ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในองค์กร ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อีกครั้ง เมื่อ ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศปรับโครงสร้างองค์กร ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบตำแหน่งและแต่งตั้งทีมผู้บริหารระดับสูง พร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์กร ทิศทางธุรกิจพร้อมรองรับการแข่งขันและการเติบโตในอนาคต
ซึ่งการปรับองค์กรครั้งนี้ ซิกเว่ เบรกเก้ ได้กล่าวว่า เป็นหนึ่งในโรดแมพที่ได้คิดไว้ตั้งแต่ 11 มีนาคม 2568 หลังเข้ารับตำแหน่งประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม หรือ Group CEO บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างแนวทางบริหารองค์กรให้มีความเรียบง่าย ลดขั้นตอนในการตัดสินใจ และแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาด การแข่งขัน และเทคโนโลยี ทั้งปัจจุบันและอนาคต

การออกแบบองค์กรทรู คอร์ปอเรชั่นในครั้งนี้ ซิกเว่มองว่าเหมือนเป็นการรีแบรนด์องค์กรทั้งหมด ทั้งพฤติกรรม วัฒนธรรมภายใน และแนวทางการทำงานของพนักงานทุกคน เพื่อให้สอดคล้องกับแบรนด์ในภาพรวมอย่างแท้จริง จากการนำ 5 ทิศทางหลักของธุรกิจมาปรับเพื่อให้เหมาะสมกับโลกในอนาคต ซึ่งประกอบด้วย:
1.ผู้นำด้านประสบการณ์ลูกค้า (Customer Champion)
ซิกเว่มีความต้องการยกระดับทรูขึ้นเป็นผู้นำด้านประสบการณ์ลูกค้า สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง เนื่องจากในวันนี้คู่แข่งไม่ได้มีเพียงเอไอเอสอีกต่อไป แต่คือบริษัทระดับโลกทั้ง Netflix, Google, Microsoft ที่ได้ยกระดับมาตรฐานด้านประสบการณ์ของลูกค้าไปอีกขั้น
2.บริการดิจิทัลเพื่อความสุขในบ้าน (Win the Home)
ซิกเว่ให้ข้อมูลว่าในปัจจุบันมีผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์รวมกันทั้งหมดเพียง 10 ล้านครัวเรือน จากครัวเรือนทั้งหมดในประเทศไทย (อ้างอิงจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ 23 ล้านครัวเรือน) ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายการเติบโตในตลาดนี้ได้อีกมาก
ในปัจจุบันทรูมีลูกค้าอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์เพียง 5 ล้านครัวเรือน และต้องการส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจนี้มากขึ้น ด้วยการรุกตลาดผ่านบริการต่างๆ ผ่านนวัตกรรมที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในบ้าน เช่น กล้อง CCTV ที่ใช้ AI ติดตามการเคลื่อนไหว รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่เชื่อมต่อการทำงานผ่านระบบ AI
นอกจากนี้ ซิกเว่ยังมองว่าในอีก 6 ปีข้างหน้า ความต้องการในการใช้อินเทอร์เน็ตในครัวเรือนประเทศไทยจะสูงขึ้น จากทีวีที่ใช้งานในครัวเรือนได้เปลี่ยนเป็นดิจิทัลทั้งหมด และอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านจะมีเซนเซอร์ AI ฝังอยู่เพื่อเชื่อมต่อการทำงานกับอินเทอร์เน็ต ซึ่งสามารถสร้างโอกาสการเติบโตให้กับธุรกิจได้
3.เร่งการเปลี่ยนผ่านธุรกิจลูกค้าองค์กรสู่ดิจิทัล (Accelerating B2B Digital Transformation)
ในกลุ่มทรูบิสิเนส ธุรกิจที่ให้บริการลูกค้าองค์กรและ SME ซิกเว่ยอมรับว่าในอดีตกลุ่มทรูบิสิเนสยังเจาะกลุ่มลูกค้า SME ได้น้อยกว่าเอไอเอส
ซึ่งกลุ่ม SME เป็นโอกาสที่น่าสนใจ จากจำนวน SME ในประเทศไทยที่มีมากถึง 2 ล้านบริษัท และทรูมีความต้องการบุกตลาด SME ผ่านบริการโซลูชันต่างๆ ที่สนับสนุนธุรกิจ SME เติบโต เช่น บริการ Cloud, ความปลอดภัยทางไซเบอร์, เครื่องมือ AI, แพลตฟอร์มเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน, ประกันภัย และอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก

