นับเป็นการเคลื่อนไหวใหญ่อีกครั้งในรอบ 30 ปีของศูนย์การค้าดาวเด่นแห่งฝั่งธนบุรี หลังเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2538 อย่าง ‘เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า’ หลังเซ็นทรัลพัฒนา ได้ลงทุนงบประมาณสำหรับการปรับปรุงพื้นที่ไปร่วมกว่า 1,700 ล้านบาท 

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการรีโนเวทเพื่อความสวยงามทางกายภาพ แต่เป็นการวางกลยุทธ์ให้เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ที่มีศักยภาพด้านกำลังซื้อเทียบเท่าสาขาเซ็นทรัลใจกลางเมือง ยังสามารถครองตำแหน่งหัวหาดสำคัญของแหล่งค้าปลีกในย่าน ท่ามกลางไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วของผู้บริโภค ตลอดจนการขยายตัวต่อเนื่องของเมืองและโครงข่ายรถไฟฟ้าในโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก

ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา หรือ CPN กล่าวว่า ผลลัพธ์จากการปรับปรุงเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The New Soul of Pinklao’ ที่ผสมผสานความคลาสสิกของสถาปัตยกรรมตะวันตกเข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ ส่งผลบวกทางธุรกิจอย่างชัดเจน โดยหลังจากการทยอยเปิดให้บริการโซนใหม่ พบว่ายอดทราฟฟิกผู้ใช้บริการพุ่งแตะระดับสถิติใหม่ถึง 80,000 คนต่อวัน

อีกความสำคัญในการปรับปรุงเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ครั้งนี้ เกิดจากการมองเห็นศักยภาพกำลังซื้อในย่านที่แข็งแกร่ง อ้างอิงจากฐานข้อมูล The 1 ระบุชัดเจนว่าสาขาปิ่นเกล้า เป็นสาขาที่มีสัดส่วนลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง หรือสมาชิก The 1 Exclusive สูงถึง 5% ของฐานลูกค้าทั้งหมด ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ติด 5 อันดับแรกของศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าย่านนี้คือแหล่งรวมของกลุ่มกำลังซื้อสูง

ขณะที่ในส่วนของห้างสรรพสินค้าซึ่งปรับโฉมใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Brightest Star to The West ก็มียอดทราฟฟิกเติบโตขึ้นราว 30% ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือนหลังปรับปรุง ส่งผลให้ยอดขายของร้านค้าเช่าภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เติบโตขึ้นเฉลี่ย 20-30%

ทั้งนี้ กลยุทธ์สำคัญที่ศูนย์การค้านำมาใช้เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากกระเป๋าลูกค้าคือ การ Curate Ecosystem ใหม่ผ่าน Brand Mix กว่า 500 แบรนด์ โดยเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่เรียกว่า ‘Alpha Parents’ หรือกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ที่พร้อมลงทุนเพื่อลูก มองหาโรงเรียนและกิจกรรมพัฒนาทักษะคุณภาพสูง

ศูนย์การค้าได้ดึงสถาบันเสริมทักษะและโรงเรียนมาไว้มากถึง 37 แบรนด์ รวมถึงไฮไลต์อย่าง ‘Aqua-Tots’ โรงเรียนสอนว่ายน้ำมาตรฐานสากลแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า

นอกจากนี้ ยังเจาะลูกค้ากลุ่มเวลเนสและคลินิกความงามกว่า 72 แบรนด์ ครอบคลุมบริการตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกช่วงวัย 

ในมิติของการออกแบบพื้นที่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ได้ลบภาพจำเดิมด้วยการเปิดพื้นที่ให้โปร่งโล่งและเชื่อมต่อกันมากขึ้น โดยเฉพาะโซน Gastronomy Hub ที่ชั้น G และ Urban Living Room ที่ชั้น 5 ซึ่งถูกออกแบบให้เป็น Lifestyle Food Destination รวมร้านอาหารระดับมิชลิน ร้านกระแสแรง และร้าน First Time in Thailand เช่น แบรนด์ซูชิสายพานจากญี่ปุ่น ‘ฮามะ ซูชิ’ (Hama-Sushi) โดยรวมแล้วกว่า 200 ร้าน

การปรับปรุงทางกายภาพครั้งนี้ ยังรวมถึงการนำสัญลักษณ์ระดับตำนานอย่าง ‘รูปปั้นซีซาร์’ กลับมาในรูปลักษณ์ใหม่ที่ทันสมัยขึ้น พร้อมส่วนหน้าของอาคารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเสากรีกสร้างเป็นแลนด์มาร์กที่โดดเด่น

ในอดีต หากพูดถึงพอร์ตศูนย์การค้าเซ็นทรัล ‘สิงห์เหนือ’ คือ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ‘เสือใต้’ (ฝั่งตะวันตก) คือ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า แต่หลังจากการปรับปรุงใหญ่ครั้งนี้ สาขาปิ่นเกล้า ได้ยกระดับสินค้าและบริการให้เทียบเท่าสาขาใจกลางเมืองอย่าง เซ็นทรัลเวิลด์ หรือ สาขาชิดลม เพื่อให้ลูกค้าในย่านฝั่งธนบุรีไม่จำเป็นต้องขับรถข้ามฝั่งไปในเมืองอีกต่อไป

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Tops Food Hall สาขาปิ่นเกล้า ที่มียอดขายดีเป็นอันดับ 3 ของประเทศ เป็นรองเพียงสาขาใหญ่อย่างเซ็นทรัลเวิลด์หรือชิดลมเท่านั้น รวมถึงการดึงแบรนด์หรูและแบรนด์แฟชั่นระดับโลกเข้ามา ก็ทำให้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อการเข้าร้านหรือใช้บริการหนึ่งครั้งของลูกค้า เพิ่มขึ้นถึง 40% หลังการปรับปรุง

ทั้งหากเปรียบเทียบเซ็นทรัล ปิ่นเกล้ากับสาขาในโซนกรุงเทพฯ และปริมณฑลฝั่งตะวันตกด้วยกันอย่าง เซ็นทรัล ศาลายา บริษัทวางตำแหน่งไว้แตกต่างกันอย่างชัดเจน สาขาศาลายาจะเน้นตอบโจทย์ความเป็นโลคอล ในขณะที่สาขาปิ่นเกล้า จะมีความเป็นเมืองสูงกว่า และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของย่านเศรษฐกิจและที่อยู่อาศัยหนาแน่น ซึ่งรวมโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมหรู 25-100 ล้านบาท ไว้กว่า 8 แห่ง ตลอดจนรายล้อมด้วยสถานศึกษาและโรงพยาบาลชั้นนำกว่า 13 แห่ง ประเมินประชากรที่มีศักยภาพการใช้จ่ายสูง รวมกว่า 3 ล้านคน