หากย้อนกลับไปช่วงราว 10 ปีก่อน ในช่วงอินเทอร์เน็ตมือถือยังไม่ใช่สิ่งที่เปิดทิ้งไว้ได้ตลอดวัน และการโทรผ่านแอปยังไม่ใช่พฤติกรรมปกติ อีกทั้งการติดต่อกันข้ามประเทศมักมาพร้อมกับต้นทุนที่สูง ทั้งค่าโรมมิ่งและค่าโทรทางไกลที่แตะหลักสิบบาทต่อนาที
ภายใต้บริบทนั้น LINE เคยพัฒนาฟีเจอร์หนึ่งขึ้นมาเพื่อแก้ Pain Point เรื่องค่าโทรโดยตรง นั่นคือ “LINE Out” ซึ่งเป็นบริการโทรออกจากแอป LINE ไปยังเบอร์โทรศัพท์จริง ไม่ว่าจะเป็นเบอร์บ้านหรือเบอร์มือถือทั้งภายในและต่างประเทศ โดยไม่ต้องเปิดโรมมิ่ง และปลายทางไม่จำเป็นต้องมี LINE หรือมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
LINE Out แตกต่างจาก LINE Call อย่างไร?
LINE Call คือการโทรฟรีระหว่างผู้ใช้ LINE ด้วยกัน ขณะที่ LINE Out คือการ “โทรออกสู่โครงข่ายโทรศัพท์จริง” สำหรับกรณีที่ปลายทางไม่ได้อยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน โดยประวัติการโทรและเบอร์ปลายทางจะไม่โชว์ในบิลค่าโทรศัพท์รายเดือน เพราะไม่ใช่การโทรด้วยเครือข่ายมือถือ แต่เป็นการโทรด้วยอินเทอร์เน็ต (Data/Wi-Fi)
โลกกำลังเปลี่ยนผ่าน จากโทรผ่านเบอร์ สู่โทรผ่านแพลตฟอร์ม
LINE Out เปิดตัวช่วงปี 2015 ในช่วงที่การโทรไปต่างประเทศยังมีต้นทุนสูง ค่าโทรทางไกลแตะระดับ 30–50 บาทต่อนาที และการเปิดโรมมิ่งยังเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่หลายคนพยายามเลี่ยง
บริการนี้เข้ามาเปลี่ยนเกมด้วยอัตราค่าบริการเริ่มต้นเพียง 1.50–3 บาทต่อนาที สำหรับประเทศหลักอย่างญี่ปุ่นหรือสหรัฐฯ ฟีเจอร์นี้ถูกกว่าทั้งการโทร IDD และโรมมิ่ง ทำให้ในเชิงราคา LINE Out เคยเป็น “พระเอก” ของยุคนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่จุดเปลี่ยนก็ได้เกิดขึ้นหลังปี 2018 เมื่ออินเทอร์เน็ตมือถือราคาถูกลงอย่างรวดเร็ว แพ็กเกจดาต้าแบบไม่จำกัดเริ่มแพร่หลายมากขึ้น และแพลตฟอร์มแชทต่าง ๆ เริ่มผลักดันการโทรและวิดีโอคอลแบบไม่มีค่าใช้จ่ายให้กลายเป็นบริการพื้นฐาน ทำให้ผู้ใช้งานจำนวนมากหันมาใช้บริการเหล่านี้มากขึ้น
แม้ LINE Out จะยังถูกกว่าทางเลือกเดิม แต่การที่ต้อง “จ่ายเงินเพื่อโทร” ก็เริ่มไม่สอดคล้องกับความคุ้นชินของผู้ใช้ที่ย้ายไปหาคำว่า “ฟรี” อย่างถาวร
ขณะเดียวกัน ตลาด VoIP ทั่วโลกยังเติบโต แต่ทิศทางกลับเปลี่ยนจากการโทรผ่านเบอร์โทรศัพท์ ไปสู่การโทรผ่านแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น LINE, Messenger, WhatsApp หรือแม้แต่ Instagram
ในอนาคต “เบอร์มือถือ” อาจเหลือไว้แค่รับ OTP
ประเทศไทยมีเลขหมายโทรศัพท์มือถือมากกว่า 101 ล้านเลขหมาย ขณะที่การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชากรพุ่งเกิน 94% และปริมาณการใช้ Mobile Data ต่อเลขหมายเพิ่มขึ้นแตะระดับ 35–40 GB ต่อเดือน เติบโตกว่า 20% ต่อปีอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าดาต้ากลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของการสื่อสารไปแล้ว
ในทางกลับกัน รายได้จากการโทร ของผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่กลับหดตัวลงเหลือไม่ถึง 20% ของรายได้รวม ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ และชี้ชัดว่า “การโทร” ไม่ได้เป็นพฤติกรรมหลักของผู้ใช้งานอีกต่อไป
ภายใต้บริบทนี้ การเลือนหายของ LINE Out จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แต่เป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ จากยุคที่เบอร์โทรศัพท์เคยเป็นศูนย์กลางของการสื่อสาร มาสู่วันที่บทบาทนั้นค่อย ๆ ลดลง และในอนาคต เบอร์มือถืออาจเหลือไว้เพียงหน้าที่เดียว คือการเป็นรหัสสำหรับรับ “OTP” ในโลกดิจิทัล
