กว่า 22 ปีในประเทศไทย ของ จิออดาโน ที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน คงเป็นเพราะเสื้อผ้าในสไตล์ Basic Casual เรียบง่าย สวมใส่ได้ทุกโอกาส ที่สำคัญยังมาพร้อมทั้งคุณภาพที่ดี กับราคาที่ไม่ว่าใครก็เอื้อมถึงได้ทำให้ที่ผ่านมาแบรนด์สัญชาติฮ่องกงอย่าง จิออดาโน มียอดขายเติบโตในบ้านเราจากเมื่อปีที่แล้ว มากขึ้นถึง 20% สวนทางกับภาพรวมของตลาดที่เติบโตเพียง 5% เท่านั้น

เนื่องจากชื่อของแบรนด์ เป็นสิ่งที่ช่วยการันตีได้ดี ในเรื่องของการเป็นสินค้าคุณภาพในใจ ผู้บริโภคมานานหลายปีแม้จะไม่ต้องทำการสื่อสารทางการตลาดออกไปมาก แต่ถึงอย่างไรผู้คนก็รู้จัก Giordano เป็นอย่างดีอยู่แล้ว

โดยสื่อต่างๆที่ Giordano เคยเลือกใช้จะออกไปในทาง Print ad , Instore Media และการทำ Event ร่วมกับห้างสรรพสินค้าต่างๆ เพื่อเป็นการสร้าง Awareness ของผู้คนต่อแบรนด์ นี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไม จิออดาโนยังไม่เน้นการสร้างแบรนด์ผ่าน Online Marketing สักเท่าไหร่ ในขณะที่แบรนด์แฟชั่นอื่นๆหันมาแข่งขันกันอย่างดุเดือด

 

แต่สำหรับคอลเลคชั่นล่าสุด กลับแตกต่างจากที่เคยเป็นมา เพราะ Giordano ได้หันมาทำ Online Marketing อย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรก และก็ได้รับฟีดแบ๊คไปอย่างถล่มทลาย กับคอลเลคชั่นอย่าง Classicsman ซึ่งหลายคนคุ้นตากันดีผ่าน Photoset ที่มี นาย-ณภัทร กับ เจด้า มาเป็นนายแบบและนางแบบ

ส่วนที่มาที่ไปของการตัดสินใจทำ Online Marketing อย่างเต็มตัวในครั้งนี้คืออะไร หาคำตอบได้จากบทสัมภาษณ์สุด Exclusive ข้างล่างนี้เลย

กว่าจะมาเป็นคอลเล็กชั่นของเสื้อผ้าแบรนด์ใหญ่

สำหรับ Giordano นั้นคอลเลคชั่นต่างๆที่เข้ามา จะอิงจากต่างประเทศ ประมาณ 80% ซึ่งจะเป็นคอลเลคชั่นที่มีความเป็นสากล ทุกคนทั่วโลกเข้าใจดี เช่น เรื่องฟุตบอลโลก หรือ กีฬาโอลิมปิค เป็นต้น

ส่วนอีก 20% ที่เหลือทางบริษัทแม่จะเปิดโอกาสให้แต่ละประเทศสร้างสรรค์คอลเลคชั่นเป็นของตัวเอง อย่าง Giordano ที่ไทยก็จะเกาะกระแสว่าช่วงนั้นคนไทยอินกับอะไร ที่ผ่านมาก็จะมีคอลเลคชั่นพิเศษ กับ Line application , Disney เป็นต้น เพราะเป็นสิ่งที่คนไทยรู้จักดี

โดย 1 ปี จะมีคอลลเคชั่นที่เป็นของแต่ละประเทศประมาณปีละ 2 ครั้ง แต่หากแคมเปญไหนมีสเกลที่ค่อนข้างใหญ่ งบประมาณที่จะใช้ก็จะมากไปด้วย ส่งผลให้ ระยะเวลาของแคมเปญนั้นๆยาวขึ้นเช่นกัน

สำหรับปีนี้ทางแบรนด์ได้นำคอลเลคชั่นที่หลายคนคิดถึงอย่าง Classicsman กลับมาทำใหม่ในสไตล์ที่โมเดิร์นขึ้นกว่าแต่ก่อนเพราะมองตลาดว่า ความนิยมใน Liftstyle ของปี 90 กลับมาฮิตอีกครั้ง จึงเป็นที่มาของคอลเลคชั่นนี้

 

Classicsman เป็นคอลเลคชั่นแรกที่ทำ Online Marketing เต็มตัว

“ Classicsman เป็นคอลเลคชั่นดั้งเดิมของ Giordano เมื่อประมาณปลายปี 1980 และเป็นคอลเลคชั่นแรกที่นำเข้ามาในไทยซึ่งตอนนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ที่สำคัญโลโก้ตัว Classics พอไปอยู่บนเสื้อเชิ้ร์ต โปโล และ เสื้อยืดคอกลม เป็นอะไรที่สามารถใส่ได้ทุกยุคทุกสมัย สมกับชื่อคอลเลคชั่นว่า คลาสสิคแมน อีกทั้งยังสะท้อนความเป็น Basic Casual ของ Giordano ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเทรนด์แฟชั่นในตอนนี้ก็เป็นไปในทาง Minimal มากขึ้น เมื่อมีหลายเสียงเรียกร้อง เราเลยนำกลับมาทำใหม่ให้โมเดิร์นกว่าเดิม

 

และด้วยความที่คอลเลคชั่นนี้มีเรื่องราวมาหลายปี เนื้อที่บน Traditional Media จึงไม่เพียงพอที่จะสามารถเล่าเรื่องราวของ คลาสสิคแมนออกมาได้หมด ช่องทางออนไลน์จึงเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ได้มากที่สุด แถมยังเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นได้มากที่สุดด้วยเช่นกัน” Tammy Toh กล่าว

Photoset ที่เป็นกระแสในโลกออนไลน์ แต่ Giordano ไม่ได้ Launch เป็นที่แรก

นอกจาก Classicsman จะทำให้ Giordano หันมาทำ Online Marketing อย่างเต็มตัวแล้ว นี่ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่คอลเลคชั่นที่ทางแบรนด์เลือกถ่ายแฟชั่นเซ็ตแบบเอ้าดอร์ ซึ่งโลเคชั่นที่เลือกใช้ในการถ่ายทำก็คือ สยามสแควร์นั่นเอง

ทำไมต้องเป็นสยามสแควร์ ? เพราะนี่เป็นสถานที่ที่รวมวัยรุ่นเอาไว้ทุกยุคทุกสมัยเหมือนเป็นการ Throwback ไปในอดีต ที่สำคัญ Giordano สาขาแรกๆในไทย ก็มาเปิดที่นี่ สยามสแควร์จึงสามารถบอกเรื่องราวความเก๋าของ Classicsman ออกมาได้อย่างครบครัน

 

อีกสิ่งที่มาพูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือ นายแบบและนางแบบอย่าง นาย ณภัทร และ เจด้า ที่ต้องยอมรับว่า Personality ของทั้งสองสามารถสะท้อนความเป็น Classicsman ออกมาได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความน่ารักสดใส เรียบง่ายสบายๆ ที่ทำให้คนรู้สึกใกล้ชิด จับต้องได้ และนั่นก็เปรียบเหมือน Classicsman ที่ไม่ว่าใครก็สามารถสวมใส่ได้

Classicman แฟชั่นเซ็ตที่ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

ภาพถ่ายแฟชั่นเซ็ตนี้ ไม่ได้เพียงต้องการแค่สื่อให้กลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์อย่างคนที่มีอายุประมาณ 40 ปี ได้กลับไปคิดถึงอดีตเพียงเท่านั้น แต่ด้วยสไตล์ในการถ่าย Photoset บวกกับความสดใสของนายแบบนางแบบทั้งสองคนและเทรนด์แฟชั่นที่ย้อนกลับมาสู่อะไรที่เป็นแบบเบสิคมากขึ้น Classicsman จึงสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นได้อีกด้วย

เป้าหมายที่ตั้งไว้

ภายใน 1 เดือนหลังจาก Launch ไป Tammy Toh ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 50,000 ตัวทั่วประเทศ ซึ่งถ้าหากผลตอบรับเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ คอลเลคชั่นนี้ก็อาจจะกลับมาอีกครั้ง ในสปริง/ซัมเมอร์ปีหน้า และความหลากหลายของสินค้าเพิ่มมากขึ้น รวมถึงในต่างประเทศอย่างฮ่องกงและไต้หวัน ก็อาจจจะออกมาทำคอลเลคชั่นเช่นกัน

สำหรับภายในปีนี้ จิออดาโนวางแผนว่าจะมีทั้งหมด 150 สาขาทั่วประเทสเพราะแต่เดิม จิออดาโน ก็ขยายตัวตามห้างสรรพสินค้าในเครือ เดอะ มอลล์ เซ็นทรัล โรบินสัน และห้างสรรพสินค้าชั้นนำอยู่แล้ว ก็จะสามารถการันตี ในเรื่อง Traffic ของลูกค้าที่เข้ามาเดินอย่างมากมายได้แน่นอน

และจนถึงปลายปี 59 นี้ Giordano ตั้งเป้ายอดขายเอาไว้ที่ 1,300 ล้านบาท ซึ่ง Tammy Toh บอกกับ Marketeer ว่าไม่ใช่เป้าหมายที่ยากแต่อย่างใด เพราะ Giordano เติบโตมาเรื่อยๆทุกปีอยู่แล้ว