Trends / หลังสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษี แต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียนก็มีท่าทีต่างกันไป โดยประเทศที่ออกตัวก่อนใคร ๆ คือเวียดนาม ซึ่งเสนอขอซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ และไม่เก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าสหรัฐฯ เพื่อเปิดทางขอเจรจา

ท่าทีดังกล่าวเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะสหรัฐฯ เป็นคู่ค้าหนึ่งในคู่ค้าของเวียดนาม เช่นเดียวกับบรรดาเพื่อนบ้านในอาเซียน และสหรัฐฯ ก็ประกาศตั้งกำแพงภาษีนำเข้าต่อสินค้าของเวียดนาม 46% ถือว่าเป็นสูงติดอันดับบน ๆ รองจากเมียนมา ลาว และกัมพูชา

แต่ดูเหมือนว่า สหรัฐฯ ยังไม่พอใจโดยสะท้อนออกมาผ่าน ปีเตอร์ นาวาโร่ ที่ปรึกษาทางการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่กล่าวว่า ข้อเสนอเหล่านี้ของเวียดนามไม่เพียงพอ

นี่ทำให้เวียดนามอาจต้องปรับนโยบายทางการค้าทางค้าครั้งใหญ่ ด้วยการหันไปผูกมิตรกับจีนมากขึ้น

สื่ออังกฤษวิเคราะห์อิงทัศนะของวิชาการด้านการค้าและกิจการต่างประเทศที่เชี่ยวชาญเรื่องเวียดนามและอาเซียนว่า แม้ตลอดหลายปีมานี้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับเวียดนาม ดีขึ้นตามลำดับ และรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดก่อนก็เพิ่งประกาศยกระดับความสัมพันธ์ทางการค้า

ขณะที่ข้ามมาถึงรัฐบาลสหรัฐฯ ก็มีแนวโน้มดีขึ้นไปอีก จากทั้งการที่มีการแปลหนังสือเกี่ยวกับ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในภาษาเวียดนามออกมาหลายเล่ม และนายกรัฐมนตรี ฟาม มินห์ จีญ ของเวียดนาม ก็เคยกล่าวแบบติดตลกไว้ว่า พร้อมไปตีกอล์ฟที่สหรัฐฯ กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เป็นวัน ๆ ถ้าดีต่อเศรษฐกิจและประชาชนชาวเวียดนาม

แต่การประกาศตั้งกำแพงภาษีนำเข้าต่อสินค้าเวียดนามสูงถึงเกือบ 50% และที่ปรึกษารัฐบาลยังมาส่งสัญญาณยังไม่พอใจต่อข้อเสนอของเวียดนามอีก เวียดนามอาจมองว่าสหรัฐฯ จ้องจะเอาเปรียบมากเกินไป และตำแหน่งมิตรที่สำคัญอาจเป็นเพียงคำพูดสวยหรูเท่านั้น

ประกอบกับ เวียดนาม ก็เหมือนกับประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน ที่ถูกตัดความช่วยเหลือหลังสหรัฐฯ ประกาศยุติการทำงานของหน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) ซ้ำร้ายสหรัฐฯ ยังเพิ่มความเข้มงวดในการเก็บภาษีต่อเวียดนามในฐานะที่ให้สินค้าจีนเป็นทางผ่านอีกด้วย

ทั้งหมดจึงอาจทำให้เวียดนามหันไปกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและด้านอื่น ๆ กับจีนมากขึ้น และจีนก็มีแต้มต่ออยู่แล้วมากมายจากทั้งการเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของเวียดนาม ประเทศในเอเชียเหมือนกัน และยังพรมแดนติดกันอีกด้วย

โดยต้องจับตามองกันว่าการหันไปเข้าหาจีนมากขึ้นของเวียดนาม จะเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางเยือนเวียดนามของประธานาธิบดีจีน เมษายนนี้หรือไม่

ส่วนหลังการเดินทางเยือนเวียดนามของประธานาธิบดีจีน ต้องจับตาดูท่าทีของเวียดนามต่อไปว่า จะเอนเอียงหาจีนมากขึ้นไปอีกแค่ไหนหรือความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ดำเนินเป็นอย่างไร

ขณะที่สหรัฐฯ ก็คงไม่อยู่เฉย เพราะปัจจุบันขาดดุลการค้ากับเวียดนามเกิน 123,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.2 ล้านล้านบาท) ไปแล้ว/theguardian