ท่ามกลางการขยายตัวของหลักสูตรภาษาอังกฤษในโรงเรียนไทย ตั้งแต่โปรแกรม EP (English Program) ไปจนถึง MEP (Mini English Program) ภาพครูต่างชาติที่ยืนอยู่หน้าชั้นเรียนในวันนี้ ไม่ได้มีเพียงครูชาวตะวันตกอีกต่อไป แต่กำลังขยับขยายมาเป็น “ครูชาวฟิลิปปินส์” ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนกลายเป็นภาพคุ้นตาในโรงเรียนทั่วประเทศ
ข้อมูลโดยประมาณจากฐานข้อมูลกรมการจัดหางานและเครือข่ายโรงเรียนเอกชนในปี 2568 ระบุว่า ปัจจุบันไทยมีแรงงานต่างชาติกลุ่มทักษะฝีมือ (Skilled Labor) ที่ทำงานในตำแหน่งครูและผู้สอนรวมราว 25,000–28,000 คน ในจำนวนนี้ ครูชาวฟิลิปปินส์มีมากถึง 15,000–16,000 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60–70% ของตลาดครูต่างชาติทั้งหมด ขณะที่กลุ่มครูเจ้าของภาษา (Native Speaker) จาก 5 ประเทศหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ มีจำนวนรวมกันเพียงราว 5,000–6,000 คน หรือคิดเป็นประมาณ 20–25% เท่านั้น
ช่องว่างเชิงปริมาณนี้สะท้อนชัดว่า ตลาดครูต่างชาติในไทยไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยครูเจ้าของภาษาเป็นหลักอีกต่อไป แต่กำลังพึ่งพาครูจากฟิลิปปินส์ในฐานะ “กำลังหลักของระบบ” มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ตลาดครูต่างชาติไทยถูกแบ่งตามงบประมาณอย่างชัดเจน
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ครูฟิลิปปินส์เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในหลายพื้นที่ คือความแตกต่างของโครงสร้างต้นทุนการจ้างงานที่เห็นได้ชัดในทางปฏิบัติ
สำหรับครูเจ้าของภาษา ฐานเงินเดือนมักเริ่มต้นราว 45,000 บาท และขยับขึ้นไปได้เกิน 80,000 บาทในโรงเรียนจำนวนไม่น้อย ขณะที่ในสถาบันที่มีงบประมาณสูง โดยเฉพาะโรงเรียนนานาชาติระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ และภูเก็ต เงินเดือนของครูจากสหรัฐฯ อังกฤษ หรือออสเตรเลียอาจขยับไปถึงระดับ 100,000 บาทต่อเดือนขึ้นไปได้ไม่ยาก ทำให้กลุ่มโรงเรียนในตลาดระดับบน หรือ Tier 1 ยังคงเป็นพื้นที่ของครู Native Speaker เกือบทั้งหมด
ในทางกลับกัน ครูชาวฟิลิปปินส์ มีฐานค่าตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 18,000–35,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับภูมิภาคและขนาดของโรงเรียน ซึ่งเป็นระดับต้นทุนที่โรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็ก ทั้งภาครัฐและเอกชน สามารถบริหารจัดการได้จริง ช่องว่างด้านต้นทุนนี้ทำให้หลายโรงเรียนเลือกปรับรูปแบบการจ้างงาน จากการพึ่งพาครูเจ้าของภาษาเป็นหลัก มาเป็นโมเดลแบบผสม เช่น ใช้ครู Native Speaker 1 คน ร่วมกับครูฟิลิปปินส์ 3–4 คน เพื่อลดต้นทุนเฉลี่ยต่อหัว ขณะเดียวกันก็ยังสามารถรักษาภาพลักษณ์ของโปรแกรมภาษาอังกฤษไว้ได้
ทำไมครู Native Speaker ถึงมีบทบาทลดลง
การหดตัวของสัดส่วนครูเจ้าของภาษาไม่ได้เกิดจากความต้องการที่ลดลงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
หนึ่งคือปัญหาอุปสงค์และอุปทานที่ไม่สอดคล้องกัน ครูจากประเทศตะวันตกจำนวนไม่น้อยเลือกมาทำงานในไทยด้วยเป้าหมายระยะสั้น เพื่อเก็บประสบการณ์ชีวิตหรือทำงานควบคู่กับการท่องเที่ยว ส่งผลให้อัตราการเปลี่ยนงาน (Turnover) สูง และไม่สอดคล้องกับระบบการศึกษาที่ต้องการความต่อเนื่องในระยะยาว
สองคือกฎระเบียบด้านวีซ่าและใบอนุญาตสอนที่เข้มงวดขึ้นในช่วงปี 2025–2026 โดยเฉพาะด้านเอกสารวิชาชีพ ซึ่งครูฟิลิปปินส์ที่มีระบบรับรองจาก Professional Regulation Commission (PRC) ของประเทศต้นทาง มักเตรียมเอกสารได้ครบถ้วนและสอดคล้องกับข้อกำหนดของไทยมากกว่า
สามคือปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ค่าครองชีพในไทยที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้เงินเดือนระดับ 40,000–50,000 บาท เริ่มไม่ดึงดูดใจครูจากสหรัฐฯ หรืออังกฤษเท่าในอดีต เมื่อเทียบกับตลาดอื่นในเอเชียอย่างจีนหรือเวียดนามที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่า
ครูฟิลิปปินส์กระจายตัวตามหัวเมืองเศรษฐกิจ
ในเชิงพื้นที่ แรงงานครูชาวฟิลิปปินส์ไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงแค่ในกรุงเทพฯ แต่กระจายไปตามหัวเมืองเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวของโรงเรียนเอกชนและโปรแกรมภาษาอังกฤษอย่างต่อเนื่อง
กรุงเทพมหานคร ยังคงเป็นศูนย์กลางหลัก คิดเป็นประมาณ 55–60% ของทั้งหมด โดยเฉพาะย่านสุขุมวิท ลาดพร้าว และรามคำแหง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการกระจุกตัวของโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนสอนภาษาจำนวนมาก รองลงมาคือ จังหวัดชลบุรี ราว 10–12% โดยเฉพาะพื้นที่ศรีราชาและพัทยา ที่มีความต้องการโรงเรียนนานาชาติและหลักสูตรสองภาษาเพื่อรองรับชุมชนแรงงานทักษะสูง
ขณะที่ นนทบุรี ศูนย์รวมของโรงเรียนขนาดใหญ่ในพื้นที่ชานเมืองกรุงเทพฯ มีสัดส่วนประมาณ 7–8% ส่วน เชียงใหม่และภูเก็ต แม้จะยังมีครู Native Speaker อยู่บ้าง แต่ครูฟิลิปปินส์ก็ครองส่วนแบ่งสำคัญในโรงเรียนเอกชนท้องถิ่น โรงเรียนคริสเตียน และหลักสูตรด้านบริการและการท่องเที่ยว
บทสรุป: โครงสร้างใหม่ของการเรียนภาษาอังกฤษในไทย
ภาพรวมของตลาดแรงงานครูต่างชาติในไทยกำลังบอกเราอย่างชัดเจนว่า แม้ในเชิง “มูลค่า” ครู Native Speaker จะยังครองพื้นที่ระดับบนของระบบการศึกษาไว้ได้ แต่ในเชิง “ปริมาณ” และความครอบคลุม ครูฟิลิปปินส์ได้กลายเป็นกำลังหลักที่แบกรับการสอนภาษาอังกฤษของเด็กไทยส่วนใหญ่ ตั้งแต่โรงเรียนรัฐบาลในต่างจังหวัด ไปจนถึงโรงเรียนเอกชนระดับกลาง
การขยายตัวของครูฟิลิปปินส์จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนตัวผู้สอน แต่กำลังลดช่องว่างในการเข้าถึงการเรียนภาษาอังกฤษของเด็กไทยในวงกว้าง แม้สำเนียงอาจไม่สมบูรณ์เท่าครูเจ้าของภาษา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเด็กไทยจำนวนมากขึ้นได้เรียนภาษาอังกฤษที่ได้สื่อสารจริง ในห้องเรียนจริง และในต้นทุนที่ถูกกว่าระบบเดิมราว 2–3 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ระบบการศึกษาไทยยังสามารถรองรับได้
