รู้หรือไม่ว่า 66% ของผู้ใช้แรงงานทั่วโลกเป็นผู้หญิง แต่รายได้ของพวกเธอกลับมีเพียงแค่ 10% เท่านั้น เมื่อเทียบกับรายได้ทั่วโลก ซึ่งรายได้ที่ผู้หญิงจำนวน 66% นี้หาได้ ล้วนแต่นำไปใช้จ่ายเพื่อความเป็นอยู่ของครอบครัวกันทั้งนั้น

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ The Coca-Cola Company เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหานี้ จนกลายเป็นที่มาของโครงการ ‘5 by 20’ ที่ถูกจัดขึ้นมาเพื่อเพิ่ม ‘คุณค่า’ ให้กับผู้หญิงในกลุ่มธุรกิจของโคคา-โคล่า ซึ่งมีจำนวนกว่า 5 ล้านคนใน 100 ประเทศทั่วโลก

และโคคา-โคล่า (ประเทศไทย) ก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงการครั้งนี้ ด้วยการเปิดตัวโครงการธุรกิจยั่งยืนกับโคคา-โคลา หวังเพิ่มศักยภาพให้กับผู้หญิงไทย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำงานกับโคคา-โคล่า ด้วยการฝึกอบรม

นับตั้งแต่ คนเก็บบรจุภัณฑ์ไปรีไซเคิล , ช่างฝีมือที่นำบรรจุภัณฑ์ของโคคา-โคล่าไปสร้างมูลค่าต่อ หรือ ร้านค้าปลีก กับการจัดอบรมหลักสูตร “การฝึกยกระดับฝีมือ” สาขาการบริหารร้านค้าและการจัดวางสินค้า สำหรับร้านค้าเบ็ดเตล็ด” โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ซึ่งในปัจจุบันมีเจ้าของร้านค้าปลีกที่เป็นผู้หญิงจำนวน 10,586 คน เข้าร่วมโครงการนี้

หรือกับ ผู้ผลิตซัพพลายเออร์ให้กับทางโคคา-โคล่า อย่างกลุ่มเกษตรกรสตรีชาวไร่อ้อย ในพื้นที่อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ และอ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี

เพราะจากการศึกษากลุ่มเกษตรกรสตรีชาวไร่อ้อยนี้ พบว่าเกษตรหญิงมีความสำคัญในครอบครัว ทั้งในเรื่องของการหารายได้มาเลี้ยงชีพ ตลอดถึงการตัดสินใจในการใช้จ่ายต่าง ๆ

แต่คนกลุ่มนี้ยังขาดองค์ความรู้ที่สำคัญอย่างการจัดการบัญชีการเงิน, ความเข้าใจในการทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน หรือยังไม่มีความรู้ในเรื่องของการนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาอาชีพได้ดีเท่าที่ควร

บริษัทน้ำตาลไทยรุ่งเรือง ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบน้ำตาลรายใหญ่ให้กับโคคา-โคลาในไทย จึงร่วมกับองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรอย่าง สถาบันคีนันแห่งเอเซีย จัดฝึกอบรมแก่กลุ่มเกษตรกรสตรีชาวไร่อ้อยจำนวน 600 คน ภายใต้หลักสูตร “การบริหารจัดการการเงินสำหรับกลุ่มเกษตรกรสตรีชาวไร่อ้อย” เพื่อพัฒนาทักษะทางด้านการเงิน การทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเพิ่มศักยภาพการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในชุมชน

เมื่อจบการฝึกอบรม เกษตรกรที่มีฝีมือโดดเด่นก็จะถูกคัดเลือกให้กลายเป็นผู้นำตัวอย่าง เพื่อนำมาถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความรู้กับชุมชนอื่น ๆ อีกต่อไปอย่างไม่รู้จบ

โดยหลังจากเดือนกรกฎาคม ปี 2560 ที่โครงการเสร็จสิ้น กลุ่มเกษตรกรสตรีก็จะมีความรู้ในการจัดทำบัญชีและความรู้ในอุตสาหกรรมอ้อยอย่างยั่งยืนเพิ่มขึ้น20%

และจะนำความรู้ที่ได้รับทั้งหมด ไปปรับใช้ในการทำงานมากถึง 50% เลยทีเดียว

ถือเป็น Business Model ที่ win-win กันทุกฝ่าย ทั้งกับตัวโคคา-โคล่าเองที่จะได้ทำธุรกิจอย่างยั่งยืน หรือกับตัวเกษตรกรที่จะได้รับความรู้ไปพัฒนาตัวเองหลาย ๆ ด้าน

และแน่นอนเมื่อเกษตรกร ผู้เป็นฟันเฟืองสำคัญของประเทศมีความรู้-มีการจัดการที่เป็นระบบระเบียบมากขึ้น เศรษฐกิจโดยรวมของบ้านเราก็จะดีขึ้นตามไปโดยปริยาย

นี่จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างดี ๆ ในการทำ CSR ที่ไม่ต้องไปปลูกป่า หรือบริจาคของให้กับคนในชนบท เพียงแค่ทำให้คนแวดล้อมในธุรกิจของตัวเองก้าวไปด้วยกัน ทุก ๆ ฝ่ายก็จะเติบโตได้อย่างยั่งยืน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer