Trend/เสื้อผ้าที่เราสวมใส่หรือเทรนด์แฟชั่นไม่ว่าในยุคสมัยใดย่อมมีที่มาที่ไป และเป็นภาพสะท้อนชีวิตความเป็นอยู่ สถานการณ์โลก หรือบริบททางสังคม ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเสมอ
มาปี 2024 หากกวาดตามองไปในบริษัทจะเห็นได้ว่าบรรดาคนวัยทำงานโดยเฉพาะผู้หญิงรุ่นใหม่ กลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่เป็นกำลังหลักในแต่ละบริษัท กลับมาพิถีพิถันเรื่องชุดทำงานกันอีกครั้ง
แต่ละชุดมักมีลูกเล่นต่างจากชุดทำงานแบบเดิม ๆ เช่น เป็นสูทเข้ารูปและสั้นเพื่อโชว์เรียวขา เสื้อท่อนบนตัวเล็กใส่คู่กับกางเกงทรงพลิ้ว หรือเสื้อกับกางเกงเข้าชุดกันแต่มีทรงหลวม หรือแหวกและผ่า
นอกจากนี้ แทบทุกชุดก็เหมือนหลุดออกมาจากรันเวย์แฟชั่น และยังสามารถใส่ไปเที่ยวกลางคืนหรือออกงานช่วงค่ำได้อีกด้วย

เทรนด์ดังกล่าวคือ การปรับชุดทำงานหรือเครื่องแบบให้สวยเท่เตะตาเพื่อใส่ได้หลายโอกาสหรือตลอดวัน ที่เรียกกันว่า Corpcore โดยคำว่า Corp มาจาก Corporation ซึ่งหมายถึงบริษัทหรือองค์กรนั่นเอง
หลักฐานที่ยืนยันว่าเทรนด์แฟชั่น Corpcore กำลังฮิตคือ ยอดการค้นหาเสื้อผ้าและแฟชั่นไอเทมของเทรนด์นี้ผ่านคำอย่าง Corpcore และคำใกล้เคียงอย่าง Corporate chic ใน Pinterest เพิ่มขึ้นถึง 950%
Zendaya
พร้อมกันนี้นักแสดงหญิงรุ่นใหม่ขวัญใจ Gen Y และ Gen Z อย่าง Zendaya และ Sydney Sweeney
หรือแม้กระทั่งคนดังรุ่นพี่รุ่นแม่ของทั้งสองคนนี้ อย่าง Jenifer Lawrence และ Naomi Campbell ก็ต่างพากันสวมชุดแบบ Corpcore ออกงานให้เห็น
Jenifer Lawrence
เมื่อ Corpcore มาแรง แบรนด์แฟชั่นดัง ๆ อย่าง Ralph Lauren, Christian Dior, Balmain, Prada และ H&M ต่างก็ทำชุดทำงานดีไซน์สะดุดตาออกมารองรับความต้องการของตลาด
ซึ่งกลุ่มลูกค้าคือ Gen Y, Gen Zillenails (อยู่ระหว่าง Gen Y กับ Gen Z) และ Gen Z นั่นเอง

มี 3 ปัจจัยที่ผลักดันให้เกิดเทรนด์แฟชั่น Corpcore ขึ้น โดยปัจจัยแรกคือ โลกการทำงานกลับสู่ภาวะปกติแล้ว หลังบริษัทเรียกตัวพนักงานกลับเข้าออฟฟิศกันมากขึ้น แม้จะลดวันทำงานลงเหลือ 4 วัน
และเปิดกว้างให้ทำงานแบบผสมผสานสลับระหว่างที่บ้านกับบริษัทเน้นสะดวกเป็นหลัก (Hybrid First) ก็ตาม ดังนั้น สิ่งที่ตามคือ ชุดใส่ทำงานกลับมาฮิตอีกครั้ง
แต่ก็มีการจับคู่กับชุดลำลอง หรือทำชุดให้สะดุดตาขึ้น เพื่อให้สามารถใส่ไปออกงานกลางคืนหรือไปเที่ยวสังสรรค์หลังเลิกงานได้ด้วยนั่นเอง
ปัจจัยถัดมาที่ผลักดันให้แฟชั่น Corpcore ฮิต คือการใส่ใจสิ่งแวดล้อมของคนรุ่นใหม่ โดยหลังคนรุ่นใหม่เห็นว่า แม้กลุ่มแบรนด์แฟชั่นค้าปลีก (Fast fashion) จะราคาถูก ซื้อหาได้สะดวกและรอไม่ถึงสัปดาห์ก็มีให้เลือกซื้อที่ร้านแล้ว
แต่ถ้าอุดหนุน Fashion กลุ่มนี้มาก ๆ จะเป็นการก่อขยะแฟชั่น ดังนั้น คนยุคนี้จึงยอมซื้อเสื้อผ้าราคาแพงกว่าปกติ ตัดเย็บอย่างดี มีการสั่งตัด ที่แม้มาช้าแต่ก็ใส่ไปได้นาน ๆ (Slow fashion)

หรือสลับจับคู่กับตัวอื่น ๆ (Mix and Match) และซื้อแฟชั่นไอเทมที่แพตเทิร์นกับสีใส่ได้หลายโอกาส เพื่อลดการซื้อตัวใหม่ และต้องทิ้งตัวเก่าให้กลายเป็นขยะ
ปัจจัยสุดท้ายที่ผลักดันและส่งให้เทรนด์แฟชั่น Corpcore ฮิตขึ้นมาคือ การเปิดกว้างทางเพศ อันจะเห็นได้จากชุดและการแต่งตัวของผู้หญิงมีองค์ประกอบของชุดผู้ชาย
เช่น สูทตัวใหญ่ เสื้อคลุม หรือ เนกไท ส่วนการแต่งตัวของผู้ชายก็มีแฟชั่นไอเทมของผู้หญิงอย่างกางเกงที่ทรงคล้ายกระโปรงและสร้อยมุกให้เห็น
ซึ่งการที่หญิงและชายสามารถแต่งตัวแบบนี้ได้ ก็ยังเกิดจากการแต่งตัวของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) มีอิทธิพลต่อโลกแฟชั่นกระแสหลักมากขึ้นด้วย/fastcompany, nypost
–
