Bumble แอปพลิเคชันหาคู่ที่เน้นจับกลุ่มผู้หญิง ประกาศปลดพนักงาน 240 ตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นการปลดครั้งใหญ่ เพราะคิดเป็น 30% ของพนักงานทั้งหมด หลังประสบปัญหายอดผู้ใช้ลดลง ฉุดราคาหุ้นให้ลดลงไปมากถึง 90% ตั้งแต่ทำไอพีโอในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อปี 2021
สถานการณ์ของ Bumble ไม่สู้ดีนักมาตั้งแต่ปี 2024 ซึ่งผลประกอบการลดลง และในไตรมาสล่าสุดปี 2025 ก็ลดลงเกือบ 8% และหลังประกาศปลดพนักงานก็ฉุดให้ราคาหุ้นระหว่างการซื้อ-ขายเมื่อ 25 มิถุนายนที่ผ่านมาลดลงไป 17%

Bumble คาดว่าการปลดพนักงานครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ปีละ 40 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,470 ล้านบาท) โดยเงินที่ประหยัดได้ส่วนใหญ่จะถูกนำไปลงทุนกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเครื่องมือใหม่ๆ รวมถึงการนำเอไอมาใช้เพื่อช่วยจับคู่ให้กับผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต
ราคาหุ้นของ Bumble ดิ่งลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เข้าตลาดเมื่อ 4 ปีก่อน จนทำให้ Whitney Wolfe Herd ผู้ก่อตั้ง ต้องกลับมาเป็นซีอีโอหลังพักงานไปนานถึง 2 ปี โดยเธอยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “การเฝ้าดูบริษัทตกต่ำลงจากจุดสูงสุดเป็นเรื่องที่ยากมาก”
ทว่าไม่ใช่แค่ Bumble ที่กำลังเผชิญวิกฤต โดย Match Group บริษัทเจ้าของแอปรายใหญ่เจ้าของแอปคู่อย่าง Hinge และ Tinder ก็กำลังประสบปัญหาเช่นกัน จนต้องปลดพนักงานไป 300 ตำแหน่ง ซึ่งคิดเป็น 13% ของพนักงานทั้งหมด

ขาลงของแอปหาคู่เกิดจากแอปหาคู่กำลังไม่เป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่อย่างกลุ่ม Gen Z เพราะกำลังเบื่อกับการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ หลังเคยใช้อย่างหนักช่วงล็อกดาวน์ ไม่อยากเสียเวลามานั่งกรอกข้อมูล และอยากไปลองสานสัมพันธ์ผ่านการพบปะกันจริงๆ หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่สามารถวัดได้ว่ามีอะไรที่ชอบตรงกันบ้างไหม เช่น การเล่นเกมออนไลน์
ข้อมูลจากสื่ออังกฤษระบุว่า จำนวนชาวอังกฤษและคนในกลุ่มประเทศสหราชอาณาจักรที่ใช้แอปหาคู่ดังๆ อย่าง Tinder, Hinge และ Bumble ระหว่างปี 2022-2024 ลดลง ซึ่งนอกจากสาเหตุที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ยังมาจากที่ผู้คนเห็นว่ามีแอปหาคู่ให้เลือกมากเกินไปจนไม่รู้จะเลือกแอปไหนดี, กลัวการถูกมิจฉาชีพหลอกให้รักผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ (Love Scam) และการอยากครองตัวเป็นโสด
สถานการณ์ทั้งหมดสะท้อนว่า หลังเริ่มมีการหาคู่ผ่านช่องทางออนไลน์มาครบ 30 ปี บรรดาแพลตฟอร์มหาคู่ที่พัฒนามาอยู่ในแอปสมาร์ตโฟนก็ถึงคราวขาลง และต้องปรับตัว ซึ่งเอไอ การบริหารจัดการข้อมูลให้ปลอดภัย และการพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การใช้ที่ดีขึ้น อาจช่วยกู้สถานการณ์ได้
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางขาลงดังกล่าว กลับมีแอปหนึ่งที่มีทิศทางตรงกันข้าม โดยในปีที่ผ่านมาราคาหุ้นของ Grindr แอปสำหรับกลุ่ม LGBTQ+ โตขึ้นถึงกว่า 115% หลังปรับปรุงฟีเจอร์ให้ดีขึ้นจริงจังมากขึ้น ขยายฐานผู้ใช้งานให้กว้างขึ้น และดึงดูดผู้โฆษณาเข้ามาเพิ่ม ท่ามกลางรายงานว่าผู้ใช้พร้อมจ่ายเพื่อเข้าถึงฟีเจอร์และเปิดทางสู่การหาคนที่อาจเป็นคนรู้ใจได้เร็วขึ้น / cnn, bbc, fortune
