เชื่อหรือไม่ ภายในปี 2563 จะมีปริมาณข้อมูลมหาศาล เกิดขึ้นบนโลกนี้ ถึง 44 ล้านล้านกิกะไบต์ ปัจจุบันที่เราได้เข้าสู่ยุคโมบายและคลาวด์ และมีข้อมูลจำนวนเกิดขึ้นทุกๆวินาที ทุกองค์กรต่างต้องคำถามว่าพร้อมแล้วหรือยัง กับการจัดการข้อมูลมหาศาลเหล่านี้ เพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับองค์กร
Data Analytics ได้กลายมาเป็นเครื่องมือที่สำคัญให้แบรนด์สามารถเรียนรู้และทำความรู้จักลูกค้าแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อนำเสนอสินค้า บริการ แคมเปญโปรโมชั่น ดูแลลูกค้าผ่าน CRM และอื่นๆ ได้ตรงใจลูกค้าเสมือนหนึ่งเข้าไปนั่งอยู่กลางใจลูกค้า และก่อให้เกิดการความประทับใจ จดจำและตามมาด้วยยอดจำหน่ายตามมา
การนำ Data Analytics มาใช้กับธุรกิจเพื่อปรับเปลี่ยนองค์กรสู่การสร้างยุคแห่ง Data Culture (วัฒนธรรมข้อมูล) เพื่อพาธุรกิจเติบโตไปอย่างยั่งยืนเป็นหนึ่งความท้าทาย ซึ่ง แบรนด์ต้องตระหนักถึงเพราะ Data ไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานไอที ฝ่ายขาย หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการ Integrate Data ทั้งหมดในองค์กรเพื่อใช้งานร่วมกัน
จากการสำรวจ Asia Data Culture Study 2016 ที่ไมโครซอฟท์ เอเชีย ได้ร่วมกับบริษัทวิจัย เอเชีย อินไซท์ จัดทำขึ้น เพื่อสำรวจมุมมองและระดับความพร้อมด้านการใช้ข้อมูลขับเคลื่อนธุรกิจในกลุ่มผู้บริหารองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่จำนวน 940 คนใน 13 ประเทศทั่วเอเชีย และผู้บริหารธุรกิจจำนวน 269 คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย โดย 93% ของผู้บริหารไทยต่างเห็นความสำคัญกับ Data ในการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล แต่ 83% เพิ่งจะเริ่มต้นปรับองค์กรสู่ดิจิทัล โดยผลสำรวจยังมองว่าควรมีผู้บริหารที่มาดูแลโดยเฉพาะในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านข้อมูล ซึ่ง CEO เป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญอันดับหนึ่ง

ผลสำรวจยังพบกว่าผู้บริหารไทยให้เหตุผลที่สำคัญในการปรับองค์กรสู่องค์กรดิจิทัลมาจาก 1.ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน 2.ความต่อเนื่องของธุรกิจ 3.ปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการทำงาน 4.สร้างความสามารถในการแข่งขัน 5.ตัดสินใจจากข้อมูลที่มีอยู่ได้อย่างทันท่วงที โดยผู้บริหารไทยยอมรับว่าการก้าวสู่องค์กรดิจิทัลและ Data Culture นั้นยังเป็นการลงทุนที่สูง
ล่าสุด บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้รับยกย่องให้เป็นบริษัทแรกของไทยที่ได้รับรางวัล Data Champion Asia หรือผู้นำการสร้างวัฒนธรรมองค์กรในการใช้ข้อมูลเพื่อสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจ จากไมโครซอฟท์ เอเชีย โดย ปตท.นับเป็นบริษัทรายแรกในอุตสาหกรรมพลังงานของไทยที่พลิกโฉมธุรกิจด้วยนวัตกรรมการบริการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงจากไมโครซอฟท์ที่นำมาใช้กับ โปรแกรม CRM ผ่านบัตร PTT Blue Card ที่ปัจจุบันมีฐานสมาชิกกว่า 1.4 ล้านคน และมีการทำธุรกรรมผ่านบัตรเฉลี่ย 150,000 รายการต่อวัน
อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน ปตท. ได้กล่าวถึงรางวัล Data Champion มาจากการที่ ปตท. เห็นความสำคัญกับการนำ Data มาสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กร หลังจากที่ ปตท.ในธุรกิจน้ำมันได้ปรับตัวจากผู้ค้าน้ำมันที่มีการแข่งขันกันสูง สู่ธุรกิจรีเทล จาก Supply Base สู่ Consumer Base ที่ยึดหลัก Consumer Centric เพื่อก้าวขึ้นเป็น Regional Top Brand ในภูมิภาค ASEAN ซึ่งจำเป็นต้องรู้จักลูกค้า เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าที่แท้จริง บนอักษรย่อใหม่ PTT = Pride and Treasure of Thailand ไปพร้อมๆ กับปรับเปลี่ยนทัศนคติของพนักงานในองค์กรสู่ดิจิทัล ภายใต้กลยุทธ์ PTT Smart Analytics และส่วนหนึ่งในนั้นคือการนำ Data Analytics มาใช้กับ โปรแกรม CRM ผ่าน บัตร PTT Blue Card
“ปตท.ได้ตระหนักเห็นความสำคัญของ Data Analytics พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลได้เปลี่ยนไปมีความเป็นตัวของตัวเอง มีความหลากหลาย และต้องการพรีเซ็นต์ความเป็นตัวตนให้โลกรู้ การทำตลาดแบบ Mass Marketing จึงไม่ใช่คำตอบของการตลาดในยุคนี้ และมีต้นทุนทางการตลาดที่สูง ดังนั้นการทำ Consumer Insight ทำตลาดแบบ Segmentation จึงมีความจำเป็นมากในยุคนี้”
ปตท. เลือก Dynamics CRM และระบบฐานข้อมูล SQL Server โซลูชั่นบน Data Platform ของไมโครซอฟท์ เพื่อจัดการเก็บ บริหาร และวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าบัตร Blue Card โดยละเอียดและรวดเร็ว ดำเนินการจัดตั้งระบบต่างๆ ที่ทำได้อย่างรวดเร็วกว่า ด้วยการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญ จนนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่าง เช่น ปตท. นำ Data สมาชิกบัตร Blue Card มาประมวลพบว่ามีลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่สมัครเป็นสมาชิกและห่างหายจากการใช้บริการคาเฟ่อเมซอน และ ได้นำเสนอสิทธิพิเศษตรงไปยังลูกค้ากลุ่มนั้นให้กลับมาใช้บริการ พบว่า 40% กลับมาใช้บริการอีกครั้ง และ80% ของลูกค้าที่กลับมาใช้บริการเป็นลูกค้าประจำ ก่อให้เกิดความผูกพันที่เหนียวแน่นยิ่งขึ้นระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ หรือแม้แต่นำ Dynamics CRM และ ระบบฐานข้อมูล SQL Server มาใช้กับโปรแกรม Cross Marketing เชิญชวนลูกค้าที่ใช้บริการเพียงบริการใดบริการหนึ่งของปตท. ให้ใช้บริการอื่นๆ ทั้งน้ำมัน คาเฟ่อเมซอน และอื่นๆ ในรูปแบบเฉพาะบุคคล และในอนาคตข้างหน้า ปตท.จะนำ Dynamics CRM และ ระบบฐานข้อมูล SQL Server มาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์การตลาดใหม่ๆ สู่ผู้กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น”

ล่าสุด ไมโครซอฟท์ ผู้นำด้านโซลูชั่นดาต้าแพลตฟอร์มแบบครบวงจร ได้ประกาศเปิดตัว SQL Server 2016 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ แพลตฟอร์มที่ช่วยบริหารข้อมูลธุรกิจให้กับองค์กร ด้วยการเป็นโซลูชั่นที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจใด ๆ หรือเพื่อคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต และยังสามารถสร้างรายงานเพื่อตอบสนองผู้ใช้ข้อมูลนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีความปลอดภัยสูงและรองรับการทำงานได้บนทุกแพลตฟอร์ม รวมทั้งสามารถสามารถใช้งานได้ทั้งบนเซิร์ฟเวอร์ในองค์กรและบนคลาวด์ ภายใต้แนวคิด “Everything Built-in”ด้วยคุณสมบัติที่ ครบครัน ทั้งการประมวลผลข้อมูลเชิงธุรกรรมและเชิงวิเคราะห์ ฟังก์ชันการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (machine learning) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจผ่านทางอุปกรณ์พกพา หรือ Mobile BI การรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งเป็นหนึ่งเดียว โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด การบริหารจัดการข้อมูลแบบเข้ารหัสในทุกขั้นตอน และการทำธุรกรรมข้อมูลในหน่วยความจำโดยไม่สูญหายเมื่อสิ้นสุดการใช้งานในแต่ละครั้ง
บริษัทวิจัยระดับโลกอย่างการ์ทเนอร์ ยังได้จัดอันดับให้ SQL Server เป็นผู้นำในด้านระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเชิงปฏิบัติการ ทั้งในด้านวิสัยทัศน์และการใช้งานจริง โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด ทั้งยังมั่นใจด้วยคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยมถึง 6 ปีซ้อน

หนึ่งตัวอย่างของการทำงานของ Data Analytics คือ Cognitive Services จากไมโครซอฟท์ ที่จับใบหน้าจากภาพพร้อมประมวลผลด้วย Intelligent Cloud Platform อย่าง Microsoft Azure ผนวกเข้ากับ SQL Server 2016 ล่าสุด แพลตฟอร์มบริหารจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลเบ็ดเสร็จรุ่นใหม่ล่าสุดจากไมโครซอฟท์


โดย Vision API ใน Microsoft Cognitive Services มีความสามารถในการประมวลผลใบหน้าพร้อมระบุเพศ อายุ และ อีโมชั่นของแต่ละบุคคลแบบเรียลไทม์ทั้งจากภาพถ่ายและวีดีโอ และสามารถเขียนโปรแกรมประมวลผลที่ได้รับเฉพาะบุคคลนั้น ๆ ได้ ช่วยให้แบรนด์นำไปปรับใช้กับธุรกิจเพื่อเรียนรู้และรู้จักกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เช่น แบรนด์สามารถวัดผลได้ว่ากลุ่มเป้าหมายที่ดูโฆษณาเป็นชายหรือหญิงและมีอายุเท่าไร ให้ความสนใจกับโฆษณาที่เห็นตรงหน้ามากน้อยแค่ไหน และรู้สึกอย่างไรกับโฆษณาชิ้นนี้ หรือธนาคารสามารถนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาประมวลผลผ่าน Cognitive เพื่อวัดความพึงพอใจของลูกค้าเมื่อมาใช้บริการ ปรับเปลี่ยนและนำเสนอแคมเปญการตลาดที่เหมาะสมสอดคล้องกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในสาขาโดยเฉพาะ รวมถึงการนำมาวัดผลลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในร้านค้า ว่าลูกค้าที่กำลังเดินเข้ามา เคยเข้ามาใช้บริการก่อนหน้านี้หรือไม่เพื่อทำการตลาดถึงลูกค้าแบบเรียลไทม์ นับเป็นเครื่องมือ ที่ทรงพลัง สำหรับองค์กรที่ต้องการที่อยู่แถวหน้าในการนำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเป็นอย่างยิ่ง
