สมใจ ร้านเครื่องเขียน 200 ล้าน

 

เชื่อว่าเด็กสวนกุหลาบ เพาะช่างและพื้นที่ใกล้เคียง น้อยคนนักที่ไม่เคยเป็นลูกค้าร้านเครื่องเขียนสมใจ ที่อยู่ตรงข้ามโรงเรียน และเด็กรุ่นใหม่อาจจะแปลกใจที่ทำไมในถนนเส้นเดียวกันสมใจถึงมามากถึง 2 ร้าน เล่นเอาเข้าไม่ถูกเลยทีเดียว

เพราะในวันนี้สมใจ ได้ก้าวสู่ธุรกิจ 200 ล้าน กับอายุที่ยาวนานในตลาดเครื่องเขียนถึง 62ปี จากยุคคุณยายสมใจในปี 2498 จนมาถึงยุคที่ทายาทรุ่นที่3 วิภวานี วิทยานนท์ และ นพนารี พัวรัตน์อรุณกร จะเข้ามาช่วยเสริมให้ธุรกิจครอบครัวอย่างสมใจมีความ ชิคๆ คูลๆ และดูสาวขึ้น จากภาพถ่ายสินค้าแนวมินิมอลโดนใจคนรุ่นใหม่ในสื่อออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก ไอจี และเว็บช็อปปิ้งเครื่องเขียนสมใจออนไลน์ ช่องทางสร้างรายได้และ Awareness ใหม่ สอดรับ Thailand 4.0 ซะเลย

B2S เป็นยักษ์ใหญ่ของเครื่องเขียนยุคใหม่ ร้านเครื่องเขียนอย่างสมใจ ถือว่าไม่เป็นรองใคร ในเมื่อคนซื้อเครื่องเขียนเป็นคนกลุ่มเดิม มีไลฟ์สไตล์ในการเลือกเครื่องเขียนคล้ายๆ เดิม ร้านเครื่องเขียน Stand Alone ถ้าไม่ปรับก็คงทรงตัวหรืออยู่ไม่ได้ ว่าไหม เพราะดูจากรายได้ในบางปีสมใจก็รายได้ตกส่วนหนึ่งเกิดจากการแข่งขันของคู่แข่งรายใหญ่ที่มีจุดเด่นคือร้านเครื่องเขียนในห้าง และร้านเครื่องเขียนรายเล็กที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ

แล้วทำไมร้านเครื่องเขียนอย่างสมใจถึงมีรายได้สมใจถึง 200 ล้าน

  1. ตั้งราคาสินค้าไม่แพง ยอมมีมาร์จิ้นน้อยหน่อย ให้ลูกค้าติดและกลับมาซื้อเรื่อยๆ ซึ่งเป็นจุดยืนของสมใจตั้งแต่ 62 ปีที่ผ่านมา ที่ต้องการจำหน่ายเครื่องเขียนราคามิตรภาพ ด้วยเหตุผลเป็นสิ่งที่นักเรียนต้องใช้ และนักเรียนก็ไม่มีเงินมากนักที่จะซื้อสินค้าราคาแพง
  2. มีสินค้าที่หลากหลายมากกว่าเครื่องเขียน ปัจจุบันสมใจมีสินค้ามากกว่า 60,000 SKU เรียกว่าใครอยากได้อะไรสมใจมีหมด ขนาดเคยเข้าไปถามหาลูกแบดมินตันสมใจก็ยังมีแบ่งขายปลีกทีละลูก มีสินค้าหลักที่ยืนพื้นจำหน่าย และสินค้าตามฤดูกาลฮิต จำหน่ายตามความนิยมของคนในช่วงเวลานั้น เช่นบางช่วงเด็กฮิตเล่นแป้งโดว์ สมใจก็มีแป้งโดว์จำหน่าย ถึงขนาดบางสาขาสินค้าขายดีกลับเป็นสินค้า DIY พวกกล่องไม้ อุปกรณ์ตกแต่งมากกว่าเครื่องเขียน
  3. นำระบบไอทีมาใช้ตั้งแต่ทายาทรุ่นที่ 2 ในการจัดการระบบหลังบ้าน สต๊อกสินค้า บัญชี ทั้งๆ ที่ในยุคนั้นสมใจมีเพียงสาขาตรงสวนกุหลาบเท่านั้น แต่เพราะการมีระบบทีดี ทำให้สมใจสามารถขยายไปยังสาขาอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น
  4. มีระบบสมาชิกสะสมแต้มรับส่วนลด และสร้าง Loyalty ลูกค้ากับสมใจมากขึ้น ลูกค้าสมัครฟรีและเมื่อใช้บริการเพียงแจ้งเบอร์โทรศัพท์เพื่อสะสมแต้ม ถือว่าสะดวกและไม่มีต้นทุนด้านบ้าน
  5. ขยายสาขาในห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ และแหล่งชุมชน โดยสาขาแรกที่เปิดให้บริการนอกพื้นที่ ตรงข้าม โรงเรียนสวนกุหลาบและเพาะช่างคือดิโอลด์สยาม อยู่ไม่ไกลจากฐานทัพเดิมของสมใจมากนัก แค่เดินไปไม่กี่นาทีก็สามารถไปดูแลธุรกิจได้ ก่อนที่จะขยายไปยังสาขาอื่นๆ ที่เน้นพื้นที่ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายโดยตรง เช่นสาขาจามจุรี สแควร์ เพราะใกล้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขา สยามสแควร์ แลตึกวรรณสรณ์ เพราะมีโรงเรียนกวดวิชามาก และเป็นแหล่งพบปะของวัยรุ่น มีบางสาขาเปิดในห้างอย่างเซ็นทรัลพระราม 9 ไม่หวั่นแม้จะมียักษ์ใหญ่อย่าง B2S อยู่ในนั้นก็ตาม และยังมีสาขาต่างจังหวัดอย่างเชียงใหม่ หัวหิน และโคราช โดยโคราชถือว่าเป็นสาขาทางสมใจหวังให้เป็นฮับเปิดตัวสมใจสู่ภาคอีสาน
  6. Ecommerce ขยายฐานลูกค้า ผ่านเว็บ co.th ที่มาพร้อมกับภาพถ่ายสินค้าแนวมินิมอลที่เป็นจุดเปลี่ยนให้สมใจดูสาวขึ้น เข้าถึงเด็ก และขยายฐานลูกค้าได้ทั่วประเทศ จากเดิมที่ผ่านมา Awareness ลูกค้าร้านสมใจที่คนทั่วไปเข้าใจคือ กลุ่มอายุ 40-50 ซึ่งเป็นลูกค้าดั้งเดิมของร้านทั้งๆ ที่กลุ่มซื้อสินค้าเครื่องเขียนกลุ่มหลักคือกลุ่มนักเรียนนักศึกษา

การเข้าสู่ธุรกิจ Ecommerce ของสมใจ เกิดจากความบังเอิญที่ทายาทรุ่น 3 ทำ Facebook สมใจขึ้นมา และพบว่า มีลูกค้าจำนวนมากที่สั่งซื้อสินค้าสมใจผ่านช่องทางนี้ ด้วยเหตุผลไม่สะดวกเดินทางเข้ามาซื้อที่ร้านเอง และการซื้อผ่าน Facebook จำเป็นต้องใช้พนักงานจำนวนมากในการตอบคำถามสรุปยอด จึงเป็นที่มาของการเปิดเว็บไซต์ Ecommerce เพื่อลดขั้นตอนที่ใช้พนักงานลง สร้างความเชื่อมั่นในการชำระเงินกลับกลุ่มลูกค้ามากขึ้น และเป็นสิ่งที่ทายาทรุ่นที่ 3 มองว่าเป็นการลงทุนที่ยั่งยืนกว่าในระยะยาว ซึ่งการออกแบบเว็บไซต์ Somjai นี้เป็นการลอกเลียนแบบการจัด Category มาจาก Amazon ให้ลูกค้ารู้สึกค้นหาง่าย ส่วน Facebook และ IG เป็นช่องทางดึงลูกค้าเข้าเว็บด้วยโปรโมชั่นต่างๆ และหลักจากหลังจาก 6 เดือนที่เปิดเว็บ Somjai สามารถสร้างยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 5%

ธุรกิจแรกของสมใจไม่ใช่ร้านเครื่องเขียน แต่เป็นร้านห้องแถว 1 ห้องที่ขายหนังสือวรรณกรรมเล่มหน้าอ่านกันตาแฉะ อย่างอีเหนา สามก๊ก และอื่นๆ เพราะคุณตานิยม และคุณยายสมใจ ผเดิมชิต ผู้ก่อตั้งสมใจเคยทำงานอยู่ร้านหนังสือใหญ่แห่งหนึ่งในกรุงเทพ แต่เพราะสมใจอยู่ตรงข้ามโรงเรียนสวนกุหลาบและระแวกใกล้เคียงอย่างวังบูรพามีร้านหนังสือจำนวนมากทำให้ขายไม่ดีนัก จึงตัดสินใจเปลี่ยนเป็นขายเครื่องเขียนในราคาถูกแทน เพราะเป็นสิ่งที่เด็กนักเรียนจำเป็นต้องใช้

ส่วนชื่อสมใจมาจากชื่อของคุณยายสมใจที่คุณตาหยิบมาเป็นชื่อร้าน และโลโก้ร้านสมใจก็มาจากลายมือของยายสมใจ เรียกได้ว่าเป็นร้าน(ของ)สมใจแท้ๆ ก่อนที่จะมาปรับให้มีเส้นโค้งมนมากขึ้นในปัจจุบัน