4.ขับเคลื่อนอนาคตด้วย AI (Empowering the Future with AI)
ซิกเว่ได้วางยุทธศาสตร์ให้ทรูเป็น AI-First Company บริษัทที่นำ AI มาใช้ในการดำเนินงานและนำมาใช้ในทุกด้าน ตั้งแต่การทำงาน การวางแผน การจัดการความรู้ ซึ่งจะช่วยให้สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างคล่องตัว ปรับตัวทันทีตามสถานการณ์ และสร้างจุดแข็งทางการแข่งขันที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้นในระยะยาว
พร้อมกับการนำแนวทาง Cloud First มาใช้ โดยเน้นโครงสร้างด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแบบคลาวด์ เพื่อการบริหารจัดการและการดำเนินงานของธุรกิจ
5.มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Sharpened Focus on Digitalization)
ปัจจุบันทรูอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างด้าน IT และดิจิทัลใหม่ทั้งหมด เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างแท้จริง ที่เน้นความรวดเร็ว ความคล่องตัว และความปลอดภัยเป็นหลัก ผ่านกลยุทธ์มุ่งสู่ความเป็น Legacy Free โดยปลดล็อกจากข้อจำกัดของระบบเดิม เพื่อเปิดทางสู่ความคล่องตัวและการปรับตัวอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน ทรูได้สร้าง Digital & Omni-channel Customer Journey เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้ไร้รอยต่อในทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ แอปพลิเคชัน และคอลเซ็นเตอร์ โดยมีข้อมูลลูกค้าเชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ
และสุดท้ายคือการขับเคลื่อนองค์กรด้วย Automation ที่ช่วยลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มความแม่นยำ และปลดศักยภาพพนักงานให้ไปโฟกัสกับการสร้างคุณค่าสู่ลูกค้าอย่างแท้จริง
จากเหตุผลทั้งหมดนี้ ได้กลายเป็นที่มาของการปรับองค์กรครั้งใหญ่ของทรู โดยซิกเว่มองว่าการปรับองค์กรของทรูเป็นเหมือนเครื่องบินที่กำลังเปลี่ยนเครื่องยนต์ในขณะบินต่อไปไม่หยุด ซึ่งต้องซ้อมเครื่องและบินไปด้วย และเป็นการเปลี่ยนเครื่องยนต์ครั้งที่สอง หลังจากครั้งแรกเมื่อตอนควบรวมระหว่างทรูกับดีแทคไปก่อนหน้านั้น

Marketeer FYI
ทีมผู้บริหารระดับสูง พร้อมตำแหน่งใหม่ของทรู คอร์ป มีผล 1 กันยายน 2568
-
มนัสส์ มานะวุฒิเวช
หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านประสบการณ์ลูกค้าและธุรกิจรีเทล
รับผิดชอบดูแลการบริหารจัดการทุกช่องทางการขาย การบริการทุกช่องทาง เพื่อให้ทรูสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทั่วประเทศ -
ชารัด เมห์โรทรา
หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล
ดูแลผลิตภัณฑ์และการส่งมอบคุณค่าสูงสุดเพื่อตอบสนองลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบ -
คูรัม อัชฟาค
หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย
พัฒนาเครือข่ายอัตโนมัติด้วย AI เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานบนเครือข่ายที่เหนือชั้น (Unmatched Network Experience) -
ฐานพล มานะวุฒิเวช
หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านโฮมคอนเนคทิวิตี้
นำเสนอดิจิทัลไลฟ์สไตล์ครบวงจร ตั้งแต่บรอดแบนด์ ความบันเทิง ถึงสมาร์ทโฮม -
ดร. ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์
หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร
เร่งการเปลี่ยนผ่านองค์กรธุรกิจสู่ดิจิทัล เพื่อเป็นพาร์ตเนอร์เทคโนโลยีอันดับหนึ่งที่องค์กรและ SME
นอกจากนี้ ยังมีการแต่งตั้งหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ และหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งจะประกาศภายหลัง
