เวียดนามยิ้มรับข่าวดีด้านการท่องเที่ยวหลังจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่งสูงขึ้น โดยมีนัยสำคัญคือการก้าวขึ้นมาครองใจนักท่องเที่ยวชาวจีนได้มากกว่าประเทศไทย ซึ่งถือเป็นแชมป์ด้านการท่องเที่ยวของอาเซียนมาอย่างยาวนานได้สำเร็จ

สื่อเวียดนามหลายสำนักรายงานอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติว่า ในปี 2025 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเวียดนามได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศถึง 21.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2024 ถึง 20% และถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีการเก็บสถิติมา

ความสำเร็จครั้งนี้ส่งผลบวกอย่างมาก โดยในปี 2025 เวียดนามสามารถทำรายได้เข้าประเทศจากการท่องเที่ยวได้สูงถึง 38,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท) 

กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนยังคงเป็นตลาดหลักและมีขนาดใหญ่ที่สุดของเวียดนามในปี 2025 ด้วยจำนวน 5.3 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 41.3% ขณะที่ตลาดสำคัญในอันดับ 2-5 ได้แก่ เกาหลีใต้, ไต้หวัน, สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ตามลำดับ

ประเด็นที่สื่อเวียดนามให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ การเปรียบเทียบจำนวนนักท่องเที่ยวจีนระหว่างเวียดนามและไทย เนื่องจากในปี 2025 จำนวนชาวจีนที่เดินทางเข้าไทยลดลงมาอยู่ที่ 4.5 ล้านคน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมเดินทางไปเวียดนามมากกว่าประเทศไทยแล้ว

ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงการฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์จากยุคโควิด-19 แต่ยังสะท้อนถึงการก้าวเข้าสู่ “ยุคทอง” ของการท่องเที่ยวเวียดนามที่สามารถทำลายสถิติเดิมได้อย่างสวยงาม โดยมีตลาดจีนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เวียดนามกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆ ในสายตาชาวโลกอีกด้วย 

สาเหตุหลักที่ทำให้เวียดนามแซงไทย และขึ้นเป็นที่หมายอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวจีนในอาเซียนได้สำเร็จ เกิดจากการที่นักท่องเที่ยวจีนส่วนหนึ่งตัดสินใจเปลี่ยนแผนการเดินทางมายังเวียดนาม เพราะความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยที่สูงกว่า 

ต่างจากไทยที่เผชิญกับข่าวลบทั้งเรื่องการลักพาตัวชาวจีนเพื่อบังคับให้ไปทำงานเป็นมิจฉาชีพในประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงความไม่สงบบริเวณชายแดนจากปัญหาความขัดแย้งกับกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจีนระดับกลางถึงบนยังหันมาเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ โดยมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยสูงเทียบเป็นเงินหลายหมื่นบาทต่อคนต่อทริป เพื่อแลกกับการพักผ่อนในโรงแรมระดับหรู อาหารชั้นเลิศ และบริการด้าน Wellness ซึ่งเวียดนามสามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้อย่างครบถ้วน

ประกอบกับการขยายเส้นทางบินตรงจากเมืองใหญ่ของจีนสู่เวียดนามที่ครอบคลุมและหนาแน่น ทำให้เมืองยอดฮิตอย่าง ดานัง, ญาจาง และฟูโกว๊ก กลายเป็นตัวเลือกที่สะดวกและคุ้มค่าที่สุดในสายตาชาวจีนยุคใหม่ที่มองหาแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัยและมีสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย

ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นว่าเวียดนามพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเป็นฐานการผลิต การส่งออก และล่าสุดคืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จนกลายเป็นคู่แข่งอันดับ 1 ของไทยในอาเซียนอย่างเต็มตัว

ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าในอีกราว 2 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจของเวียดนามที่เติบโตเฉลี่ยต่อเนื่องปีละ 8% อาจแซงหน้าเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวลงจากปัญหาการเมืองภายในและความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเด็นกับกัมพูชาในปี 2025

สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยเพิ่งเผชิญกับช่วงขาลง โดยในปี 2025 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศรวม 32.9 ล้านคน ลดลง 7.2% จากปีก่อนหน้า และเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 10 ปี (หากไม่นับช่วงโควิด) ส่งผลให้รายได้ในอุตสาหกรรมนี้ลดลง 4.7%

ส่วนเป้าหมายในปี 2026 ไทยตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนให้กลับมาเพิ่มขึ้นเป็น 6.7 ล้านคน ซึ่งเป็นระดับเดียวกับเป้าหมายเดิมของปี 2025 โดยความท้าทายนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในการกู้คืนความเชื่อมั่นและร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว และกลับมาครองใจนักท่องเที่ยวชาวจีนได้อีกครั้ง / dtinews, skift