Life/แต่ละคนมีวิธีการใช้เวลาช่วงพักผ่อนหรือวันหยุดหลังเรียนและทำงานกันมาติดกัน 5 วันต่างกันไป บางคนเลือกออกไปท่องเที่ยว สังสรรค์กับเพื่อนฝูง ดูหนังดูคอนเสิร์ต หรือใช้เวลาคุณภาพกับครอบครัว
อีกกิจกรรมช่วงพักผ่อน ที่ยังคงมีคนกลุ่มใหญ่ทำกันทั่วโลก คือการอ่านหนังสือ ยืนยันได้จากที่ร้านหนังสือยังคงไม่ตาย ยังมีงานหนังสืออยู่เป็นประจำ และยังมีหนังสือมากมายหลายประเภทออกสู่ตลาด
ส่วนใครที่ยังลังเลว่าควรเลือกหนังสือมาอ่านสักเล่มในวันว่างดีหรือไม่ Marketeer ขอเป็นอีกหนึ่งเสียงเชียร์ให้ลองเปิดใจมาอ่านหนังสือ เพราะทันทีที่เปิดอ่านนี่คือประโยชน์ 4 ข้อที่คุณจะได้ไป

ใช้เวลาคุ้มค่ากว่าเดิม: ประโยชน์ข้อแรกเลยของการอ่านหนังสือ คือ คุณจะได้ดื่มด่ำกับช่วงเวลา เพราะการอ่านหนังสือไม่มีทางลัด และคุณต้องทยอยอ่านไปทีละหน้า
แม้แรก ๆ อาจอึดอัดที่ไม่สามารถเลื่อนหาข้อมูลได้แบบทันใจเหมือนสมาร์ตโฟน แต่ทุก ๆ หน้าที่ผ่านไป สมาธิจดจ่อก็จะมีเพิ่มขึ้น ได้ลดเกียร์ชีวิต และตกผลึกกับข้อมูลได้มาอย่างช้า ๆ
เพิ่มมุมมองใหม่ๆ: ประโยชน์ข้อต่อมาจากการอ่านหนังสือ คือ มุมในการมองโลกของคุณจะกว้างขึ้น เพราะได้มองผ่านเลนส์ตาของผู้เขียนหนังสือประเภทต่าง ๆ ในแต่ละเล่ม
ไม่ว่าจะเป็นนิยาย How to ชีวประวัติและประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสให้คุณได้ออกจากห้องเสียงสะท้อน (Echo chamber) จากการหาข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลและเสิร์ชเอ็นจินอีกด้วย

รู้จักใจเขาใจเรา: ประโยชน์อีกข้อของการอ่านหนังสือ คือ ช่วยลดอาการคิดเข้าข้างตัวเองและความผิดพลาดจากการตัดสินคนอื่นด้วยมุมมองตื้น ๆ ของตัวคุณเอง (Attribution error)
หนังสือที่สามารถขจัดอคติดังกล่าวได้ดีที่สุด คือ ชีวประวัติของบุคคลในประวัติศาสตร์ เพราะเป็นประตูเปิดให้เราได้เห็นว่า คนที่ถูกตัดสินว่าเลวร้ายนั้นมีที่มา และคนเก่งคนดีก็อาจมีมุมร้าย ๆ แฝงอยู่เช่นกัน
เข้าใจสถานการณ์ได้ไว: ประโยชน์ข้อสุดท้ายที่ย้ำว่าการอ่านหนังสือนั้นมีแต่ได้กับได้ คือ จะทำให้คุณอ่านสถานการณ์เร็ว และมองปัญหาต่าง ๆ ได้ขาด
เพราะเห็นสัญญาณและนัยต่าง ๆ ที่แฝงอยู่ได้มากกว่าผู้อื่น ๆ โดยหนังสือที่ช่วยให้คุณเห็นเรื่องเหล่านี้ได้ดีที่สุด คือ นิยายสอบสวน และชีวประวัตินักการเมือง/ fastcompany
–
