อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดแผนงานในทุกกลุ่มธุรกิจ ปักธงผู้นำธุรกิจไมซ์ของภูมิภาค ลุยทุ่ม 3,000 ล้านบาท สร้างโรงแรมฮิลตัน ริมทะเลสาบเมืองทองธานี รองรับดีมานด์กลุ่มไมซ์ ผนึกพาร์ตเนอร์ ไลฟ์เนชั่น ขยายศักยภาพสู่สถานที่จัดอีเวนต์บันเทิงจากนานาชาติ

คุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ในเครือบริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของผู้จัดงานทั่วโลก ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นในหลายมิติ ทั้งในด้านความมั่นคงทางอาหาร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ ตลอดจนความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า และบริการผ่านความคิดสร้างสรรค์
ขณะที่การจัดคอนเสิร์ตในประเทศไทยก็เพิ่มขึ้น โดยแต่ละปีไทยมีจำนวนคอนเสิร์ตทั้งระดับนานาชาติ และในประเทศประมาณ 250-300 งาน ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
เนื่องจากไม่เพียงเเต่สร้างเม็ดเงินจากการจ้างงานในอุตสาหกรรมอีเวนต์ ยังมีเม็ดเงินที่เกิดการใช้จ่ายในด้านการเดินทาง ที่พัก และอาหารในพื้นที่จัดงานรวมถึงพื้นที่โดยรอบเพิ่มเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจด้วย
แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมไมซ์จะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี แต่ต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการไทย ต้องเผชิญกับความท้าทายทุกมิติ
ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจภายในประเทศเอง ก็ส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านการใช้จ่าย และการตัดสินใจของผู้จัดงาน และนักเดินทางไมซ์ (MICE: การประชุม สัมมนา เดินทางเพื่อเป็นรางวัล และแสดงสินค้า) รวมถึงนโยบายการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ที่ยังต้องจับตามอง และปัญหาเศรษฐกิจจีน
นโยบายสนับสนุนให้ท่องเที่ยวภายในประเทศของจีน ส่งผลให้จำนวนนักเดินทางไมซ์ เเละนักท่องเที่ยวจีนชะลอการเดินทางลงตั้งแต่ต้นปี 2025 ล้วนกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ทว่าภาคธุรกิจไทย รวมถึงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไมซ์ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่างเตรียมความพร้อมรับมือให้ทันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
บริษัทเองก็ต้องปรับตัวให้สอดรับต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเช่นกัน เพื่อรักษาการเป็นจุดหมายปลายทางในการจัดงานประชุม ธุรกิจ และความบันเทิงระดับภูมิภาค
ทิศทางจากนี้ไป บริษัทจะเดินหน้าขยายธุรกิจเชิงรุกมากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ และขับเคลื่อนการเติบโต โดยหลังเปิดใช้งานรถไฟฟ้าสายสีชมพู ส่วนต่อขยายช่วงสถานีศรีรัช (ถนนแจ้งวัฒนะ) – เมืองทองธานี จำนวน 2 สถานี ดังนี้ สถานีอิมแพ็ค เมืองทองธานี, สถานีทะเลสาบเมืองทองธานี เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2025 ทันรับงาน THAIFEX – Anuga Asia 2025 ที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม: รถไฟฟ้าเข้า ‘เมืองทองธานี’

ความเคลื่อนไหวหลังจากนี้ของโครงการเมืองทองธานีรวมพื้นที่เกือบ 4,000 ไร่ ซึ่งมีพอร์ตอิมแพ็ค เมืองทองธานี, โรงแรม, อสังหาริมทรัพย์ เป็นกลุ่มรายได้หลัก
คุณพอลล์ กล่าวต่อว่า ธุรกิจให้บริการเช่าพื้นที่จัดงานอย่าง ‘อิมแพ็ค เมืองทองธานี’ ปัจจุบันมีความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน จากการเปิดใช้งานรถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยายที่เชื่อมต่อกับอาคารโดยตรง
ทั้งยังมีอาคารอื่น ๆ ในพื้นที่ที่มีศักยภาพ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ที่มีพื้นที่ 60,000 ตารางเมตร โดดเด่นด้วยอาคารที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ปราศจากเสากั้น รองรับผู้เข้าร่วมงานได้ 45,000-50,000 คน กลายเป็นอาคารจัดอีเวนต์บันเทิงในร่มขนาดใหญ่ หรือ อาคาร 5-12 สามารถจัดอีเวนต์บันเทิงในร่มได้เช่นกัน แบ่งย่อยได้ถึง 8 อาคาร ปรับเลือกการใช้งานได้ตามความเหมาะสม รองรับผู้ร่วมงานได้เฉลี่ย 3,500-4,500 คนต่ออาคาร โดยบริษัทมีแผนพัฒนาห้องแต่งตัวบริเวณอาคาร 5-6 ใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของจำนวนอีเวนต์ด้านความบันเทิงในอนาคต
บริษัทยังเตรียมพัฒนาพื้นที่การจัดอีเวนต์บันเทิงของส่วน ‘อิมแพ็ค อารีน่า’ โดยขยายความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ในรูปแบบการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ภายใต้ชื่อ ‘บริษัท อิมแพ็ค ไลฟ์เนชั่น’ กับทาง ‘ไลฟ์ เนชั่น (Live Nation Entertainment)’ บริษัทบันเทิงข้ามชาติ ผู้จัดและดำเนินการแสดงดนตรีสดให้กับศิลปินทั่วโลก ตลอดจนทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับวงการดนตรี และบันเทิงสดแบบครบวงจร
ไลฟ์ เนชั่น จะเข้ามาเช่าอาคารและที่ดินของอิมแพ็ค อารีน่า ระยะเวลา 20 ปี คิดเป็นมูลค่ารวมตามสัญญากว่า 4,617 ล้านบาท ซึ่งจะเข้ามาช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของอิมแพ็คในฐานะจุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงระดับโลกได้เป็นอย่างดี

ความร่วมมือในครั้งนี้ ในส่วนงานของบริษัทเอง คือต้องเตรียมงบลงทุนราว 300 ล้านบาท เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เช่าบริการของอิมแพ็ค อารีน่า ซึ่งเปิดให้บริการมานานกว่า 26 ปี เพื่อรองรับคอนเสิร์ต และอีเวนต์ระดับนานาชาติที่จะเกิดขึ้นมากขึ้นหลังการเข้ามาบริหารจัดการของไลฟ์ เนชั่น
นอกจากนั้น บริษัทยังมีธันเดอร์โดม และโซนใกล้เคียงกับพื้นที่กลางแจ้งริมทะเลสาบเมืองทองธานีกว่า 150,000 ตารางเมตร เหมาะสำหรับการจัดเทศกาลดนตรี เฟสติวัลขนาดใหญ่ พร้อมวิวทะเลสาบเปิดโล่ง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่โดดเด่น

อีกแผนงานสำคัญของบริษัท คือ ‘การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่โซนทะเลสาบเมืองทองธานี’ ซึ่งน่าจะเป็นทำเลที่สวยงาม และดีที่สุดในเมืองทองธานี เพื่อต่อเติมมาสเตอร์แปลนของโครงการสร้างเมืองแห่งนี้ให้สมบูรณ์สำหรับการเป็นเมืองแห่งธุรกิจไมซ์ และเอนเตอร์เทนเมนต์อีเวนต์
โดยจะเริ่มจากการเพิ่มโรงแรม ปัจจุบันบริษัทมีโรงแรมให้บริการ 2 แห่ง คือ โนโวเทล กรุงเทพ อิมแพ็ค และ ไอบิส กรุงเทพ อิมแพ็ค รวม 1,000 ห้อง ซึ่งไม่เพียงพอสำหรับการรองรับดีมานด์ที่เข้ามาในพื้นที่โครงการเมืองทองธานี ทั้งแนวโน้มงานที่จะเข้ามาจัดหลังจากนี้ ก็จะมีมากขึ้น และขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
บริษัทจึงเตรียมเซ็นสัญญากับเชนโรงแรมฮิลตัน สร้างโรงแรมฮิลตัน (Hilton) โรงแรม 5 ดาว จำนวน 300 ห้อง และ โรงแรมฮิลตัน การ์เดน อินน์ (Hilton Garden Inn) โรงแรม 4 ดาว จำนวน 700 ห้อง ทั้ง 2 แบรนด์จะอยู่ในพื้นที่อาคารเดียวกัน และตั้งอยู่บริเวณโซนทะเลสาบเมืองทองธานี วางแพลนเริ่มก่อสร้างราวเดือนมีนาคม 2026 ประเมินจะพัฒนาแล้วเสร็จราวต้นปี 2028
วางงบประมาณลงทุนราว 3,000 ล้านบาท โดยเงินลงทุนสร้างโรงแรมใหม่ดังกล่าว จะมาจากการนำโรงแรมโนโวเทลและไอบิสในอิมแพ็ค เมืองทองธานี ขายเข้ากองรีท ‘อิมแพ็ค โกรท รีท’ และบางส่วนจะมาจากกระแสเงินสดของบริษัท
ในระยะยาว บริษัทยังมีเป้าหมายสร้างโรงแรมใหม่อย่างต่อเนื่อง วางเป้าให้ได้จำนวนห้องพักรวมกัน 5,000 ห้อง ภายในปี 8 ปีข้างหน้า หรือในปี 2032
ซึ่งเมื่อมีโรงแรมที่รองรับดีมานด์ได้มากพอ ก็จะสามารถดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามาในโครงการเมืองทองธานีได้มากขึ้น มีงานเช่าพื้นที่ให้บริการอิมแพ็คมากขึ้น นำมาสู่โอกาสในการพัฒนาธุรกิจอื่น ๆ อย่างศูนย์การค้า หรือ สวนน้ำ ซึ่งจะเข้ามาต่อเติมภาพใหญ่ของการเป็นมิกซ์ยูสริมทะเลสาบเมืองทองธานีในอนาคต
ด้านสนามฟุตบอล ‘ธันเดอร์ โดม สเตเดียม’ ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กทท.) และกำลังจะหมดสัญญาเช่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้า บริษัทมีแผนจะพัฒนาใหม่ให้เป็น ‘เอาต์ดอร์ สเตเดียม (Outdoor Stadium)’ ที่สามารถรองรับการจัดอีเวนต์ และคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ความจุกว่า 45,000 คน
ส่วนของธุรกิจส่วนเสริมต่าง ๆ ของบริษัท อย่างธุรกิจรับจ้างงานครบวงจร และให้เช่าอุปกรณ์จัดงาน ที่ผ่านมาบริษัทมีการสร้างสรรค์งานของตัวเองเพิ่มขึ้น ทั้งกลุ่มงานแสดงสินค้า งานเจรจาธุรกิจ รวมถึงอีเวนต์เชิงไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างความหลากหลายของจำนวนงานที่จัดขึ้นในพื้นที่
สำหรับธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่ม ปัจจุบันมี 18 แบรนด์ในเครือ รวมทั้งสิ้น 29 สาขา เป็นร้านที่เปิดให้บริการภายในอิมแพ็ค เมืองทองธานี 20 สาขา และนอกพื้นที่อิมแพ็คฯ 9 สาขา ซึ่งครึ่งปีหลังนี้ มีแผนจะขยายสาขานอกพื้นที่ และเปิดตัวแบรนด์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น
ภาพรวมครึ่งปีแรกที่ผ่านมา (มกราคม-มิถุนายน 2025) มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง ยอดจัดงานรวมอยู่ที่ 341 งาน แบ่งเป็น ประชุม สัมมนา 167 งาน อินเซนทีฟ 16 งาน ประชุมขนาดใหญ่ (Convention) 5 งาน คอนเสิร์ตไทย คอนเสิร์ตต่างประเทศ 41 งาน เอ็กซิบิชั่นระดับนานาชาติ 33 งาน งานแต่งงาน 58 งาน และงานเลี้ยงสังสรรค์ 21 งาน
ขณะที่จำนวนการจองพื้นที่ช่วงครึ่งปีหลัง (กรกฎาคม-ธันวาคม 2025) มียอดจองกว่า 300 งาน ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีไฮไลต์สำคัญ ๆ เช่น SUMMER SONIC BANGKOK 2025 (23-24 ส.ค.68), BIG BAD WOLF BOOKS (7-17 ส.ค.68), ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี (9-17 ส.ค.68), Tyler, The Creator – CHROMAKOPIA :THE WORLD TOUR (16 ก.ย.68)
งานแสดงสินค้าสวนสนุกและแหล่งท่องเที่ยวประเทศไทย (15-17 ต.ค.68), MARIAH CAREY The Celebration of Mimi (11 ต.ค.68), ลอย ริม เลค (1-5 พ.ย.68), มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (29 พ.ย.-10 ธ.ค.68), เทศกาล EDM ระดับโลก Creamfields Asia 2025 (13-14 ธ.ค.68)
ทั้งนี้ ในปี 2025 บริษัทวางเป้ารายได้รวมเติบโตกว่า 4,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายว่าในปี 2030 จะมีรายได้แตะ 9,000 ล้านบาท
