เจนนี่ ไลฟ์สด ทำความเข้าใจปรากฏการณ์ที่แรงเปรี้ยงยิ่งกว่าไวรัล (วิเคราะห์)

อธิบายปรากฏการณ์ เจนนี่ ไลฟ์สด” เมื่อดราม่าไม่ใช่จุดจบ แต่กลายเป็นพลัง เมื่อคุณจัดการอย่างมีสติ

1.ความ เรียลและความโปร่งใส

-เจนนี่มัก “บอกหมด ไม่มีกั๊ก”  เธอเปิดเผยข้อมูลเบื้องหลัง เช่น ราคาที่รับ, เงื่อนไข, รูปแบบการดีลแบบสด ๆ ทั้งหมด ซึ่งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ชมและแบรนด์ที่ร่วมงานด้วย

-เมื่อผู้บริโภครู้สึกว่าไม่มีอะไรถูกปิดบัง ก็ยิ่งมีโอกาสไว้วางใจและตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

2.การ ฉีกกฎ” / สร้างเอกลักษณ์ใหม่

-เจนนี่ไม่ได้ทำการไลฟ์ตามรูปแบบทั่วไป  เธอทดลองวิธีใหม่ ๆ เช่น การดีลแบบสดหน้าไลฟ์, เปิดราคาที่เธอรับ, ไม่มีการ “หมกเม็ด”  สิ่งเหล่านี้ทำให้เธอโดดเด่นในตลาดไลฟ์สดที่แข่งสูง

-สำหรับแบรนด์: ถ้าคุณสามารถนำเสนออะไรที่ “ต่าง” แต่ยังคงสอดคล้องกับตัวตนแบรนด์ ก็มีโอกาสเป็น “ปรากฏการณ์” ได้

3.จัดจังหวะ / จัดเวลา / ความเร่งด่วน” (Scarcity / FOMO)

-มีรายงานว่าในเวลาเพียง 5 นาที เจนนี่สามารถขายได้ยอดหลายล้านบาท

-การตั้งเวลาจำกัด (flash sale), การบอกว่า “ของมีจำนวนจำกัด”, “โปรหมดเร็ว”  สิ่งเหล่านี้กระตุ้นให้ผู้ชมตัดสินใจเร็ว ไม่รอช้า

4.ใช้ ตัวตน / บุคลิก / ดราม่าเป็นเครื่องมือ

-เจนนี่มีตัวตนที่โดดเด่น ไม่กลัวถูกวิจารณ์, พร้อมเผชิญกับดราม่า  ซึ่งบางครั้งก็สร้างกระแส ติดตาม และพูดถึงในวงกว้าง

-แบรนด์บางครั้งกลัว “ดราม่า” แต่ถ้าจัดการดีและมีจุดยืนชัดเจน บางครั้งดราม่ากลายเป็น “พลัง” ดึงผู้คนเข้ามา

5.สร้างคอนเทนต์ที่ ฮีล / สร้างอารมณ์

-ผู้ชมหลายคนกล่าวว่าไลฟ์ของเจนนี่ทำให้ “ฮีลใจ” ร้องไห้ รู้สึกใกล้ชิด ใช้อารมณ์มาเชื่อมโยงกับผู้ชม

-การใช้เรื่องราว / อารมณ์ / ความรู้สึก (emotional storytelling) ทำให้แบรนด์เข้าไปในใจผู้คน ไม่ใช่แค่เสนอสินค้า

7.สร้างโอกาสให้แบรนด์อื่น / ecosystem

-เจนนี่เปิดโอกาสให้แบรนด์อื่นมาร่วมไลฟ์, ดีลกันสด ๆ  แบบ “win-win” ที่แบรนด์ได้รับ exposure และคนดูได้รับตัวเลือกสินค้า

-ธุรกิจที่เป็นแพลตฟอร์มหรือ “ผู้กลาง” ก็สามารถดึงพลังของพันธมิตร มาเสริมให้ ecosystem แข็งแรง

8.สร้างความ กระแส” / viral / word-of-mouth

-การที่ทุกคนพูดถึง เจนนี่ ไลฟ์สด  รีวิว แชร์คลิป ไฮไลท์  ทำให้การโปรโมตแทบไม่ต้องเสียเงินมาก

-ถ้าแบรนด์สามารถสร้างโมเมนตัมให้คนพูดถึง ก็ช่วยลดต้นทุนการตลาด

8.วัดผล / วิเคราะห์แบบเรียลไทม์

-ในไลฟ์ เราสามารถดูยอดวิว, คอมเมนต์, ยอดซื้อทันที — ซึ่งช่วยให้ปรับจังหวะ ข้อความ หรือโปรโมชั่นทันที

-สิ่งนี้เป็นจุดได้เปรียบของไลฟ์สดเมื่อเทียบกับโฆษณาปกติ

จริงๆแล้ว เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น ทำการไลฟ์สดผ่าน TikTok เป็นหลัก  มีรายงานว่ายอดขายในแคมเปญ “ไลฟ์มาราธอน” ของเธอ มาจากการไลฟ์ผ่าน TikTok และตกเป็นประเด็นข่าวว่ามียอดขายทะลุหลายสิบล้านบาทในแต่ละวันผ่านช่องทางนั้น

นอกจากนี้ เธอยังใช้โซเชียลมีเดียอื่นด้วย เช่น Facebook  บัญชี “รัชนก สุวรรณเกตุ (เจนนี่)” มีผู้ติดตามอยู่หลายล้านคน  และอาจมีการแชร์คลิปไลฟ์หรือไฮไลท์ผ่าน YouTube หรือแพลตฟอร์มวิดีโออื่น ๆ แต่ “แพลตฟอร์มหลักสำหรับไลฟ์สดขายของ” ที่สื่อหลายสำนักรายงานคือ TikTok

ตัวอย่างแบรนด์ / สินค้าที่ขายผ่านเจนนี่

  1. สินค้าของ ป๋อ เอ๋
    เจนนี่เคยถูกจ้างให้ไลฟ์ขายของให้ ป๋อ ณัฐวุฒิ และ เอ๋ พรทิพย์ และยอดขายของพวกเขาในไลฟ์กับเจนนี่นั้น “ทะลุหลายล้านบาท” เลยทีเดียว
  2. แบรนด์ทั่วฟ้าเมืองไทย / แบรนด์เล็ก-แบรนด์กลาง
    ในแคมเปญ “ไลฟ์มาราธอน 4 วัน” ของเจนนี่ มีการรายงานว่าเธอ “รับปักตะกร้า” ให้แบรนด์ต่าง ๆ ประมาณเกือบ 200 แบรนด์ “แบรนด์ละ 10 นาที ได้ 50,000 บาท” คือเงื่อนไขที่เธอเสนอให้แบรนด์เข้ามาขายในช่วงเวลาสั้น ๆ บางแบรนด์ใหญ่ เช่น ดาราหรือนักแสดงก็นำสินค้ามาขายผ่านเจนนี่ เช่น หนุ่ม กรรชัย เคยนำสินค้ามาขายในไลฟ์กับเจนนี่ ได้ยอดขายหลายล้านบาท
  3. สินค้าดูแลเส้นผม / ความงาม / สกินแคร์
    มีสื่อระบุว่าในไลฟ์ เจนนี่ได้ขาย “ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม” ของหนุ่ม กรรชัย โดยในข่าวเขียนว่า “สินค้าดูแลเส้นผมของหนุ่ม กรรชัย ทำยอดขายได้ 60,000 ออเดอร์” เมื่อไลฟ์กับเจนนี่

 เจนนี่ ไลฟ์สด : จากคนที่ไลฟ์มานาน สู่ไวรัลเพราะ กระแสดราม่า

1.ไลฟ์มานานแล้ว แต่ไม่เคย ดังระเบิดแบบนี้

เจนนี่เริ่มทำไลฟ์ขายของใน TikTok และ Facebook มาหลายปีแล้ว โดยเฉพาะหลังจากออกจากค่ายเพลง “ได้หมดถ้าสดชื่น” เธอหันมาทำธุรกิจเองเต็มตัว ทั้งขายสินค้าของตัวเองและรับรีวิวจากแบรนด์ต่าง ๆ  แต่ในช่วงแรกแม้จะมีฐานแฟนคลับ ก็ยังเป็นเพียงกลุ่มเฉพาะ ไม่ได้ทะลุออกสู่กระแสหลักของสื่อ

2.จุดระเบิด: ดราม่าครอบครัว  ความสนใจพุ่ง

เมื่อเกิดกรณี “ดราม่าทะเลาะกับคุณแม่” (ที่ภายหลังมีการออกมาเคลียร์ใจกันในสื่อ) สื่อทุกช่องและโซเชียลทุกแพลตฟอร์มพูดถึงชื่อ “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” อีกครั้ง  ส่งผลให้ยอดค้นหา, ยอดผู้ติดตาม, และยอดเข้าชมไลฟ์สดของเธอพุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดด

กล่าวอีกอย่างคือ ดราม่าทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่งความสนใจ” (Attention Trigger) ให้กับสิ่งที่เธอทำอยู่แล้วอย่างต่อเนื่อง

3.จากกระแสลบ  พลิกเป็นพลังบวกทางการตลาด

แทนที่เจนนี่จะหนีดราม่า เธอกลับใช้ “ความจริงใจและอารมณ์สด” ในการพูดผ่านไลฟ์  จนผู้ชมรู้สึกว่า “นี่คือคนจริง ไม่เสแสร้ง” ซึ่งความ “เรียล” นี้เองที่กลายเป็นพลังทางการตลาดมหาศาล เพราะในยุคที่ผู้บริโภคไม่เชื่อคำพูดสวยหรูของแบรนด์ การได้เห็นคนพูดสดแบบไม่มีสคริปต์กลับดูน่าเชื่อถือกว่าโฆษณาหลายล้านบาท

สรุปปรากฏการณ์นี้

  • ดราม่าไม่ใช่จุดจบ ถ้าคุณจัดการอย่างมีสติ
    คนจำนวนมากรู้จักแบรนด์จากดราม่า แต่จะอยู่ต่อได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับวิธี “เคลียร์” และ “สื่อสาร” หลังจากนั้น
  • ความต่อเนื่องสำคัญกว่าไวรัลครั้งเดียว
    เจนนี่ไม่ได้ดังเพราะโชค แต่เพราะเธอ “ทำมาตลอด”  ดราม่าแค่ช่วยเปิดไฟ spotlight ให้คนเห็นสิ่งที่เธอทำอยู่แล้ว
  • ความจริงใจคือทุนทางแบรนด์ยุคใหม่
    เธอไม่ได้พยายามแต่งภาพให้ดูดี แต่กล้าแสดงความเป็นตัวเองในทุกมุม  นี่คือสิ่งที่ผู้บริโภครุ่นใหม่ชอบที่สุด

อ้างอิง :

sanook.com

facebook.com

thairath.co.th

mgronline.com

thairath.co.th

thairath.co.th

mgronline.com

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline