‘รพ. เปาโล พหลโยธิน’ รีแบรนด์รอบกว่า 50 ปี สู่ ‘รพ. พญาไท พหลโยธิน’ เจาะกลุ่ม New Age ปั้นสู่ Health & Wellness นำองค์ความรู้ ทรัพยากรทางการแพทย์ ‘พญาไท 1’ และ ‘พญาไท 2’ ถ่ายทอดบริการแบบ Hospitality

คุณอัฐ ทองแตง ประธานคณะผู้บริหาร เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล กล่าวว่า กลุ่ม New Age ที่สนใจสุขภาพและมี Active Lifestle เติบโตมากขึ้น จากพื้นที่ไลฟ์สไตล์ของผู้คน และสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ย่านธุรกิจขยายตัวมากขึ้น ทำให้กลุ่มผู้ใช้บริการเปลี่ยนแปลงตาม จากครอบครัวใหญ่เป็นครอบครัวเดียว มีกลุ่มคนทำงาน คนรุ่นใหม่ ชาวต่างชาติ และสังคมผู้สูงวัยที่สนใจสุขภาพมากขึ้น 

เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล จึงเดินหน้ายกระดับการให้บริการด้านการแพทย์ที่ตอบโจทย์กลุ่ม New Age ด้วยการรีแบรนด์ ‘รพ. เปาโล พหลโยธิน’ สู่ ‘รพ. พญาไท พหลโยธิน’ ในรอบกว่า 50 ปี

รพ. พญาไท พหลโยธิน 70% เป็นลูกค้าเดิม 30% ลูกค้าใหม่ ทั้งสัดส่วนชาวไทย และชาวต่างชาติ 70% และ 30% เช่นกัน

การรีแบรนด์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริการด้านสุขภาพของลูกค้าทุกกลุ่มข้างต้น ด้วยการนำเทคโนโลยี (Digital Transformation) และนวัตกรรมการบริการเข้ามายกระดับการดูแลผู้ป่วยกลุ่ม New Age ที่ต้องการความรวดเร็ว และบริการที่ตอบสนองเฉพาะบุคคล ภายใต้อัตลักษณ์ของกลุ่ม รพ. พญาไท ด้วยมาตรฐานคุณภาพ และความปลอดภัยระดับสากล

เช่น แอปพลิเคชัน Health Up ที่ช่วยนัดหมาย และติดตามการนัดจากที่บ้าน รวมถึงบริการ Telecare ปรึกษาปัญหาสุขภาพ 24 ชั่วโมง เพิ่มความสะดวกสบายทั้งผู้ใช้บริการและบุคลากรทางการแพทย์

โดย รพ. พญาไท พหลโยธิน ต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์จากโรงพยาบาลที่คนมารักษาโรคเป็นสถานที่สำหรับชอปปิงสุขภาพ เน้นการสร้างเสริม Health & Wellness ในทุกมิติ และตั้งเป้าให้เป็นแฟลกชิปที่เจาะกลุ่มพรีเมียมมากขึ้น

การรีแบรนด์ครั้งนี้ยังเป็นไปเพื่อช่วยลดความหนาแน่นของผู้ใช้บริการที่ ‘พญาไท 1’ และ ‘พญาไท 2’ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ Mass transit (สายสุขุมวิท) โดยทั้งสองโรงพยาบาลจะร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ และทรัพยากรทางการแพทย์ด้วยบริการแบบ Hospitality เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลทุกเพศทุกวัยได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น

รพ. พญาไท พหลโยธิน จะเดินหน้าพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์ 5 ศูนย์ เพื่อยกระดับการรักษาที่มีคุณภาพ ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ประกอบด้วย

1. ศูนย์ศัลยกรรมโรคในช่องท้อง: ให้บริการผ่าตัดแบบส่องกล้องขั้นสูง แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว

2. สถาบันกระดูกและข้อ: นำเทคโนโลยีผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบส่องกล้อง และการซ่อมแซมข้อไหล่ ข้อศอก และข้อเข่า สำหรับผู้บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพก เป็นต้น

3. ศูนย์ทันตกรรม Digital Dental: ใช้นวัตกรรมดิจิทัลในการรักษาด้านทันตกรรม

4. ศูนย์ Let’s talk: ให้บริการ ปรึกษาปัญหาสุขภาพใจ พร้อมพื้นที่ทำกิจกรรมบำบัดในบรรยากาศอบอุ่นและปลอดภัย

5. ศูนย์ Love Space: ดูแลสุขภาพเพศ พื้นที่ Safe Zone สำหรับทุกคน สามารถรับคำปรึกษาผ่าน Telecare ได้

นอกจากนี้ จะยังมีศูนย์บริการเฉพาะทางอื่น ๆ เช่น ศูนย์พัฒนาการเด็กและศูนย์ตรวจสุขภาพครบวงจรเพื่อส่งเสริม Well-being ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงผู้ใหญ่

Marketeer FYI

‘รพ. เปาโล พหลโยธิน’ หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อ ‘รพ. เปาโล สะพานควาย’ เป็นโรงพยาบาลเอกชนซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. 1972 ด้วยเจตน์จำนงและความมุ่งมั่นของ ‘นายแพทย์สังกาศ ทองบริสุทธิ์’ ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาล

ช่วงปีดังกล่าวเป็นยุคที่ประเทศไทยเริ่มปรับเปลี่ยนสู่ประเทศอุตสาหกรรมใหม่ ธุรกิจเกิดใหม่หลายประเภทได้เกิดขึ้น รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้ประชากรย้ายเข้าสู่กรุงเทพฯ มากขึ้น จำนวนผู้ป่วยจากโรคต่าง ๆ และอุบัติเหตุก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน จนโรงพยาบาลรัฐไม่สามารถรองรับได้เพียงพอ 

เริ่มแรก รพ. เปาโล พหลโยธิน มีอาคารหลังเดียว เรียกว่าอาคาร 1 ซึ่งดัดแปลงจากอาคารชุดที่อยู่อาศัย เลขที่ 670/1 บนถ. พหลโยธินฝั่งขวา ห่างจากสี่แยกสะพานควาย ประมาณ 200 เมตร

ก่อนขยายพื้นที่การให้บริการอีกเป็นอาคารที่ 2, 3, 4 ซึ่งเป็นอาคารขนาด 9 ชั้น รวมทุกอาคารรองรับผู้ป่วยได้สูงสุดถึง 250 เตียง

โดย รพ. เปาโล พหลโยธิน มาอยู่ภายใต้เครือรพ. กรุงเทพ หรือ บมจ. กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) หลังการเข้าซื้อหุ้น บริษัท ประสิทธิ์พัฒนา จำกัด (มหาชน) เจ้าของ รพ. พญาไท และ รพ. เปาโล ในปี 2011 ด้วยการแลกหุ้นกับกลุ่มของคุณวิชัย ทองแตง ส่งผลให้กลุ่มคุณวิชัย กลายมาเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ BDMS ด้วย (อ้างอิง: 1)

ปัจจุบัน BDMS ดำเนินการภายใต้ชื่อรพ. 6 กลุ่มทั่วประเทศไทย คือ กลุ่มรพ. กรุงเทพ, กลุ่มรพ. สมิติเวช, กลุ่มรพ. บีเอ็นเอช, กลุ่มรพ. พญาไท, กลุ่มรพ. เปาโล และกลุ่มรพ. รอยัล

วันที่ 20 พ.ค. 2024 กลุ่ม BDMS ได้ประกาศรีแบรนด์ ‘รพ. เปาโล พหลโยธิน’ สู่ ‘รพ. พญาไท พหลโยธิน’ ในรอบกว่า 50 ปี


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer