ตลาดน้ำอัดลม กลับมาร้อน เมื่อเอสโคล่า เบอร์ 3 ในตลาดถูกบิ๊กโคล่าผู้ท้าชิงรุกตลาดจริงจังอีกครั้ง
ยังคงเติบโตต่อเนื่องทุกปีสำหรับตลาดน้ำอัดลมไทย จากการเป็นประเทศเมืองร้อน ที่มาพร้อมกับการแข่งขันของคู่แข่งในตลาดรายใหญ่ 3 ราย ได้แก่กลุ่มโค้ก, เป๊ปซี่ และเอส โคล่า ที่ต่างขับเคี่ยวด้วยแคมเปญการตลาดรูปแบบต่าง ๆ ทั้งโปรโมชั่น รสชาติที่เป็นซีซันนอล รสชาติที่ปรับสูตรใหม่และอื่น ๆ เพื่อแย่งชิงเม็ดเงินในกระเป๋าลูกค้า ช่วงชิงรายได้และส่วนแบ่งตลาดกลับมามากที่สุด
เห็นได้จากมูลค่าตลาดน้ำอัดลมเติบโตดังนี้
2564 53,000 ล้านบาท
2565 57,000 ล้านบาท
2566 66,000 ล้านบาท
2567 70,772 ล้านบาท
ส่วนในปีนี้ Marketeer เชื่อว่าตลาดน้ำอัดลมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความร้อนระอุของอากาศประเทศไทย ประกอบกับการเข้ามาแข่งขันจริงจังอีกครั้งของ บิ๊กโคล่า แบรนด์จากประเทศเปรูที่กลับมาลุยตลาดอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อช่วงชิงเบอร์ 3 ในตลาดจากเอสโคล่าภายใน 3 ปีต่อจากนี้
ซึ่งการเข้ามาช่วงชิงเบอร์ 3 ของบิ๊กโคล่าในวันนี้ ได้เริ่มจากการสร้าง Top of Mind Brand ให้เกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่แบรนด์บิ๊กโคล่าเงียบหายจากการทำการตลาดเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอย่างยาวนานหลายปี แม้ยังคงมีวางจำหน่ายในตลาดไทย
จนภาพบิ๊กโคล่าในวันนี้ไม่สามารถเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าเลือกเป็นน้ำอัดลมที่ผู้บริโภคนึกถึงเป็นอันดับแรกได้ พร้อมกับการลดลงของส่วนแบ่งตลาดเหลือเพียง 6% ในปัจจุบัน จากอดีตที่เคยทำได้สูงสุด 12% แม้ที่ผ่านมาแบรนด์จะเป็นที่รู้จักด้าน Awareness ด้วยการเข้ามาทำตลาดในไทยเป็นประเทศแรกนอกลาตินอเมริกาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2549

เมื่อแบรนด์บิ๊กโคล่าเผชิญกับความท้าทายในตลาดไทย และเป้าหมายที่สำคัญคือ เพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 7% ในปีนี้ และขึ้นเป็นเบอร์ 3 ในตลาดด้วยส่วนแบ่งตลาด 15% ภายในปี 2570 ในปี 2568 บิ๊กโคล่าจึงใช้เม็ดเงินมากถึง 100 ล้านบาท ผ่านกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก ที่ประกอบด้วยกลยุทธ์ต่าง ๆ ดังนี้
1. Sponsorship Marketing จากการเป็น Official Regional Partner ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขยายฐานเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแฟนคลับสโมสรที่มีอยู่ในไทย 5 ล้านคน และมีฐานแฟนคลับเป็นกลุ่ม Gen Z จำนวนมากผ่านแคมเปญโฆษณาในรูปแบบต่าง ๆ
เช่นการเปิดแคมเปญ “Big Cola x Manchester City” ลุ้นพาผู้โชคดีบินไปชมการแข่งขันพรีเมียร์ลีกที่อังกฤษที่บิ๊กโคล่าประเทศไทยใช้เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการเติบโตสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในช่วงหน้าร้อนซึ่งเป็นฤดูกาลขายหลักได้เป็นอย่างดี
ซึ่งสัญญา Official Regional Partner ระหว่างบิ๊กโคล่า และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สามารถนำตราสัญลักษณ์สโมสร (CREST) นักฟุตบอล และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ มาทำกิจกรรมการตลาดได้ในอายุสัญญา 2 ปี
2. ให้ความสำคัญกับการขยายช่องทางการขายไปยังร้านอาหาร ร้านขายของชำ และโมเดิร์นเทรด ซึ่งเป็นช่องทางที่สำคัญในการเข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศ ที่สามารถมาต่อกรกับเบอร์ 3 อย่างเอสโคล่าได้
โดยบิ๊กโคล่าวางเป้าหมายขยายช่องทางร้านขายของชำและโมเดิร์นเทรดให้ครอบคลุม 100% ในอนาคต จากปัจจุบันที่บิ๊กโคล่า เข้าถึงร้านชำได้ 60% และโมเดิร์นเทรด 90% เท่านั้น
3. เน้นรูปแบบการสื่อสารเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น Gen Y และ Gen Z มากขึ้น เพื่อสร้างฐานลูกค้าที่สำคัญที่สามารถเติบโตได้ในระยะยาว
การรุกตลาดของบิ๊กโคล่าในประเทศไทยแม้ผู้บริหารคาดหวังว่าจะดึงเอสโคล่าลงมาเป็นเบอร์ 4 เพื่อขึ้นเป็นเบอร์ 3 แทนในปี 2570 ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แม้เอสโคล่าจะเป็นเบอร์ 3 ในตลาด ด้วยส่วนแบ่งตลาด 8.9% (อ้างอิงมีนาคม 2567) ห่างจากที่บิ๊กโคล่ามีอยู่ในปัจจุบัน 3%
แต่ที่ผ่านมาเอสโคล่าถือเป็นแบรนด์ที่ทำการตลาดและปรับตัวเองอย่างต่อเนื่อง เช่นการปรับรสชาติใหม่ให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น รวมถึงการเข้าถึงการสื่อสารการตลาดสร้างภาพลักษณ์เป็นแบรนด์ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z กลุ่มเป้าหมายที่บิ๊กโคล่าต้องการไป เพื่อสร้างการเติบโตด้านยอดขาย และส่วนแบ่งตลาดให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้

นอกเหนือจากการทำตลาดเข้าถึงกลุ่ม Gen Z ผ่านกลยุทธ์ต่าง ๆ แล้ว เปิดปี 2568 เอสโคล่ายังเริ่มรุกตลาดในปีนี้ผ่านแคมเปญ “ขอเอสขวดพี่” สร้างการรับรู้สั่งเอสควบคู่มืออาหาร จากการมองเห็นโอกาสที่คนไทยมีพฤติกรรมรับประทานข้าวนอกบ้านเติบโตอย่างต่อเนื่องที่เอสสามารถสร้างการเติบโตจากช่องทางนี้ได้
ซึ่งแคมเปญ “ขอเอสขวดพี่” เป็นการสื่อสารในรูปแบบ 360 องศา ทั้งการนำตั้ม-วราวุธ โพธิ์ยิ้ม หรือ ตั้ม The Star เป็นพรีเซนเตอร์ จัดกิจกรรมการตลาด ตามร้านอาหารต่าง ๆ 1,000 ร้าน ในย่านที่เป็น Strategic Area ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล
รวมถึงใช้สื่อต่าง ๆ สร้างการรับรู้ เช่น สื่อบิลบอร์ด, สื่อ ณ จุดขาย, สื่อ Transit, สื่อวิทยุออนไลน์, สื่อโซเชียลมีเดีย และ KOL เป็นต้น
พร้อมกิจกรรมถ่ายรูปเอสกับอาหาร โพสต์ลงโซเชียลเแฮชแท็ก #ขอเอสขวดพี่ เพื่อลุ้นทองคำมูลค่า 10,000 บาท หรือลุ้นรางวัลกินฟรีที่ร้านอาหารในเครือโออิชิ รวม 75 รางวัล ในช่วงมกราคม-มีนาคม 2568 สร้างการพูดถึงในโซเชียลอีกทางหนึ่ง ก่อนที่จะมีแคมเปญอื่น ๆ ในช่วงหน้าร้อนตามมาในอนาคต
อย่างไรก็ดี การรุก ตลาดน้ำอัดลม ของบิ๊กโคล่า จะสามารถโค่นเอสโคล่าลงมาเป็นเบอร์ 4 ได้หรือไม่ คงต้องดูกันต่อไป เพราะเอสโคล่าไม่ยอมให้บิ๊กโคล่าขึ้นเป็นเบอร์ 3 อย่างแน่นอน
–
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
