Trend/นับจากปี 2017 นิวซีแลนด์ขึ้นมาโดดเด่นบนเวทีโลก หลังได้ Jacinda Arden เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนใหม่ ด้วยวัยเพียง 37 ปี ซึ่งถือว่าน้อยสุดอันดับต้น ๆ ณ ขณะนั้น

Jacinda Arden

ต่อมาขณะที่โลกติดล็อกดาวน์ยังดำเนินมาตรการสกัดโควิดอย่างรวดเร็วจนได้รับคำชม พอปี 2021 ก็ได้ยิ้มรับข่าวดีอีกหลังโอ๊กแลนด์ และเวลลิงตัน ได้เป็นเมืองน่าอยู่สุดอันดับ 1 และ 4 ของโลก

แต่ช่วงไม่กี่ปีมานี้ นิวซีแลนด์ ร่วงสู่ขาลง โดยปี 2022 กลายเป็นประเทศอันดับ 2 ที่ผู้ไปทำงานต่างประเทศ (Expat) ไม่อยากมา ล่าสุดสถานการณ์ใน “แดนกีวี” แย่ลงไป จนคนรุ่นใหม่แห่ไปอยู่ต่างประเทศ

ทางการนิวซีแลนด์ระบุว่า จากมิถุนายน 2023 ถึง มิถุนายน 2024 ผู้คนราว 131,200 คนเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งถือว่ามากเป็นสถิติ โดยในจำนวนนี้ 80,200 คนเป็นชาวนิวซีแลนด์

นัยสำคัญของข้อมูลดังกล่าวคือ จำนวนชาวนิวซีแลนด์ออกนอกประเทศเพิ่มขึ้นถึง 70% จากช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิดปี 2019 และกลุ่มที่มีจำนวนมากสุดคือผู้มีอายุ 25-29 ปี กับ Gen Z ช่วงปลายหรือ Gen Y ช่วงต้น ๆ 

จึงเป็นการสะท้อนว่าบ้านเกิดเมืองนอนอาจไม่น่าอยู่น่าทำงานสำหรับคนรุ่นใหม่ จนต้องออกไปใช้ชีวิตหรือทำงานในต่างประเทศ

นี่เป็นเรื่องที่ต้องกังวล เพราะสะท้อนถึงปัญหาสมองไหล และคงไม่ใช่แค่การออกไปหาประสบการณ์ในต่างประเทศผ่านการท่องเที่ยว อันเป็นเรื่องปกติของวัยรุ่นนิวซีแลนด์หลังเรียนจบเสียแล้ว

สถานการณ์ดังกล่าวมีที่มาจากหลายปัจจัย เริ่มจากภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจที่เริ่มขึ้นเมื่อปี 2023 และตัวเลขทางเศรษฐกิจในปัจจุบันก็ไม่ได้ทำให้โล่งใจ

อัตราเงินเฟ้อนิวซีแลนด์เมื่อไตรมาส 2 ปี 2024 อยู่ที่ 3.3% แม้ลดลงไตรมาสเดียวกันปี 2022 ที่ 7.3 % ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ก็ยังมากกว่าค่ากลางที่ธนาคารแห่งชาติกำหนดไว้ว่า ควรอยู่ระหว่าง 1%-3%

จึงทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง ซ้ำร้ายอัตราว่างงานก็สูง เงินเดือนก็น้อย โอกาสที่ได้ขึ้นเงินเดือนก็ริบหรี่ และหน่วยงานรัฐบาลก็ใช้วิธีปลดพนักงานเพื่อประหยัดงบประมาณแทนลดเงินเดือน

ท่ามกลางค่าเช่าบ้านที่แพง การขอสินเชื่อต่าง ๆ ก็ทำได้ยาก และร้านค้ามากมายที่ยังไม่ฟื้นจากวิกฤตเศรษฐกิจช่วงโควิด   

ส่วนประเทศที่คนรุ่นใหม่ชาวนิวซีแลนด์ไปอยู่ไปทำงานกันมากสุด คือออสเตรเลีย ซึ่งดึงประชากรประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะกลุ่มแรงงานมีฝีมือ ในธุรกิจก่อสร้างและวิศวกรรมผ่านนโยบายจูงใจต่าง ๆ 

Chirstopher Luxon

จากนี้ต้องจับตาดูว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันโดย Chirstopher Luxon ซึ่งพาพรรคแห่งชาติ (National Party) คืนสู่อำนาจจะแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างไร

โดยแม้ประเมินกันว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของนิวซีแลนด์จะทยอยดีขึ้นในปี 2025 แต่รัฐบาลของนายกฯ Chirstopher Luxon ก็ไม่ควรชะล่าใจ เพราะนิวซีแลนด์ก็เป็นอีกประเทศที่อัตราการเกิดต่ำ

ถ้าปล่อยไว้บัณฑิตนิวซีแลนด์อาจเก็บกระเป๋าไปทำงานที่ออสเตรเลียหรือต่างประเทศ มากกว่าอยู่ประเทศ เช่นเดียวกับกลุ่มแรงงานมีฝีมือ จนปัญหาต่อไปนี้

อันได้แก่ สมองไหล และคนทำงานไม่ตรงสายที่เรียนมา รวมไปถึงคนสูงวัยต้องทำงานต่อแทนเกษียณรุนแรงขึ้น ♦/cnbc, wikipedia


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer