คงปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสแว่นกันแดดสำหรับเด็กๆ กำลังมาแรงจริงๆ ในช่วงที่ผ่านมานี้ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหน หรือเปิดโซเชียลมีเดียช่องทางใด ก็จะเจอเด็กๆ ใส่แว่นกันแดดแอ็คท่าเก๋เท่กันเต็มไปหมด ว่าแต่ที่มาที่ไปของกระแสนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วอะไรที่ทำให้ฮิตเบอร์ใหญ่กันได้ขนาดนี้ ลองไปฟังเบื้องหลังตัวจริง ผู้ที่จุดกระแสฮิตจนติดลมบนในบ้านเรา กับ คุณเอม – อิสรีย์ สิริพันธุ์ ผู้นำเข้าแว่นกันแดดเด็ก Babiators กัน

 

ตลาดแว่นกันแดดเด็กในเมืองไทย

นึกย้อนกลับไปตอนที่เอมเจอกับ Babiators ถ้าธุรกิจอื่นเป็น Blue Ocean ตลาดแว่นกันแดดเด็กในบ้านเรานี่ เอมมองว่าเป็น Deep Ocean เลยค่ะ (หัวเราะอารมณ์ดี) เพราะตอนนั้นไม่มีแบรนด์ไหนที่ครองตลาดและทำตลาดแว่นกันแดดเด็กในบ้านเราจริงจัง ผู้ปกครองส่วนมากยังรู้สึกว่าแว่นกันแดดเป็นของฟุ่มเฟือย ถ้ามีผู้ปกครองท่านไหนสนใจอยากซื้อแว่นกันแดด ก็ไม่มีแบรนด์ที่ represent แว่นกันแดดเด็กได้จริงๆ ไม่เหมือนสินค้าเด็กชนิดอื่นอย่างขวดนมหรือผ้าอ้อมเด็กที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็จะมีแบรนด์อันดับหนึ่งที่อยู่ในใจที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว เอมเลยมองว่า Babiators ซึ่งเป็นแบรนด์ชั้นนำและมีขายอยู่ในกว่า 40 ประเทศทั่วโลกอยู่แล้ว น่าจะมีโอกาสที่จะโตในเมืองไทย

 

Demand ไม่ชัดหรือไม่มี เราก็ต้องสร้าง

เริ่มจากการขายออนไลน์ค่ะ จริงๆ อยากวางขายตามร้านขายสินค้าเด็ก แต่ไปติดต่อร้านขายของเด็กที่ไหนก็ไม่ค่อยมีใครคุยด้วย “แว่นกันแดดเหรอคะ ไม่สนใจนะ” แล้วตัดสายเลย เรายังไม่ทันได้อธิบายอะไรเลย (หัวเราะ) เราจะต้องตอบผู้ปกครอง คือจะให้เด็กใส่แว่นกันแดดทำไม โดย เราพยายามทำให้ผู้ปกครองเห็นประโยชน์ของแว่นกันแดดเด็กควบคู่ไปกับการขายความเท่ของตัวสินค้าค่ะ ผู้ปกครองบางคนอาจจะเลือกที่จะซื้อแว่นกันแดดราคา 2-3 พันบาทให้ตัวเอง แต่ลังเลที่จะซื้อแว่นกันแดดคุณภาพดีๆ ราคา 780 บาทให้ลูก ด้วยเหตุผลต่างๆ กันไป เช่น เป็นเด็กจะใส่แว่นทำไม หรือกลัวลูกจะไม่ยอมใส่แว่น หรือบางคนอาจจะยังติดกับความเชื่อเดิม เช่น ใส่แว่นกันแดดแล้วสายตาจะเสีย ใส่แว่นกันแดดต้องมีสายรัด เด็กจะได้ไม่ถอดออก เอมก็เริ่มแก้โจทย์พวกนี้ด้วยมุมมองของคนเป็นแม่ค่ะ ซึ่งด้วยคุณภาพและการออกแบบของตัว Babiators เอง ก็ช่วยให้เอมทำงานได้ง่ายขึ้น คิดง่ายๆ ว่า ถ้าเราทาครีมกันแดดให้ผิวเด็กๆ เราก็ต้องมีแว่นกันแดดเพื่อปกป้องดวงตาเด็กๆ จากแสงยูวีที่เป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ของดวงตาเช่นกัน เราเริ่มจากการโปรโมทและพยายามสื่อข้อความนี้กับลูกค้า เพื่อกระตุ้นให้เกิดดีมานด์ ให้ผู้ปกครองใส่ใจกับดวงตาของเด็กๆ และด้วยความน่ารักหรือความเท่ของเด็กๆ เองเวลาได้ใส่ Babiators เอมก็เชื่อว่าหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็คงจะอยากโพสต์รูปลูกลงในโซเชียลมีเดียกันมากขึ้น ซึ่งเราเรียกกันเล่นๆ ว่า เป็นการตลาดแบบ “ตาต่อตา” ค่ะ ไม่กล้าเรียกว่าปากต่อปากเพราะส่วนใหญ่จะใช้วิธีมองเห็นและพิมพ์คุยกันทางหน้าจอซะมากกว่า คือพอเห็นลูกเพื่อนใส่ เราก็จะเริ่มคิดว่าทำไมเขาถึงใส่ ก็จะเริ่มมีการถามเพื่อน และเริ่มคิดว่าเราน่าจะให้ลูกเราใส่ Babiators บ้าง

 

ทำไมต้อง Babiators

เอมบอกทุกคนมาตลอดค่ะว่าใครมาทำธุรกิจตรงนี้ก็ขายได้ เพราะคุณภาพและแบรนด์ Babiators เองถูกออกแบบ ทดสอบ และผลิตด้วยวัสดุที่เหมาะสมกับเด็กๆ ค่ะ มีการทดสอบทั้งน้ำหนักและรูปทรงแล้วว่าเหมาะกับเด็กจริงๆ ทรงแว่นของ Babiators สำหรับเด็กเล็กนี่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นทรง signature ของเขาเลยค่ะ ลบความเชื่อเดิมๆ เรื่องการต้องบังคับให้เด็กๆ ใส่สายรัดได้สนิทเลย เพราะทรงแว่นไม่บีบรัดศีรษะเด็ก ทำให้สวมใส่สบายแต่ก็ไม่หล่นจากหน้าน้องง่ายๆ เหมือนแว่นทั่วไป เลนส์แว่นก็ผ่านมาตรฐานของอเมริกาและยุโรปว่าป้องกันรังสียูวีได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และ Babiators ยังกล้ารับประกันการแตกหักหรือสูญหายของแว่นเด็กด้วยค่ะ การที่ Babiators กล้ารับประกันนี่ถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำ Babiators ดังไปทั่วโลกเลยนะคะ

 

จุดแข็งต้องมี งานนำเสนอก็ต้องมา

เรื่องคุณภาพสินค้าถือเป็นจุดแข็งของ Babiators อยู่แล้วค่ะ เรามั่นใจว่าคุณภาพสินค้าเราค่อนข้างสูงกว่าแว่นทั่วไป และ Babiators มีความคุ้มค่ามากๆ เรียกได้ว่าแทบจะเป็นนวัตกรรมใหม่ของแว่นกันแดดเด็กเลย ทั้งเรื่อง ความทนทาน ความปลอดภัย การสวมใส่สบาย และรูปทรงสำหรับลูกค้า แต่การบ้านที่ยากมากๆ ของเอมจริงๆ คือเราจะสื่อสารจุดเด่นของสินค้าของเราออกไปได้ยังไง ถ้าเขียนอธิบายยาวๆ คนก็อาจจะไม่อ่าน หรือใครๆ จะเขียนยังไงก็ได้ เพราะลูกค้าไม่ได้เห็นหรือทดลองจับสินค้าจริงๆ ซึ่งในส่วนนี้ influencer มีผลมากค่ะ ช่วยเอมได้เยอะเลย ซึ่งปรากฏว่า influencer ที่น่ารักและมี impact มากที่สุดก็คือคุณลูกค้าที่ซื้อสินค้าเราไปแล้วและไปแนะนำเพื่อนๆ ที่รู้จักกันให้มาทดลองใช้ Babiators ค่ะ เราเพิ่งทำสำรวจเกี่ยวกับ Babiators กับลูกค้าไปค่ะ พบว่ายอดขายกว่า 20% มาจาก influencer ส่วนสาเหตุที่ลูกค้าเลือก Babiators ให้ลูกสองสาเหตุหลัก คือ ความปลอดภัยกับดวงตาเด็ก และรูปทรงที่กระชับออกแบบมาสำหรับเด็กค่ะ

รายละเอียดเพิ่มเติม
babiators.co.th

http://web.facebook.com/messages/babiatorsthai

Tel 084-661-6541


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer