สื่อเกาหลีใต้กำลังจับตามองเทรนด์ในหมู่คนรุ่นใหม่อายุ 20-30 ปีที่หันมาฟัง Trot (ทร็อต) หรือลูกทุ่งเกาหลีกันมากขึ้น ทั้งที่นี่คือดินแดนต้นกำเนิดของ เค-ป็อป เพลงแนวที่ฮิตไปทั่วโลกในปัจจุบัน

ทร็อต คือแนวเพลงป๊อปยุคแรกของประเทศแถบเกาหลีที่ได้รับอิทธิพลจากเพลงเอนกะ ของญี่ปุ่นและดนตรีตะวันตกยุคเก่าๆ
โดยเพลงแนวนี้เคยครองชาร์ตในเกาหลีใต้มานานหลายทศวรรษ จนกระทั่งถูกกระแสเค-ป็อปเข้ามาบดบัง และถูกมองจากคนรุ่นใหม่ว่าเชย
แต่ล่าสุด ทร็อตกำลังฟื้นคืนชีพในกลุ่มผู้ฟังอายุน้อย โดยคิม หญิงสาววัย 20 กว่า ๆ กล่าวว่า เธอหันหลังให้เค-ป็อป เพราะรู้สึกเหมือนถูกค่ายเพลงปฏิบัติด้วยอย่างไม่ให้เกียรติราวกับเป็นอาชญากร
ทั้งที่ทุ่มเงินซื้อ 40 อัลบั้มของศิลปินคนโปรดเพื่อให้ได้ไปงานแฟนมีต แต่กลับต้องโดนตรวจค้นร่างกายอย่างเข้มงวด
เธอเผยอีกว่า ครั้งหนึ่งที่ไปรอรับวงที่ชอบที่สนามบิน และฉันยืนอยู่ห่างมากแล้ว แต่การ์ดก็ยังเข้ามาผลักจนฉันล้มลงไปกองกับพื้น ทำให้กลับมาคิดว่า ทำไมต้องยอมจ่ายเงินเพื่อมาเจอเรื่องแบบนี้
จัณฑาล ที่หมายถึงชนชั้นต่ำสุดในอินเดียถูกนำมาใช้เป็นคำสแลงเพื่อประชดประชันถึงการที่กลุ่มด้อมเค-ป็อปถูกค่ายเพลงปฏิบัติด้วยอย่างไร้ศักดิ์ศรี แม้ว่าพวกเขาจะทุ่มเททั้งเงินและเวลาไปมากมายก็ตาม
ความโกรธแค้นนี้ระเบิดขีดสุดเมื่อการ์ดในงานแฟนมีตติ้งรายหนึ่งทำการตรวจค้นไปถึงชุดชั้นในของแฟนคลับ โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันการลักลอบแอบถ่าย
ในทางตรงกันข้าม วงการเพลงทร็อตกลับต้อนรับพวกเขาด้วยความอบอุ่น โดยคิมยอมรับอย่างเต็มปากว่าตอนนี้ผันตัวไปเป็นแฟนคลับของ อิมยองอุง ซูเปอร์สตาร์แห่งวงการทร็อตเรียบร้อยแล้ว
การดูแลกันและกันของด้อมเพลงทร็อตยังเป็นสะพานเชื่อมคนต่างรุ่นอีกด้วย โดยภายนอกคอนเสิร์ตเพลงทร็อตในช่วงฤดูหนาว ค่ายเพลงจะมีการกางเต็นท์ติดเครื่องทำความร้อนไว้ให้ผู้สูงอายุ รวมถึงลูก ๆ ที่มารอรับพ่อแม่กลับบ้าน
ภาพของการ์ดรุ่นหนุ่มที่แบกแฟนคลับคุณยายขึ้นหลังเดินไปส่งกลายเป็นไวรัลที่สร้างความประทับใจในโลกออนไลน์
ความฮิตของเพลงทร็อตยังสะท้อนออกมาผ่านทาง วงเค-ป็อปรุ่นใหญ่อย่าง BigBang ขึ้นโชว์ในเทศกาลดนตรี Coachella เมื่อเดือนก่อน โดยเสียงเชียร์ที่ดังที่สุดของวงกลับไม่ใช่เพลงเค-ป็อปสุดฮิต แต่เป็นเพลงทร็อตของแดซองที่ชื่อว่า Look at Me, Gwin

ไม่ใช่แค่แฟนเพลงเท่านั้นที่ย้ายฝั่ง แต่ศิลปินและวัยรุ่นในวัย 20-30 ปี ก็เริ่มตบเท้าเข้าสู่วงการทร็อตมากขึ้น ซึ่งเหตุผลก็มาจากความเหนื่อยล้าและกำลังเงิน
เช่นในกรณีต้นสังกัดของวง (G)I-DLE ที่ทุ่มเงินถึง 1,100 ล้านวอน (ประมาณ 23 ล้านบาท) ไปกับมิวสิกวิดีโอเพลง “Super Lady”
ซึ่งหากเทียบกับยุคปี 2000 ที่วงอย่าง BigBang, Wonder Girls หรือ Girls’ Generation ใช้เงินเพียง 110-220 ล้านวอน (ประมาณ 2-5 ล้านบาท) เท่านั้น เท่ากับว่าต้นทุนการทำเอ็มวียุคนี้พุ่งสูงขึ้นถึง 5 เท่าเป็นอย่างน้อย
ขณะที่จากข้อมูลของ Circle Chart พบว่าในบรรดา 20 เพลงที่ถูกสตรีมมากที่สุดในปีก่อน มี 7 เพลงที่เป็นของไอดอลเค-ป็อป (เช่น เพลง “Whiplash” ของ aespa) ซึ่งทั้ง 7 เพลงล้วนมาจากค่ายยักษ์ใหญ่เช่น SM Entertainment หรือบริษัทในเครือ โดยไม่มีเพลงจากค่ายเล็กหลุดรอดเข้ามาได้เลย
ต่างจากเมื่อปี 2014 ที่ค่ายขนาดกลางและเล็กยังสามารถส่งเพลงฮิตติด Top 20 ได้ เช่น Apink, Girl’s Day หรือโปรเจกต์ของ IU
ยุคสมัยที่วงไอดอลจะสร้างตำนานกัดก้อนเกลือกิน และแย่งห้องน้ำกันระหว่างไล่ตามฝันแบบวง BTS หรือแอบขโมยข้าวโพดประทังชีวิตแบบวง g.o.d ในอดีตนั้นไม่มีอีกแล้วในปัจจุบัน เพราะความสำเร็จในวันนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยอำนาจเงินทุนเป็นหลัก
ด้วยต้นทุนที่สูงเกินกว่าขนาดตลาดในประเทศจะรับไหว เม็ดเงินลงทุนจึงไหลไปสู่ค่ายยักษ์ใหญ่ที่มีเครือข่ายต่างประเทศคอยรองรับความเสี่ยง ส่งผลให้ไอดอลจากค่ายเล็ก ๆ แทบไม่มีโอกาสแจ้งเกิด และมักจะยุบวงไปก่อนจะหมดสัญญา 7 ปี เช่นในกรณีของ
ฮาดงกึน นักร้องหนุ่มที่เดบิวต์เป็นนักร้องทร็อตในวัย 20 กว่า ๆ เผยว่า เขาเลือกเส้นทางนี้เพราะอยากจะมีอาชีพบนเวทีที่ยั่งยืนและสามารถร้องเพลงต่อไปได้เรื่อย ๆ แม้จะอายุมากขึ้น
ด้านสถาบันสอนร้องเพลงในเกาหลีใต้ส่วนใหญ่ ให้ข้อมูลตรงกันว่า ทร็อตกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมเพราะมีคู่แข่งน้อยกว่าและมีโอกาสแจ้งเกิดผ่านรายการประกวดร้องเพลง มากกว่า
คิมซองยุน นักวิจัยจากสถาบันความรู้และการหลอมรวมสังคม มหาวิทยาลัยดงอา สรุปปรากฏการณ์นี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า เพลงทร็อตกลายมาเป็นเหมือนเซฟโซน ของคนรุ่นใหม่ที่เกิดความเหนื่อยล้าจากการแข่งขันที่รุนแรง
และการถูกกระตุ้นจากสิ่งเร้าในสังคมที่มากเกินไป รวมไปถึงเรื่องอื้อฉาวและดราม่าของเค-ป็อป
ทั้งนี้การหันกลับมาฟังเพลงลูกทุ่งหรือย้อนยุคไม่ได้เกิดแค่ในเกาหลีใต้เท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นในสหรัฐฯ ด้วย โดยมีรายงานว่า หนึ่งในแนวเพลงฮิตที่มีศิลปินเกิดใหม่มากสุดในสหรัฐฯ ทุกวันนี้คือเพลงคันทรี่

สิ่งที่ตอกย้ำเรื่องนี้คือการที่ Ella Langley นักร้องหญิงเพลงคันทรี่รุ่นใหม่พาเพลง Choosin’ Texas ขึ้นไปครองอันดับ 1 ของชาร์ตเพลง Billboard นาน 10 สัปดาห์
ซึ่งนี่สะท้อนภาพสะท้อนวัฒนธรรมที่คนรุ่นใหม่ในหลายประเทศก็กำลังโหยหาความเรียบง่ายและอบอุ่นในจิตใจเหมือน ๆ กัน / koreatimes
