กลายเป็นอีกหนึ่งข่าวสะเทือนวงการ Food Delivery เมื่อต้นสังกัดอย่าง Delivery Hero ประกาศชัด “ปิดฉาก Foodpanda ในไทย” โดยจะยุติการให้บริการทั้งหมดในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้

ดีลนี้ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจที่ไม่เวิร์กในไทย แต่สะท้อนสัญญาณชัดว่าเกมนี้ ไม่ได้มีที่ว่างสำหรับทุกคน

ลดขาดทุนแต่ยังห่างจากคำว่า ‘กำไร’

แม้ว่าในปี 2023 Foodpanda จะสามารถลดการขาดทุนเหลือเพียง 522 ล้านบาท จากปี 2022 ที่ขาดทุนสูงถึง 3,255 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่อาจฝ่าแรงต้านในตลาดไทยไปได้

รายได้รวมย้อนหลัง 3 ปี ของ Foodpanda

ปี 2023 รายได้รวม 3,843 ล้านบาท ขนาดทุน 522 ล้านบาท

ปี 2022 รายได้รวม 3,628 ล้านบาท ขนาดทุน 3,255 ล้านบาท

ปี 2021 รายได้รวม 6,786  ล้านบาท ขนาดทุน 4,721 ล้านบาท

วิเคราะห์ 3 เหตุผลที่ Foodpanda ต้องโบกมือลา

1. สมรภูมิเดือด–ต้นทุนดุ Grab, LINE MAN Wongnai, Robinhood ล้วนเป็นตัวเต็งที่แข่งกันทั้งราคา โปรโมชั่น และบริการ กลายเป็นการแข่งขันแบบเผาเงิน โดยเฉพาะค่าคอมมิชชัน ค่าจัดส่ง และโปรล่อลูกค้าที่กลายเป็นดาบสองคมในงบดุลของ Foodpanda

2. ผู้บริโภคไม่เหมือนเดิม เมื่อ COVID-19 ซาลง คนไทยกลับไปนั่งกินในร้านมากขึ้น ความนิยม Food Delivery ลดฮวบ ผนวกกับความกังวลเรื่อง “ค่าอาหารบวกค่าจัดส่งแพงเกินจริง” บวกกับปัญหาอย่าง “อาหารไม่ตรงปก และ “มาสาย ยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่น

3. กลยุทธ์ใหม่จากบริษัทแม่ Delivery Hero ปรับแผนรุกตลาดเฉพาะพื้นที่ที่มีแนวโน้มกำไรชัดเจนในเอเชียแปซิฟิก การปล่อยมือจากไทยคือหนึ่งในหมากยุทธศาสตร์ที่ต้องตัดเพื่อเสริมส่วนที่ยังเติบโตได้ดี

น่าติดตามว่า Food Delivery ในประเทศไทยที่เหลือเพียงไม่กี่เจ้า จะไปในทิศทางใด แล้วผู้บริโภคอย่างเราจะได้ผลกระทบจากการปิดตัวครั้งนี้มากน้อยแค่ไหน

ประกาศจาก Delivery Hero


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer