หากใครติดตามข่าวธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงนี้ คงได้ยินแต่ข่าวร้ายเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น ยอดขายที่ลดลงลง การเปิดตัวโครงการที่หายไป หรือแม้กระทั่งบางเจ้าต้องลดแลกแจกแถมเพื่อให้ได้สภาพคล่องกลับมา
สาเหตุก็มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจซบเซาทำให้กำลังซื้อหายวับ ยอดขายเติบโตเร็วเกินไปในช่วง 1-2 ปีก่อน และผู้เล่นใหม่ที่พากันเปิดตัวเป็นจำนวนมากในช่วงก่อนหน้า
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ภาพของอุตสาหกรรมอสังหาอยู่ในภาพที่ค่อนข้างซบเซา ผู้เล่นรายเล็ก รายใหญ่ต่างต้องรีบปรับตัวกันให้รอดพ้นวิกฤตไปให้ได้
แต่มีบริษัทหนึ่งที่ดูเหมือนจะไม่อยู่ในสมการเดียวกัน นั่นคือ ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ที่ยอดขายกลับเติบโตมากมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา และยังเลือกที่จะเปิดตัวโครงการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
บริษัทนี้น่าสนใจยังไง และมีกลยุทธ์อะไรที่ทำให้ยังเติบโตได้ในสภาวะตลาดแบบนี้
หาคำตอบได้ที่นี่
TITLE ก่อตั้งในปี 1989 เริ่มต้นเป็นเพียงบริษัทซื้อขายที่ดินเล็กๆ ในจังหวัดภูเก็ต
จนกระทั่งปี 2007 เด่นดนัย หุตะจูฑะ เห็นโอกาสว่าที่ดินที่บริษัทถืออยู่มีศักยภาพสูง จึงเข้ามาซื้อหุ้นและเริ่มต้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างจริงจังตั้งแต่นั้นมา
ช่วงแรกบริษัทเลือกเจาะกลุ่มพัฒนาบ้านเดี่ยวระดับสูงบนหาดราไวย์ ก่อนจะปรับเปลี่ยนในปี 2011 มาโฟกัสที่คอนโดมิเนียมมากขึ้นภายใต้แบรนด์ “The Title” ซึ่งเป็นคอนโดแนวราบสูงเพียง 4 ชั้น
คอนเซ็ปต์หลักคือสร้างคอนโดให้ดูเหมือนโรงแรมหรูหรือรีสอร์ท ให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกเหมือนกำลังพักผ่อนตากอากาศอยู่ตลอดเวลา
แล้วเมื่อเรามาเจาะกลยุทธ์ของแบรนด์ ก็จะพบว่า จุดแข็งที่แท้จริงของ TITLE คือชื่อเสียงของแบรนด์
หลายคนที่อ่านมาถึงตรงนี้อาจเพิ่งได้ยินชื่อ TITLE เป็นครั้งแรก ซึ่งก็ไม่แปลก
แต่ในจังหวัดภูเก็ต ชื่อนี้กลับเป็นที่รู้จักของคนท้องถิ่น
ด้วยอายุแบรนด์ “The Title” ที่มีมามากกว่า 18 ปี ทำโครงการมามากมาย ประกอบกับในอดีตภูเก็ตไม่ได้มีผู้เล่นรายใหญ่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นท้องถิ่น การที่สามารถเปิดได้หลายโครงการในจังหวัดเดียวจึงนับว่าเยอะมาก
ทำให้ได้รับความเชื่อมั่นจากฐาน Agent ในภูเก็ต และเป็นที่รู้จักของลูกค้าต่างชาติซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลัก
หากดูรายได้ของบริษัทก็จะพบว่ารายได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงที่มาผ่าน
ปี 2022 รายได้ 595.96 ล้านบาท กำไร 61.19 ล้านบาท
ปี 2023 รายได้ 460.95 ล้านบาท กำไร 22.21 ล้านบาท
ปี 2024 รายได้ 1296.66 ล้านบาท กำไร 91.23 ล้านบาท
ปี 2025 (9 เดือน) รายได้ 1,961.19 ล้านบาท กำไร 282.57 ล้านบาท
จุดเปลี่ยนที่สำคัญคือการเข้ามาของผู้ถือหุ้นรายใหญ่อย่าง Asset Wise (ASW) ในปี 2023
ในอดีต ด้วยความที่ผู้บริหารมีความ Conservative จะพบว่า TITLE เปิดโครงการคอนโดเพียงปีละ 1-2 โครงการเท่านั้น
Asset Wise เห็นโอกาสตรงนี้ จึงเข้ามา Utilize สินทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงของแบรนด์ TITLE และที่ดินที่อยู่ในมือซึ่งมีต้นทุนไม่สูงมาก จึงได้เข้าซื้อหุ้นภายในช่วงกลางปี 2023 จนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ที่ 67.94% (ภายใต้บริษัทย่อย 39 เอสเตท จำกัด อีกที)
ทาง ASW เข้ามาช่วยบริหารจัดการเรื่องหลังบ้านให้ดีขึ้น และนำจุดเด่นเรื่องส่วนกลางที่เป็นจุดขายของ ASW มาใส่ในโครงการใหม่ๆ ของ TITLE
ก่อนหน้าที่ ASW จะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ทางบริษัท TITLE มีการเปิดโครงการเป็นมูลค่าสะสมเพียง 4,400 ล้านบาท
แต่หลังจากซื้อหุ้นได้ไม่นาน TITLE เร่งเปิดโครงการเป็นมูลค่ารวมสูงถึง 44,000 ล้านบาท ภายใน 2 ปี และแต่ละโครงการได้รับผลตอบรับที่ดีมาก ดูได้จากยอด Pre-sale (ยอดขายล่วงหน้า) ที่สูงถึง 50%-80%
หาก ASW เลือกมาเปิดโครงการเองในชื่อแบรนด์ Asset Wise โดยตรง เราอาจไม่ได้เห็นยอดขายสูงขนาดนี้ และบริษัทอาจต้องพับเสื่อกลับไปก็เป็นได้
แต่การเติบโตที่เราเห็นก็มีปัจจัยที่ต้องพิจารณาและระวังไว้
ฐานรายได้ของ TITLE ที่ยังไม่สูงมากเทียบกับผู้เล่นรายอื่น ขณะที่เจ้าอื่นมีรายได้เป็นหมื่นล้าน นี่จึงเป็นการเติบโตจากฐานที่ต่ำทำให้เราเห็นการโตในเปอร์เซ็นต์ที่สูงมาก
โดยถ้าดูรายได้-กำไรย้อนหลังจะพบว่ามีการเติบโตที่สูงก็จริง แต่ก็มาจากฐานรายได้เพียงหลัก 100 – 1,000 ล้านบาทเท่านั้น
และอีกหนึ่งความเสี่ยงคือความยากที่จะเติบโตในทุกๆ ปี ก็จะสูงขึ้นเช่นกัน
ความลำบากของธุรกิจอสังหาคือต้องหาลูกค้าใหม่ทุกปี การที่รายได้จะเติบโตต่อเนื่องจึงไม่ใช่เรื่องง่าย
เช่น หากปีนี้ขายคอนโดได้ 100 ห้อง ปีถัดไปถ้าอยากเติบโต ก็ต้องเริ่มต้นใหม่ เปิดโครงการให้เยอะกว่าเดิม หาลูกค้าใหม่ และขายให้ได้มากกว่า 100 ห้อง
นอกจากนี้ยังมีตัวเลขอย่าง Presale และ Backlog ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญที่บอกแนวโน้มรายได้ในอนาคตที่ควรติดตามไว้ตลอด
นักลงทุนจึงต้องเข้าใจธรรมชาติของอุตสาหกรรมนี้ และควรศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนลงทุนเสมอ
TITLE เป็นตัวอย่างของบริษัทที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างลงตัว ซึ่งหลายครั้งมักจะเห็นปัญหาจากการพยายามรวมบริษัทเข้าด้วยกัน แต่ไม่ใช่กรณีนี้ บริษัทเดินต่อได้อย่างราบรื่นและเติบโตได้มากกว่าที่เคย
ประกอบกับลมส่งของอสังหาในภูเก็ตที่กำลังเติบโต ทำให้บริษัทยังสามารถเติบโตได้แม้ในวันที่อุตสาหกรรมจะยังอยู่ในช่วงซบเซา
*เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและมุมมองเชิงวิเคราะห์เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลและตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตนเอง
