Trend / ภาพลักษณ์ของแบรนด์ต่อเนื่องไปถึงสินค้าและผลิตภัณฑ์มักเชื่อมโยงกับผู้ก่อตั้ง ผู้บริหารหรือผู้มีบทบาทสำคัญคนใดคนหนึ่งต่อแบรนด์ เช่นที่ สตีฟ จ็อบส์ คือ Apple แม้เจ้าตัวเสียชีวิตไปนานแล้ว และซีอีโอคนปัจจุบันคือ ทิม คุก
บุคคลระดับโลกอีกคนที่เชื่อมโยงกับแบรนด์ดังแบบแทบแยกกันไม่ออกคือ อีลอน มัสก์ เพราะ Tesla ในความดูแลของเขาเจริญก้าวหน้าต่อเนื่องจนขึ้นเป็นแบรนด์รถอีวีเบอร์ต้น ๆ ของโลก และจุดชนวนให้อุตสาหกรรมยานยนต์เปลี่ยนผ่านจากรถใช้น้ำมันสู่รถอีวี จนคนส่วนใหญ่ลืมไปแล้วว่า อีลอน มัสก์ ไม่ใช่ผู้ก่อตั้ง
มาปี 2024 และอาจต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 4 ปีจากนี้ การเชื่อมโยงกันอย่างมากดังกล่าวจะยิ่งส่งผลทางลบต่อภาพลักษณ์ของ Tesla

นับจากกันยายน 2024 เจ้าของรถ Tesla ในสหรัฐฯ พากันแปะสติกเกอร์ข้อความต่อต้าน อีลอน มัสก์ โดยสติกเกอร์ 2 แบบที่ฮิตมากคือ Anti Elon Social Club และ I Bought This Before Elon Gone Crazy ที่ถอดความเป็นไทยได้ว่า สมาคมคนต้านอีลอน และ ฉันซื้อรถ (Tesla) คันนี้มาก่อนที่อีลอนจะทำตัวบ้า ๆ บอ ๆ ตามลำดับ
เทรนด์ดังกล่าวเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงกันยายน หลัง อีลอน มัสก์ ประกาศตัวสนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเพิ่มขึ้นเมื่อมีภาพเขาไปช่วยหาเสียงทุกครั้งที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ไปปราศรัย จนที่สุด โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง ได้กลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกสมัย
หลักฐานชัดเจนอีกอย่างที่ยืนยันถึงเทรนด์นี้คือยอดขายสติกเกอร์ต้าน อีลอน มัสก์ ที่เพิ่มขึ้น จนขึ้นมาติด 10 อันดับสูงสุดสินค้าขายดีในแพลตฟอร์ม Amazon และสติกเกอร์ข้อความลักษณะนี้กลายเป็นสติกเกอร์ขายดีอันดับต้น ๆ ทั้งในแพลตฟอร์ม Amazon และ Etsy

หนึ่งในผู้ที่ทำสติกเกอร์แนวนี้ที่เผยว่า ยอดขายโตจากปี 2023 ถึง 800% จนทำแทบไม่ทัน โดยจากแรก ๆ ที่ทำเล่นขำ ๆ แต่ตอนนี้ต้องทำอย่างจริงจัง เพราะชัดเจนแล้วว่าจำนวนคนในสมาคมคนเกลียดอีลอนตามสติกเกอร์มีอยู่พอสมควร และเป็นตลกร้ายเหมือนกันที่ในกลุ่มนี้มีคนขับรถ Tesla กลุ่มใหญ่รวมอยู่ด้วย
เทรนด์ดังกล่าวย้ำขาลงของ Tesla ในสหรัฐฯ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่ายอดขายปี 2024 อาจตกลงมา 7% จากปี 2023 จากการที่ Tesla ไม่ได้เป็นแบรนด์รถอีวีเดียวในตลาดอีกต่อไป นอกจากนี้ ยังผลักดันรุ่นใหม่ ๆ ออกมาช้า ส่วนรุ่นใหม่ที่ออกมาก็มีการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย และตลาดรถอีวีทั่วโลกก็อยู่ในช่วงหดตัว
เทรนด์ขับรถ Tesla แต่ไม่เอา อีลอน มัสก์ นี้ ในภาพใหญ่คือการไม่เห็นด้วยที่เขาย้ายจากฝ่ายเสรีนิยม ขวัญใจคนรักสิ่งแวดล้อม และมหาเศรษฐีเทคโนโลยี ถึงขั้นถูกยกให้เป็น Iron Man ตัวจริง ไปเป็นคนอนุรักษนิยมสุดขั้ว ต้านแนวคิดปกป้องสิ่งแวดล้อม และเห็นแก่ธุรกิจของตัวเองเป็นหลัก
นอกจากนี้ ยังต่อต้านการเปิดกว้าง เปิดรับความหลากหลาย จนถึงขั้นประกาศตัวคัดค้านการตื่นตัวเรื่องความหลากหลาย (Anti Woke) แบบเดียวกับบริษัทใหญ่ ๆ แห่งอื่น ๆ ในสหรัฐฯ เช่น Ford, Jack Daniel’s และ Harley-Davidson อีกด้วย
จนเริ่มมีการพูดกันในสังคมสหรัฐฯ ว่าแนวคิดเรื่องความหลากหลาย ความเท่าเทียมและเปิดกว้างเพื่อให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วม (DEI) ที่พัฒนาไปเป็นนโยบายบริษัทช่วงไม่กี่ปีมานี้ กำลังถูกมองข้าม

ขณะที่อีลอน มัสก์ ก็เปลี่ยนจากซูเปอร์ฮีโร่ต้นแบบคนรุ่นใหม่ไปเป็นสุดยอดวายร้ายเบอร์ต้น ๆ ขวัญใจคนหัวเก่าไปแล้ว/ theguardian, fastcompany, japantoday
–
