ประโยชน์ของ ‘เครื่องรับบัตร EDC’ และ ‘พร้อมเพย์’ ที่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคควรรู้

ทำไมคนไทยทั้งในฐานะผู้ประกอบการและผู้บริโภคต้องรู้จักเครื่องรับบัตร EDC และสมัครพร้อมเพย์?

ไทยแลนด์ 4.0, National e-Payment, พร้อมเพย์, รวมถึงเครื่องรับบัตร EDC เราได้ยินคำพูดเหล่านี้มาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงตอนนี้ก็ยังคงได้ยินอยู่ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างธนาคาร ต่างผลักดันสิ่งเหล่านี้ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งหมดก็เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุค Cashless Society หรือสังคมไร้เงินสด

เครื่องรับบัตร EDC และพร้อมเพย์ ดูเหมือนจะเป็น 2 เครื่องมือแรกที่สามารถนำเราไปสู่จุดหมายปลายทางข้างต้น คำถามคือ ‘แล้ว 2 เครื่องมือนี้ดีอย่างไร?’ คำตอบสั้นๆ เห็นจะเป็นทำให้เรื่องการใช้เงินทอง ‘สะดวกขึ้น เร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น และถูกลง’

แต่วันนี้ Marketeer ไม่ได้มีคำตอบเพียงเท่านี้ เพราะจากการได้พูดคุยกับ คุณรัชกร ชยาภิรัต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกรรมทางการเงินภายในประเทศ ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ทำให้เรามีคำตอบสำหรับผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

 

ประเทศไทยอยู่ในช่วงใดของการก้าวเข้าสู่ยุค Cashless Society?

: เราอยู่ในจุดเริ่มต้น การที่จะผลักดันให้ Cashless Society เกิดขึ้นจำเป็นต้องมีส่วนผสมหลายอย่างคล้ายกับการปรุงอาหาร ซึ่ง 3 เครื่องปรุงสำคัญคือ 1. เทคโนโลยี ย้อนไป 5-10 ปีก่อน เทคโนโลยีทั้งสมาร์ทโฟน อินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์ต่างๆ ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง และอยู่ในราคาที่สามารถจับต้องได้ 2. การเข้ามาของผู้ประกอบการใหม่ๆอย่าง Fintech ที่ช่วยเป็นตัวกระตุ้นให้ธนาคารลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงระบบเทคโนโลยีต่างๆ

และ 3. การที่รัฐบาล,ธนาคารแห่งประเทศไทย, และธนาคารต่างๆ ได้ร่วมมือกันลงทุนปูรากฐานที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนไทยเพื่อเปลี่ยนไปใช้อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ หรือ National e-Payment Master Plan ที่มีทั้งหมด 5 โครงการ คือ

1.พร้อมเพย์ (PromptPay) ระบบการรับเงินและโอนเงินแบบใหม่ที่มีความสะดวกมากขึ้นและค่าธรรมเนียมถูกกว่าเดิม ที่จะเปลี่ยนจากการใช้เงินสดไปสู่การทำรายการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เช่น Mobile Payment

2.การขยายการใช้บัตร ด้วยการเพิ่มเครื่องรับบัตร จากเดิมประเทศไทยมีร้านค้าที่มีเครื่องรับบัตร ทั้งหมดประมาณ 120,000-150,000 ราย จะพยายามขยายเป็น 560,000 ราย ภายใน 12 เดือน ส่วนผู้ประกอบการก็จะมีต้นทุนการรับชำระด้วยบัตรลดลง ด้วยการปรับค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตในประเทศจากเดิมอยู่ที่ 1.5%-2.5% เป็นไม่เกิน 0.55% ทุกธนาคาร ทำให้ร้านค้าที่มีเครื่องรับบัตรใช้ต้นทุนน้อยลง และอยากรับชำระด้วยบัตรเพิ่มมากขึ้น ในขณะเดียวกันเมื่อจุดรับบัตรมีมากขึ้น และบัตรมีความปลอดภัยมากขึ้น ผู้ถือบัตรก็อยากใช้บัตรมากขึ้น เพราะสะดวกสบายกว่าการพกเงินสด

3.ระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการบูรณาการระบบและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำเอกสารเชิงพาณิชย์ จากเดิมเอกสารอย่างเช่นใบกำกับภาษี ใบหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือใบเสร็จรับเงิน จะสามารถเปลี่ยนเป็นอิเล็กทรอนิกส์ฟอร์ม ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการจัดทำเอกสาร ลดขั้นตอน และระยะเวลาในการชำระภาษีให้กับผู้ประกอบการมากขึ้น

4.ภาครัฐใช้ e-payment มากขึ้น การจ่ายสวัสดิการภาครัฐให้กับประชาชน เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ หรือเบี้ยต่างๆ รัฐบาลก็จะจ่ายผ่านระบบ e-Payment

5.ให้ความรู้และประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนเห็นถึงประโยชน์ของ e-payment เพราะหลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจ กลัวเรื่องความปลอดภัย และความถูกต้องของระบบ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะถึงแม้ประเทศจะมีระบบการเงินที่ดีมากเทียบเท่ากับประเทศผู้นำอันดับต้นๆ ของโลก แต่หากคนยังไม่รู้ข้อดี หรืออาจจะเข้าใจข้อมูลที่ผิดอยู่มันก็ไม่เกิดประโยชน์เลย

ซึ่งทางทีเอ็มบีเอง เล็งเห็นความสำคัญตรงนี้เป็นอย่างมาก และได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน รวมถึงมีการจัดงานสัมมนาให้ความรู้แก่กลุ่มลูกค้าธุรกิจในเรื่อง National e-payment ว่ามีผลกระทบต่อธุรกิจในด้านใดบ้าง และธุรกิจควรจะปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังมาอย่างไร

ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ จะได้ประโยชน์อะไรจากการใช้ เครื่องรับบัตร (EDC) และพร้อมเพย์

: ประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับแน่ๆ คือความสะดวกในการชำระเงิน เนื่องจากมีจุดรับบัตรและช่องทางรับเงินโอนผ่านพร้อมเพย์เพิ่มขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าดูจำนวนเครื่องรับบัตรในประเทศไทยตอนนี้ส่วนมากจะกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพ-ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น เมื่อเดินทางไปต่างจังหวัด ถึงแม้จะหัวเมืองใหญ่ ผู้บริโภคก็จะต้องพกเงินสดไว้กับตัวเยอะ เพราะไม่มีช่องทางในการชำระอื่นๆ ต่อไปนี้จะมีช่องทางที่มาทดแทนการจ่ายด้วยเงินสดมากขึ้น ไม่ว่าจะจ่ายผ่านบัตร หรือจะโอนพร้อมเพย์ผ่าน mobile banking เช่นเดียวกัน การชำระสินค้าในร้านค้าเล็กๆทั่วไป หรือการชํระค่าโดยสาร เช่น แท็กซี่ก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็วผ่านช่องทางใหม่ๆ เหล่านี้

เมื่อพกเงินสดไว้กับตัวน้อยลง ความเสี่ยงต่างๆที่ตามมาก็จะลดลงด้วย อีกทั้งยังจะมีประโยชน์อื่นๆที่จะตามมานั่นก็คือแคมเปญต่างๆ ที่ธนาคารเองจะออกมาชักชวนให้ผู้บริโภคหันมาใช้บัตร เช่น การสะสมแต้ม หรือแลกของรางวัลต่างๆ ก็จะตามมาด้วย ซึ่งทางทีเอ็มบีก็ได้เริ่มออกแคมเปญเหล่านี้มาแล้ว

ส่วนด้านผู้ประกอบการ จากเดิมที่เคยรับเฉพาะเงินสด ก็จะได้รับประโยชน์จากการมีเครื่องรับบัตรไว้ให้บริการ หลักๆ เลยก็คือจะช่วยลดค่าใช้จ่าย และมีโอกาสเพิ่มยอดขายมากขึ้น ก่อนหน้านี้ในกรณีที่ลูกค้าต้องการซื้อของแต่ไม่ได้พกเงินสดหรือเงินสดไม่พอชำระค่าสินค้า และเอทีเอ็มอาจจะอยู่ไกลเกิน ก็จะเสียโอกาสในการขายนั้นไป ซึ่งต่อไปนี้ลูกค้าก็สามารถชำระผ่านช่องทางทางอิเล็กทรอนิกส์นี้ได้

ประโยชน์อีกข้อหนึ่งก็คือเรื่อง ความปลอดภัย จากต้องเสียเวลานับและขนเงินสดในแต่ละวันไปฝากธนาคาร จะฝากเองหรือให้ลูกน้องเอาไปฝากต่างก็มีความเสี่ยง แต่ถ้าใช้เครื่องรับบัตร เงินจะถูกนำเข้าบัญชีทุกสิ้นวัน และธนาคารจะสรุปยอดข้อมูลการขายและจัดส่งให้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ฟอร์มให้ทุกวัน นั่นทำให้การทำบัญชีง่ายขึ้น และผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์และไปต่อยอดในการทำการตลาดต่อได้

และที่สำคัญคือ ลดต้นทุน เรื่องค่าธรรมเนียมการชำระด้วยบัตรเดบิตในประเทศจากเดิมเก็บที่ 1.5%-2.5% จะถูกลดลงมาให้เก็บได้ไม่เกิน 0.55% แต่เพื่อประโยชน์ต่อทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค ทีเอ็มบีลดลงเหลือ 0.3% และ เรายังติดตั้งเครื่องรับบัตรให้ผู้ประกอบการฟรี คือ ฟรีทั้งตัวเครื่อง ฟรีทั้งสลิป และฟรีทั้งซิมการ์ดในกรณีที่เป็นเครื่องบัตรแบบเคลื่อนที่

“สำหรับทีเอ็มบีเอง บริการเครื่องรับบัตร EDC และพร้อมเพย์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของ Total SME solution และเพื่อช่วยลดต้นทุนให้กับ SME เราได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า TMB SME One Bank ขึ้นเพื่อช่วยลดต้นทุนการดำเนินธรุกิจและเพิ่มศักภาพการเติบโตของผู้ประกอบการ SME โดย SME สามารถทำธุรกรรม“โอน รับ จ่าย” ข้ามธนาคาร ข้ามเขต โดยฟรีค่าธรรมเนียม ไม่จำกัดจำนวนครั้งผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์

ในส่วนของช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ทีเอ็มบีมีให้เลือกทั้ง TMB Business Click ซึ่งเป็น internet banking และ TMB Business Touch ซึ่งเป็นโมบายแอพพลิเคชั่นสำหรับลูกค้า SME โดยเฉพาะ เป็นช่องทางใหม่ให้ SME ทำรายการต่างๆ ผ่านมือถือได้อย่างปลอดภัยและสะดวกมากขึ้น ซึ่งถือได้ว่าเราเป็นธนาคารแรกที่มีโมบายแอพพลิเคชั่นสำหรับลูกค้า SME เลยทีเดียว ลูกค้าสามารถ เช็คยอด หรือ โอนจ่ายจากบัญชี OD ได้เลย รวมทั้งโอนเงินหลายบัญชีได้ในครั้งเดียว และสามารถจ่ายเงินเดือนพนักงานได้อีกด้วย ทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงธนาคารได้ตลอดเวลาผ่านมือถือและไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาที่สาขาอีกต่อไป

คาดว่าจะเห็นสังคมไร้เงินสดในประเทศไทยเร็วแค่ไหน

: โชคดีที่เราได้เรียนรู้จากประเทศที่นำร่องด้านนี้ไปก่อน ข้อสังเกตุในประเทศอื่นๆ คือถ้ามีการเปิดและผลักดันให้ใช้การชำระเงินแบบ e-Payment แค่ในกลุ่มบุคคลธรรมดาอย่างเดียว การเกิด adoption อาจจะไม่ได้เติบโตในอัตราที่เร็วมากนัก แต่สำหรับประเทศไทย เรามีภาครัฐเข้ามาผลักดัน ให้ความรู้และเปิดบริการ e-Payment ให้กับประชาชนไปพร้อมๆกันกับนิติบุคคล เมื่อผู้ประกอบการสามารถจ่ายเงินเดือนผ่านพร้อมเพย์ได้ รัฐคืนภาษีผ่านพร้อมเพย์ได้ คนทั่วไปก็จะเริ่มผูกบัญชีรับเงินผ่านพร้อมเพย์ และเมื่อใช้แล้วเห็นถึงความปลอดภัยและความสะดวกรวดเร็ว เขาก็จะบอกปากต่อปากกันเอง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ TMB SME โทร. 02-828-2828 ทุกวันจันทร์ – เสาร์ ยกเว้นวันหยุดธนาคาร หรือ www.tmbbank.com

Leave a Reply

Your email address will not be published.