จากปัญหาช้างป่า เข้ามาในพื้นที่ชุมชน สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านพื้นที่รอบ ๆ อุทยานแห่งชาติกุยบุรีมายาวนานกว่า 20 ปี จนเกิดปัญหาระหว่างคนกับช้างป่าที่เข้ามากินพืชผลการเกษตร บุกรุกพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ที่สร้างความหวาดหวั่นให้กับคนในพื้นที่ทั้งชีวิตและทรัพย์สินเสมอมา
ปัญหาคนกับช้างป่ากุยบุรี ได้เกิดจากการลดลงของผืนป่ากุยบุรีขยายเป็นพื้นที่อยู่อาศัยและทำกินมาตั้งแต่ในอดีตก่อนที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และส่งผลให้ป่าที่เป็นแหล่งอาหารของช้างป่ามีลดลง สวนทางกับการเติบโตของประชากรช้างป่ากุยบุรีเฉลี่ย 18% ต่อปี จนช้างป่าโดยเฉพาะตัวผู้จะต้องมานอกพื้นที่ป่า เพื่อสำรวจแหล่งอาหารใหม่ ๆ จนมาเจอกับพื้นที่เกษตรของชาวบ้านที่มีทั้งสับปะรด และพืชผลอื่น ๆ ที่เป็นอาหารอย่างดี

จนปัจจุบันช้างป่ากุยบุรีมีจำนวนมากถึง 350 ตัว และยังมีช้างป่าส่วนหนึ่งเข้าบุกรุกพื้นที่ทำกินของชาวบ้านพื้นที่รอบ ๆ อุทยานแห่งชาติกุยบุรีในทุก ๆ วัน
แม้ช้างป่าถือเป็นสัตว์ที่อันตรายที่สุดต่อชีวิตติดอันดับ 8 ของโลก แต่การบุกรุกของช้างป่าในวันนี้สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในชุมชนลดลง หลังจากที่ทรู คอร์ปอเรชั่น จับมือกับอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และ WWF ประเทศไทย ในปี 2561 เพื่อศึกษา Journey ของช้างป่า นำเทคโนโลยีเข้ามาแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกพื้นที่ชุมชนร่วมกัน
จากความร่วมมือระหว่างทรูฯ กับอุทยานแห่งชาติกุยบุรี และ WWF ประเทศไทย ได้เกิดเทคโนโลยี True Smart Early Warning System ระบบแจ้งเตือนภัยจากช้างป่ากุยบุรี ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในปี 2562 และพัฒนา ปรับปรุง แก้ไขให้มีประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยเทคโนโลยี True Smart Early Warning System ประกอบด้วยการนำกล้องดักถ่ายสัตว์ป่า (Camera Trap) ที่ใช้เทคโนโลยี Motion Sensor ติดตั้งตามต้นไม้สูงในจุดที่เป็นเส้นทางเดินของช้างป่า (ด่านช้าง) ที่ใช้เข้ามายังชุมชนเป็นประจำ
กล้อง Camera Trap จะระบุตำแหน่งที่ตัวกล้องติดตั้ง และทำหน้าที่ถ่ายภาพทุกภาพที่มีการเคลื่อนไหวผ่านหน้ากล้องอัตโนมัติมายังศูนย์เฝ้าระวังของอุทยานฯ แบบเรียลไทม์ ด้วยเครือข่ายมือถือทรูฯ

และภาพจาก Camera Trap ส่งเข้ามายังศูนย์เฝ้าระวังของอุทยานฯ มีระบบ AI ช่วยคัดกรองภาพถ่ายแบบเรียลไทม์ ให้เหลือเพียงภาพที่ถ่ายติดช้าง เพื่อลดงานเจ้าหน้าที่ที่ต้องใช้เวลาดูภาพที่กล้อง Camera Trap ส่งมามากกว่า 1,000 ภาพต่อวัน
เมื่อมีรายงานของตำแหน่งช้างป่าในภาพที่ส่งจาก Camera Trap ศูนย์เฝ้าระวังของอุทยานฯ จะนำทีมเข้าไปผลักดันช้างป่าสู่ป่าอย่างทันท่วงที

ปัจจุบัน Camera Trap ที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีนำมาติดตั้งมีจำนวน 30 ตัว และมีการย้ายพื้นที่ติดตั้งกล้องฯ ไปยังจุดด่านช้างอื่น ๆ ตามการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการเดินของช้างป่ามายังชุมชนที่มีมากถึง 40 เส้นทาง ซึ่งเป็นเส้นทางที่เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีเพียง 25 เส้นทาง
การเพิ่มขึ้นของเส้นทางด่านช้างมาจากการเรียนรู้ของช้างป่าว่าเส้นทางเดิม เป็นเส้นทางที่ถูกผลักดันให้กลับเข้าป่าเป็นประจำ และเลี่ยงไปยังเส้นทางใหม่ ๆ เพื่อไม่ให้ถูกผลักดัน และในบางครั้งช้างป่ายังใช้วิธีแยกกลุ่มกันเดิน เพราะเรียนรู้ว่าเจ้าหน้าที่มีกำลังไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้ทุกตัวเข้าป่าไปพร้อม ๆ กันได้
การผลักดันช้างป่าสู่ป่าอุทยานแห่งชาติฯ จะแบ่งเป็นทีมหน่วยลาดตะเวนลงพื้นที่ผลักดัน และทีมประสานงานผ่านโดรนที่อุทยานแห่งชาติฯ นำมาใช้เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน


โดยทีมประสานงานจะโดรนบินขึ้นไปสำรวจตำแหน่งปัจจุบันของช้างป่า เพื่อเห็นทิศทางการเคลื่อนตัวของช้างป่า รวมถึงสัตว์ป่าอื่น ๆ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เช่น กระทิง ที่อุทยานแห่งชาติฯ เพื่อประสานผ่านวิทยุสื่อสารไปยังหน่วยลาดตะเวนลงพื้นที่ผลักดันที่ใช้มอเตอร์ไซค์ขับเข้าไปใกล้จุดที่ตรวจพบช้างป่าที่ออกมานอกพื้นที่ป่า และใช้ลูกโป้ง (คล้ายกับประทัดขนาดใหญ่) จุดปาไปยังบริเวณที่ใกล้ช้างป่าเพื่อใช้เสียงที่ดังต้อนช้างให้เดินกลับสู่ป่าไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องทำอันตรายช้างป่าแต่อย่างใด

นอกจากนี้ภายใต้ True Smart Early Warning System ยังมีแอปพลิเคชัน Smart Advance เป็นช่องทางชาวบ้านในชุมชนแจ้งการพบเห็นช้างป่าแบบเรียลไทม์เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ฯ ตรวจสอบและเข้าไปผลักดันก่อนช้างป่าทำลายพืชการเกษตร
ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ที่มีการแจ้งเตือนช้างป่า จะมีการเก็บไปยังคลาวด์นำมาวิเคราะห์พฤติกรรมของช้างป่า เพื่อนำมาใช้เป็นกลยุทธ์ผลักดันช้างป่าให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นในอนาคตอีกด้วย

ทำให้นับตั้งแต่ปี 2562 ระบบ True Smart Early Warning System แจ้งเตือนภัยจากช้างป่าได้มากถึง 5,754 ครั้ง
และในปี 2566 อุทยานแห่งชาติกุยบุรีให้ข้อมูลว่า มีช้างป่าออกหากินใกล้พื้นที่ชุมชนมากถึง 1,104 ครั้ง สร้างความเสียหายต่อพืชผล 4 ครั้ง หรือคิดเป็น 0.36% เป็นสัดส่วนความเสียหายที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกันปี 2560 ที่พบความเสียหายมากถึง 74.5%
จากปัญหาสำคัญของความเสียหายในพื้นที่ที่ถูกช้างป่าบุกรุกในอดีต คือ การไม่สามารถระบุตำแหน่งและคาดการณ์การเคลื่อนที่ของช้างได้ทันท่วงที ส่งผลให้ช้างป่าบุกรุกเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของชุมชน
และนอกเหนือจากการผลักดันช้างเข้าป่า อุทยานแห่งชาติกุยบุรียังได้เพิ่มแหล่งอาหารให้กับช้างในป่า เช่นการปลูกหญ้ารูซี่ ทำโป่งเทียม เพื่อป้องกันไม่ให้ช้างออกจากป่าไปหาแหล่งอาหารใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น

เพราะธรรมชาติของช้างมีความต้องการ 3 ด้าน คือที่อยู่อาศัย อาหาร และความปลอดภัย ทำให้ช้างตัวเมียที่มีลูกส่วนใหญ่จะหากินในป่า เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกได้รับอันตรายโดยเฉพาะจากคน
และเมื่อแหล่งอาหารไม่สมบูรณ์มากพอ ช้างตัวผู้จะเป็นผู้หาแหล่งอาหารใหม่ ๆ ในเวลากลางคืนซึ่งเป็นธรรมชาติในการหากินของช้างป่า และถ้าพบว่าแหล่งอาหารใหม่มีความสมบูรณ์และปลอดภัยจะชวนช้างตัวเมียเข้ามาหากินในแหล่งอาหารใหม่ด้วย
การผลักดันช้างเข้าป่าในวันนี้จึงเป็นเหมือนการตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อให้ช้างเรียนรู้อย่างต่อเนื่องว่าพื้นที่ชุมชนไม่มีความปลอดภัย และกลับไปใช้ชีวิตในป่าตามเดิม
ซึ่งระบบ True Smart Early Warning System ที่ทรูร่วมกับอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จของแนวคิด Tech for Good เพื่อสังคมที่ยั่งยืน ที่ทรูได้นำเทคโนโลยีเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเข้าใจจิตใจสัตว์ป่า และชาวบ้าน และปัญหาที่เกิดขึ้น
และ True Smart Early Warning System สามารถนำมาเป็นต้นแบบที่ให้องค์กรต่าง ๆ นำไปปรับใช้เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่หลายพื้นที่ในไทย และโลก ได้อีกทางหนึ่ง
ที่ผ่านมา อ้างอิงข้อมูลสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พบว่าภาพรวมของประเทศไทยประสบปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง โดยพบว่าจำนวนช้างป่ามีอยู่ประมาณ 4,013-4,422 ตัว ซึ่งกระจายอยู่ใน 16 กลุ่มป่า 94 พื้นที่อนุรักษ์ทั่วประเทศ และแนวโน้มมีจำนวนเพิ่มขึ้นแต่พื้นที่ป่าอนุรักษ์มีขนาดเท่าเดิม ส่งผลให้ช้างออกหากินนอกเขตป่า
จากสถิติปี 2564-2566 พบช้างป่าออกนอกพื้นที่มากกว่า 37,000 ครั้ง สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและพืชผลเกษตรรวมกว่า 3,800 ครั้ง
และจากการบุกรุกของช้างป่าในช่วงปี 2555-2567 มีผู้เสียชีวิตถึง 227 ราย บาดเจ็บ 198 ราย สะท้อนให้เห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ข้อมูลจากกองทุนระหว่างประเทศเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ (IFAW) ยังพบว่าแต่ละปีมีช้างป่าเสียชีวิตจากความขัดแย้งนี้ในศรีลังกา 200 ตัว อินเดีย 100 ตัว และเคนยา 120 ตัว ขณะที่มีผู้เสียชีวิตในอินเดียประมาณ 400 คนต่อปี และในเคนยาราว 200 คนระหว่างปี 2553-2560

Marketeer FYI
วิธีนับจำนวนช้างป่ากุยบุรี
กุยบุรีนับจำนวนช้างป่าจากการเก็บมูลช้างมาตรวจสอบ DNA เพื่อนับจำนวนช้างจากอัตลักษณ์เฉพาะตัว และการเก็บมูลช้างยังทำให้ทราบถึงเส้นทางการเดินของช้างได้มากยิ่งขึ้น
Camera Trap ประโยชน์ที่มากกว่าถ่ายภาพช้าง
Marketeer คุยกับเจ้าหน้าที่อุทยานพบว่าการใช้ Camera Trap นอกเหนือจากการจับภาพช้างที่อยู่ใกล้เขตชุมชนแล้ว ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือตรวจจับพรานที่แอบเข้ามาล่าสัตว์ในพื้นที่จากภาพถ่ายที่กล้องส่งเข้ามาได้
เพราะการเข้าไปล่าสัตว์ของพรานนอกเหนือจากการสร้างอันตรายให้กับสัตว์ป่า ยังเป็นการผลักดันให้ช้างป่าออกหากินนอกเขตป่าจากการได้รับอันตรายเพราะถูกล่าอีกทางหนึ่ง
–
