HAAB ใช้ GrabAds อย่างไรให้ยอดขาย Delivery โตก้าวกระโดด ปัจจุบันผลิต 5 ล้านชิ้นต่อเดือน
นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “HAAB” (อ่านว่า “หาบ”) แบรนด์ขนมไข่เตาถ่านที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ ด้วยแนวคิดเรียบง่ายแต่แตกต่าง จากการนำขนมไข่สูตรโบราณมาปรับให้ทันสมัย อาศัยช่องว่างในตลาดอาหารประเภท Finger Food บนทำเลที่มีศักยภาพอย่างถนนบรรทัดทอง ทำให้นอกจากจะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วแล้ว HAAB ยังสร้างยอดขายเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด
ล่าสุด “จูเนียร์-ทัพไทย ฤทธาพรม” และ “มอส-จรรยธร บิลพัฒน์” สองผู้ก่อตั้งแบรนด์ HAAB อัปเดตกับ Marketeer ว่า
ปัจจุบัน HAAB มียอดขายมากถึง 5 ล้านชิ้นต่อเดือน ขยายสาขาแล้วกว่า 16 สาขา โดยขยายไปยังประเทศมาเลเซีย 4 สาขา ปีที่ผ่านมาเปิด Pop-Up Store แล้วกว่า 205 ครั้ง และมีพนักงานรวมกว่า 200 คน
ภายในระยะเวลา 1 ปี 8 เดือน แบรนด์ขนมไข่ที่เริ่มต้นจากร้านเล็ก ๆ บนถนนบรรทัดทอง สามารถทำ New High Record อย่างต่อเนื่องทุก ๆ เดือน แบบนี้ได้อย่างไร Marketeer พาไปเจาะอินไซต์เบื้องหลังไปพร้อม ๆ กัน

Recap จุดเริ่มต้นของ HAAB ให้ฟังคร่าว ๆ ก่อนว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร
จากเพื่อนร่วมคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จูเนียร์และมอสเริ่มสร้างธุรกิจร่วมกันคือการขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว และเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ DreamDesk ที่เน้นขายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซเป็นหลักจนประสบความสำเร็จ ก่อนจะมองเห็นโอกาสจากทำเลที่ตั้งออฟฟิศที่อยู่บนถนนบรรทัดทอง และช่องว่างของร้านอาหารต่าง ๆ ที่ยังไม่มีประเภท Grab and Go เลยขยายสู่ธุรกิจ Food and Beverage ที่เริ่มต้นด้วย ขนมไข่แบรนด์ HAAB
“ด้วยจุดเด่นของทำเลบรรทัดทองที่มีศักยภาพ สินค้าที่ตอบโจทย์ความเป็น Grab and Go ที่ยังไม่มีในย่านดังกล่าว และรสชาติของขนมไข่สูตรสงขลาที่ถูกพัฒนาและนำเสนอในรูปแบบใหม่ ทำให้เรามีชื่อเสียงในตอนแรก”
คุณมอสเล่าต่อว่า “ในวันแรกที่เปิดขาย 90% ของลูกค้าที่ได้ชิมเดินวนกลับมาซื้อ ด้วยรสชาติขนมไข่ที่เกินความคาดหมาย ไม่เหมือนกับขนมไข่ที่เคยกิน รสชาติที่อร่อย ทำให้เกิดเป็นความประทับใจเกิดเป็น Word of Mouth ประกอบกับช่วงเวลานั้น มีเพจ Influencer ต่าง ๆ มารีวิวร้านย่านบรรรทัดทอง เราก็ได้อานิสงส์ไปด้วย ก็เลยทำให้เหมือนโตขึ้นไปเรื่อย ๆ”
Data Driven กุญแจสำคัญของการเติบโต
ถามว่าขนมไข่สงขลาที่ถูกนำมาจับแต่งตัวใหม่ ถึงแม้เต็มไปด้วยคุณภาพและรสชาติที่อร่อย แต่ทำอย่างไรถึง “โตเร็ว” ขนาดนี้
จูเนียร์ตอบว่า “จุดเปลี่ยนคือการใช้ข้อมูลในการทำงานค่อนข้างเยอะ โดยเราเริ่มต้นจากการเปิดหน้าร้านเล็ก ๆ เพื่อลองธุรกิจก่อน จากนั้นใช้เทคนิค KOL Marketing เนื่องจากเรามีความเชื่อว่าธุรกิจอาหารถ้าแบรนด์ออกมาพูดเองว่าอร่อยคนอาจจะไม่เชื่อ ดังนั้น ให้คนที่ Professional ด้านการรีวิวมาพูดให้ดีกว่า และเนื่องจากรสชาติขนมของเราอร่อยจริง ผลลัพธ์คือ ลูกค้าชอบ คนต่อคิวซื้อ ยอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”
“จากนั้นเราเริ่มขยายธุรกิจจากออฟไลน์มาเป็นออนไลน์ ขยับมาที่ Delivery Platform และค่อยก้าวสู่การออกอีเวนต์ต่าง ๆ ซึ่งการออกอีเวนต์ นอกจากจะทำให้คนรู้จักแบรนด์มากขึ้นแล้ว เรายังได้ข้อมูลเพื่อใช้ในการต่อยอดขยายสาขาไปในพื้นที่ที่มีศักยภาพและโอกาสการเติบโต”

Turning ก้าวสู่ยอดขาย 5 ล้านชิ้นต่อเดือน
ที่น่าสนใจคือ หลังจากตัดสินใจขายผ่านช่องทาง Delivery Platform ในช่วงครึ่งปีหลังของ 2024 HAAB มียอดขายโตขึ้นกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก 2024 และมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 80% ส่งผลให้ปัจจุบันทำ New High ขายได้เดือนละ 5 ล้านชิ้นอย่างที่กล่าวในข้างต้น
หลายคนทราบว่า HAABมีขายเฉพาะในแอปพลิเคชัน Grab (Only at Grab) แต่ขายบน Grab อย่างเดียวอย่างไรให้มียอดขายโตได้ขนาดนี้
“Delivery ถือเป็นช่องทางที่ช่วยให้ร้านขยายธุรกิจได้โดยไม่ต้องใช้เงินทุนมาก ต่างจากเมื่อก่อนที่การขยายสาขาต้องใช้เวลานานและเงินลงทุนสูง การเข้าสู่ระบบ Delivery ทำให้สามารถเพิ่มโอกาสการขายได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ ที่ตัดสินใจขายเฉพาะที่แกร็บ ผ่านโปรแกรม Only at Grab เพราะตอนนั้นเราพยายามเปรียบเทียบว่าโมเดลธุรกิจของ Delivery ไหนที่เหมาะกับแบรนด์ HAAB ในมุมของการเติบโตด้านยอดขายที่เราคาดไว้
ซึ่งจากการที่ Grab เองมีการสนับสนุนการโปรโมตต่าง ๆ ที่สำคัญต่อการสร้างการรับรู้ของแบรนด์เรามาก รวมถึงการให้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อประกอบการตัดสินใจในการขยายสาขา หรือ Scale Up ธุรกิจในมิติต่าง ๆ ซึ่งข้อมูลจาก Grab ก็จะเป็นหนึ่งในข้อมูลที่เราใช้ในการตัดสินใจว่าเราจะขยายสาขาหรือไปเปิด Pop-Up Store ที่ไหน ลูกค้าสินค้าหมวดหมู่ของเรามีการกระจุกตัวอยู่ที่ตรงไหนบ้าง ที่สำคัญคือมีบริการ GrabAds เครื่องมือโฆษณาที่ตอบโจทย์ร้านอาหารแบบครบวงจร อันนี้ก็จะเป็นปัจจัยหลักที่เราตัดสินใจทำ Only at Grab”
ทำไมเลือกใช้ GrabAds?
“เรามีความเชื่อในเรื่องของการใช้ Ads (โฆษณา) อยู่แล้ว”
ด้วยพื้นฐานของมอสและจูเนียร์ที่คลุกคลีอยู่ในวงการ Content Marketing และ e-Commerce ทำให้พวกเขาคุ้นเคยและเข้าใจในการทำโฆษณามากพอสมควร
เราเข้าใจและเชื่อว่าการทำ Ads (โฆษณา) หรือการทำ Paid Marketing มันจะช่วยให้ธุรกิจเราโตได้ ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจไหน ขายสินค้าทั่วไป หรือทำธุรกิจอาหาร
หลายคนทำโฆษณาไม่สำเร็จเพราะไม่เข้าใจข้อมูลระบบการทำงานของ Ads อย่าลืมว่าการทำ Ads คือการลงทุนที่สามารถติดลบได้เหมือนกัน ดังนั้น ต้องเสริมความเข้าใจก่อน เมื่อเข้าใจแล้วค่อยลองทำแบบเล็ก ๆ จนเรามั่นใจ แล้วค่อยขยายการทำโฆษณาและธุรกิจ
สำหรับHAAB เรามีความเชื่อในเรื่องการใช้ Ads และมีความเข้าใจอยู่แล้ว เลยลงมือทำได้ทันที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรู้ด้วยว่าในธุรกิจอาหาร ต้องใช้ Ads ในช่องทางไหนถึงจะเห็นผล เรามองว่าถ้ายิงในแพลตฟอร์มที่เกี่ยวกับอาหารเป็นหลักอย่าง Grab จะสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าของเราได้เลยและคุ้มค่ากว่า นั่นทำให้เราทำ Ads กับ GrabAds ที่เดียวไม่ใช้แพลตฟอร์มอื่นเลย”

มอสขยายความถึงสาเหตุที่เลือกใช้ GrabAds ว่า “GrabAds เป็นเครื่องมือที่ครบเครื่อง เพื่อใช้สนับสนุนเหล่าผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์ Food Search ที่เลือกใช้ keyword หลักอย่าง ขนมไข่เตาถ่าน ขนมไข่ และ ขนมหวาน ให้ HAAB ปรากฏเป็นอันดับต้น ๆ บนหน้าผลลัพธ์การค้นหา หรือฟีเจอร์ Native Ads ที่ช่วยโฆษณาให้HAABปรากฏบริเวณด้านหน้าหลักของ GrabFood ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้ทันที และฟีเจอร์ Brand Deals จัดคู่ลด จับคู่ดีล โปรโมชั่นส่งเสริมการขาย ทั้งหมดนี้คือฟีเจอร์ที่เราใช้ และเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มยอดขายได้เท่าตัว และมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 80%”
“ปัจจุบัน HAAB อยู่ในช่วงที่เรียกว่า Full Scale Mall ก็คือไปในห้างสรรพสินค้าที่เราอยากไปให้ครบ และในอนาคตเราวางแผนขยายสาขาไปยังต่างจังหวัด และต่างประเทศให้มากขึ้น”
“การทำ Ads โฆษณาไม่ใช่เรื่องยาก แค่ต้องเข้าใจ มีความเชื่อ และอย่าลืมว่าในการทำธุรกิจ เราจะทำใน Action ที่คุ้มค่าและเกิดกําไรเสมอ แปลว่าเราต้องมีการคำนวณอยู่ตลอดเพื่อให้ได้กำไรที่เราพอใจและสามารถขยายธุรกิจได้ ดังนั้น การใช้ Ads ด้วยความเข้าใจ เลือกเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์เป้าหมาย เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยให้เราสามารถขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว” จูเนียร์กล่าวทิ้งท้าย
–
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /

