร์ชื่อดังจากอังกฤษอย่าง Henry Holland เจ้าของแบรนด์ House of Holland มาร่วมแต่งแต้มสีสันในคอลเลคชั่นนี้ ที่สำคัญลูกค้าทุกคนที่ซื้อ Gift Collections ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความรัก ความสุขให้เด็กๆ ผู้ลี้ภัยจากประเทศซีเรียอีกด้วย

“The Body Shop คือ แบรนด์ที่จริงจังและให้ความสำคัญเรื่อง CSR เป็นอย่างมาก เรามีหน่วยงานภายในที่ทำงานนี้โดยเฉพาะ คือศึกษาและดูว่าประเทศไหนหรือชุมชนใดที่ต้องการความช่วยเหลือ และ The Body Shop สามารถเข้าไปทำอะไรได้บ้าง

ในปีนี้ The Body Shop จัดขบวนพาเหรด Gift Collections พร้อมกับ Charity ในแคมเปญ Play For Peace ซึ่งจัดขึ้นทั่วโลก โดยรายส่วนหนึ่งจากการขาย The Body Shop Gift Collections 49 แบบทั่วโลก จะเป็นเงินทุนในการสร้างโอกาสให้เด็กๆ ผู้ลี้ภัยที่เป็นเหยื่อจากสงครามกลางเมืองประเทศซีเรียเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งการช่วยเหลือจาก The Body Shop ไม่ใช่แค่เข้าไปมอบสิ่งของเท่านั้น แต่เป็นการให้ความช่วยเหลือเยียวยารักษาจิตใจในระยะยาว โดยร่วมมือกับองค์กรระดับโลกอย่าง International Alert ที่คอยจัดสรรเวลาและสถานที่เพื่อเด็กๆ ผู้ลี้ภัยได้มีโอกาสเล่นสนุกและใช้ชีวิตเหมือนเด็กปกติทั่วไปอีกครั้ง ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ พ.ย.60-ม.ค.61 ของการจำหน่าย Gift Collections เราตั้งเป้าหมายคือ ต้องช่วยเหลือเด็กให้ได้อย่างน้อย 600 คน ได้กลับไปใช้ชีวิตแบบเด็กปกติอย่างน้อยเป็นเวลาหนึ่งปี เพื่อให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ” ชญาภา รัตนเดช ผู้ช่วยผู้อำนวยการ Cosmetic&Import Brand บริษัทในกลุ่มเซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้ง เล่าถึงแคมเปญ Play For Peace ให้ Marketeer ฟัง

ชญาภา รัตนเดช ผู้ช่วยผู้อำนวยการ Cosmetic&Import Brand บริษัทในกลุ่มเซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้ง

จากการใช้จุดแข็งของการเป็น Gift Destination ที่มีสินค้าครอบคลุม (Head to Toe) บวกกับการออกแบบแพกเกจจิ้งให้มีลูกเล่นสนุก สดใส น่าซื้อ รวมถึงการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือแบ่งปันความสุขให้เด็กๆ ผู้ลี้ภัย โดยที่ทุกอย่างอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ที่ดูเด็กลงและสนุกมากขึ้น แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ออกมาถือว่า The Body Shop สามารถแก้สมการได้อย่างเฉียบขาด

เมื่อถามถึงทิศทางของ The Body Shop ในอนาคต คุณชญาภากล่าวทิ้งท้ายว่า

“The Body Shop จะไม่ใช่แค่แบรนด์ที่เคยอยู่ในความทรงจำ แต่จากนี้ไปจะเป็นแบรนด์ที่สนุก น่าตื่นเต้น และอยู่กับคุณทุกยุคทุกสมัย เพราะฉะนั้นในอนาคต The Body Shop จะเพิ่มความสนุกมากขึ้น สดใสมากขึ้น เราไม่ได้ปรับแค่ดิสเพลย์และแพกเกจจิ้ง แต่รวมถึงการปรับราคาให้เข้าถึงง่ายขึ้น ปรับบริการและการสื่อสารให้เข้าถึงเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในปีหน้าแอบบอกเลยว่าตั้งแต่มกราคม-ธันวาคม เรามีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทุกเดือน