ในช่วงปลายปี ถือเป็นนาทีทองสำหรับการลงทุนใน LTF และ RMF กองทุนคู่แฝดที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนต้องมี เพราะนอกจากเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีแล้ว ยังช่วยลดหย่อนภาษีด้วย

ในฐานะมนุษย์เงินเดือนเหมือนกัน วันนี้เลยหยิบกองทุนที่มาแรงที่สุดในเวลานี้มาแนะนำกัน

โดยอ้างอิงจากข้อมูลของมอนิ่งสตาร์ ปีนี้ท่ามกลางตลาดที่ผันผวน มีกองทุนที่ผลประกอบการชนะเกณฑ์มาตรฐานอยู่ 23 กองจาก 57 กอง ซึ่งกองทุน LTF ที่ให้ผลตอบแทน 3 ปี และ 1 ปี ย้อนหลังมากเป็นอันดับ 1 คือ กองทุน K 20 Select LTF (K20SLTF) ส่วนกองทุน RMF ที่ให้ผลตอบแทน 6 เดือน และ 1 ปี อันดับ 1 จาก 12 กองทุน ในกลุ่ม RMF หุ้นขนาดกลางและเล็ก คือ กองทุน K Mid Small RMF (KMSRMF) จาก บลจ.กสิกรไทย

 

หากดูผลตอบแทนระยะยาว 3 – 5 ปี เห็นชัดว่า K20SLTF เพอร์ฟอร์มดีกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และในระยะสั้น 6 เดือนและ 1ปี ก็ถือว่าทำได้ดีมากเช่นกัน ส่วน KMSRMF ซึ่งจัดตั้งมาเพียง 1 ปี ก็ให้ผลตอบแทนระยะสั้น 6 เดือนและ 1 ปี ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐาน จุดนี้น่าสนใจ เพราะตลาดหุ้นไทยอย่างที่ทราบว่ามีความผันผวนสูงจากปัจจัยเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ แต่ K20SLTF และ KMSRMF สามารถทำได้ดีกว่าตลาด และกองทุน K20SLTF ยังขึ้นแท่นกองทุน Top 5 LTF ผลตอบแทนสูงสุดตั้งแต่ต้นปี จากการจัดอันดับของ Morningstar Thailand ปีนี้

ที่มา : Morningstar วันที่ 28 ตุลาคม 2559 K20SLTF จัดตั้งเมื่อ 28 มิถุนายน 2550 KMSRMF ก่อตั้งเมื่อ 30 กันยายน 2558

 

ลองมาดูกุญแจความสำเร็จว่ามีปัจจัยใดบ้าง ซึ่งจุดเด่นของกองทุนจากแบงก์สีเขียวทั้งสองกองทุนมาจากกลยุทธ์การบริหารกองทุนโดยใช้หลัก “Select – Company Visit – Analysis – Review”

 

เริ่มตั้งแต่การพิจารณาเลือกกลุ่มอุตสาหกรรม ที่ตรงกับธีมการลงทุนในช่วง 3-6 เดือน จากนั้นคัดเลือกหุ้น แล้วทำการ วิเคราะห์เจาะลึก ออกไปทำการ Company Visit คือ การขอเข้าพบบริษัทต่างๆเพื่อสัมภาษณ์ผู้บริหาร รวมถึงการขอข้อมูลรายละเอียดเชิงลึกเพื่อกลับมาทำการวิเคราะห์เพื่อหามูลค่าเหมาะสมของกิจการ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นหุ้นที่ใช่ แล้วคัดเลือกหุ้น ให้เหลือหุ้นเด่นไม่เกิน 20 ตัวเข้ามาในพอร์ตการลงทุน

เมื่อได้หุ้นที่ใช่สำหรับพอร์ต ต้องกำหนดน้ำหนักการลงทุนให้เหมาะสม นอกจากนี้จังหวะการลงทุนก็เป็นเรื่องสำคัญในการเข้าลงทุนและการขายทำกำไร ทั้งนี้ผู้จัดการกองทุนได้มีการทบทวนหุ้นที่มีในพอร์ตการลงทุนอย่างสม่ำเสมอและใกล้ชิดเพื่อติดตามผลการดำเนินงานและแนวโน้มการเติบโตของบริษัทนั้นๆในอนาคตว่ายังเป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้หรือไม่

ด้วยวิธีนี้ทำให้กองทุนสามารถหาโอกาสทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ในช่วงนี้กองทุนยังเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มอุปโภคบริโภคที่ยังมีความสามารถในการทำกำไรได้ดี กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อน และกลุ่มอาหารที่ผลประกอบการยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

 

ส่วนจุดเด่นกองทุน KMSRMF คือ การลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีอยู่มากกว่า 500 ตัว และมีโอกาสในการเติบโตเป็นหุ้นขนาดใหญ่ในอนาคต จึงมีแนวโน้มที่จะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าหุ้นขนาดใหญ่ ทำให้ผู้จัดการกองทุนมีโอกาสคัดเลือกหุ้นที่มีความน่าสนใจ อาทิ หุ้นปัจจัยพื้นฐานดีที่ยังมีมูลค่าไม่แพงแต่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี หรือหุ้นขนาดกลางและเล็กที่ราคาปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยใช้หลัก “Select – Company Visit – Analysis – Review” เช่นเดียวกับ K20SLTF

รู้อย่างนี้แล้วก็มั่นใจได้ว่า ทั้ง K20SLTF และ KMSRMF เป็นตัวเลือกที่คัดมาแล้วว่าดีสำหรับการลงทุน ทั้งในด้านผลตอบแทนอันดับ 1 ช่วยลดหย่อนภาษี และเป็นการออมเพื่ออนาคตที่ดี อย่างไรก็ตาม ก่อนการลงทุน ควรพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบด้วย นอกเหนือจากผลตอบแทน อาทิ วัตถุประสงค์ในการลงทุนของตนเอง ระยะเวลาในการลงทุน ความเสี่ยงของกองทุน นโยบายการจ่ายปันผล ความสะดวกในการซื้อ-ขาย และติดตามข้อมูลในการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ

สนใจข้อมูลการลงทุนเพิ่มเติม คลิก



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer