กลุ่มเซ็นทรัลวางหมากผงาดอาเซียน ลงทุน 3.7 หมื่นล้าน

กลุ่มเซ็นทรัล เผยผลประกอบการปี 2557  ดันยอดขายสูงกว่า 249,548ล้านบาท โต 6.6 เปอร์เซ็นต์ ตั้งเป้าปี 2558 กวาด 286,680 ล้านบาท เติบโต 15 เปอร์เซ็นต์ พร้อมแถลงวิสัยทัศน์ปี 2558 ต่อยอดความแข็งแกร่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ รุกหนักตลาด AEC พร้อมขยายสาขาทุกกลุ่มธุรกิจ ปกคลุมทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อรับตลาดชาวไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติ และรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวในการแถลงข่าวประจำปี 2558 บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ภายใต้คอนเซปท์ “CEO Challenge” ว่าในปี 2557 ที่ผ่านมา แม้สถานการณ์ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองจะไม่เอื้อต่อการขยายตัวของตลาดค้าปลีกในประเทศไทย อย่างไรก็ตามกลุ่มเซ็นทรัลยังคงเดินหน้าสร้างความเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจอย่างต่อเนื่องด้วยศักยภาพอันแข็งแกร่ง โดยมีผลประกอบการรวม 249,548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6 เปอร์เซ็นต์  ในส่วนของการขยายสาขาเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ คือเปิดศูนย์การค้า 2 แห่ง ห้างสรรพสินค้าอีก 5 แห่งทั่วประเทศและเปิดโรงแรมเพิ่มอีก 2 แห่งรวมถึงสาขาของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกต่างๆที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามแผนที่วางไว้

 

เป้าหมายปี 2558 ของ กลุ่มเซ็นทรัล

สำหรับเป้าหมายของปี 2558 นั้น ทางกลุ่มเซ็นทรัลได้กำหนดเป้าการขยายตัวของกลุ่มธุรกิจเอาไว้ที่ 15 เปอร์เซ็นต์ หรือยอดผลประกอบการรวมทั้งปีอยู่ที่ 286,680 ล้านบาท โดยวางงบการลงทุนปีนี้ไว้ที่ 37,000 ล้านบาท ทั้งนี้จะครอบคลุมแผนการขยายธุรกิจต่างๆทั้งในและต่างประเทศ

 

การลงทุนในประเทศ

ในส่วนของการลงทุนในประเทศนั้น มีโครงการเปิดศูนย์การค้าและไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์แห่งใหม่โดยคำนึง ถึงศักยภาพของตลาดในกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อรองรับการขยายตัวของกรุงเทพฯ โดยในปี 2558 นี้จะมีการเปิดศูนย์การค้าดังนี้

  • เซ็นทรัล เวสต์เกต (CentralWestgate) ที่บางใหญ่ ซึ่งเป็นสุดยอดทำเลศักยภาพสูง ในอนาคตจะเป็นศูนย์กลางการคมนาคม กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และเมื่อวงแหวนรอบ 3 แล้วเสร็จ จะสามารถครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายได้ถึง 15 จังหวัด เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกตจะพลิกโฉมบางใหญ่ให้กลายเป็น “ศูนย์กลางการคมนาคมที่ครบครัน” ของกรุงเทพฯ ตะวันตกในอนาคต
  • เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสท์ วิลล์ (CentralFestival East Ville) บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม ซึ่งจะตอบสนองการขยายตัวของกรุงเทพฝั่งตะวันออก เชื่อมต่อจากย่านเอกมัยและสุขุมวิท
  • โครงการโรบินสัน ไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ ศรีสมาน อ. ปากเกร็ด ที่จะรองรับการขยายตัวของนนทบุรี ครอบคลุมไปถึงปทุมธานี ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมเชื่อมโยงภูมิภาค

และหัวเมืองในต่างจังหวัดอีก 2 แห่งคือ

  • บุรีรัมย์ ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์   ที่จะรองรับการหลั่งไหลเข้ามาจับจ่ายใช้สอยสินค้าอุปโภคบริโภคของชาวกัมพูชา รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวกัมพูชา
  • เซ็นทรัลพลาซา ระยองจะเป็นศูนย์การค้าที่ยิ่งใหญ่และทันสมัยที่สุดของจังหวัด รองรับกำลังซื้อมหาศาลของกลุ่มเป้าหมายกำลังซื้อสูงในจังหวัดระยอง และกลุ่มเป้าหมายใหม่จากการเปิด AEC ในปลายปี 2558   ซึ่งจังหวัดระยองนับเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ที่นี่จะเป็น Gateway แห่งภาคตะวันออก สู่กัมพูชา-เวียดนาม ซึ่งในอนาคตจะได้รับประโยชน์จากโครงการ Megaproject ของภาครัฐ ทั้งรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-ชลบุรี-ระยอง มอเตอร์เวย์สายชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด อาเซียนไฮเวย์ สาย R10 เส้นทางเลียบชายฝั่งด้านใต้ (Southern Coastal Corridor) ไทย (กรุงเทพฯ-ตราด)–กัมพูชา–เวียดนาม

นอกจากนี้กลุ่มเซ็นทรัลได้เล็งเห็นศักยภาพทางการค้าชายแดนและโอกาสเติบโตทางธุรกิจของหัวเมืองหลักเมืองรองและจังหวัดที่เป็นจุดเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านของเราจึงได้ขยายการลงทุนเพื่อเปิดศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าในจังหวัดที่เป็นยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจแล้วดังนี้

  • เซ็นทรัล พลาซา เชียงราย จังหวัดที่เป็นประตูเชื่อมต่อทางการค้าระหว่างไทย สปป.ลาว และ เมียนมาร์ ซึ่งเป็นทำเลยุทศาสตร์ที่เปิดเส้นทางการค้าสู่ประเทศจีน โดยในอนาคตอันใกล้เชียงรายจะกลายเป็นศูนย์กลางการค้าทางภาคเหนือ
  • ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน มุกดาหาร  จังหวัดที่มีการคมนาคมสะดวกสบายระหว่างไทยและสปป.ลาว ด้วยสะพานมิตภาพไทย-ลาว 2 ที่เชื่อมต่อไปยังแขวงสะหวันนะเขต  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเศรษฐกิจตะวันตก ตะวันออก ของไทย ที่มีการวางระบบโลจิสติกส์พร้อมสมบูรณ์
  • ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา อุดร Lifestyle hub ของภาคอีสานตอนเหนือที่สามารถรองรับประชาชนจาก สปป. ลาวที่เดินทางมาจับจ่ายใช้สอย เนื่องจากการเดินทางที่สะดวกสบายระยะทางห่างจากกรุงเวียงจันทร์ไม่ถึง 100 กม.
  • เซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่เชื่อมต่อไปยังปีนังเมืองใหญ่อันดับ 2 รองมาจากกรุง     กัวลาลามเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งปีนังถือเป็นศูนย์กลางการค้าขายระหว่างไทยกับมาเลเซียที่มีความคึกคักมายาวนาน

และในปี 2558 กำลังจะเปิดอีก 1 แห่ง คือ

  • แม่สอดไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ เพื่อรองรับกำลังซื้อมหาศาลจากประเทศเมียนมาร์ ซึ่งข้อมูลจากหอการค้า จ.ตาก ประเมินว่า หลังจากก้าวสู่การเปิด AEC ในปี 2558 มูลค่าการค้าชายแดนบริเวณ ด่านการค้าชายแดนแม่สอด-เมียวดีจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี สินค้าที่มีโอกาสขยายการส่งออกผ่านด่านชายแดนดังกล่าว จะเป็นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคทุกประเภท โดยชาวเมียนมาร์ถือว่าสินค้าจากประเทศไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ

และใน กลุ่มฟู้ด รีเทล (Food Retail) มีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาหารยังเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตที่ทุกคนขาดไม่ได้ อีกทั้งพฤติกรรมการบริโภคของคนในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป จึงนับเป็นตลาดที่น่าสนใจ โดยกลุ่มฟู้ด รีเทลจะมีการเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ อีกกว่า 300 แห่ง

กลุ่มธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา (Centara Hotels & Resorts)ในปี 2557 มีผลประกอบ การที่เติบโตขึ้น มีจำนวนโรงแรมในเครือรวมทั้งสิ้น 75 โรงแรม จำนวนห้องทั้งหมดกว่า 15,000 ห้อง ในปี 2558 จะมีการเปิดโรงแรมเพิ่มอีก 9 โรงแรม จำนวนห้องกว่า 1,800 ห้อง ทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้การบริการที่ดีเยี่ยมสะดวกสบายในระดับสากล ผสมผสานการดูแลและต้อนรับอย่างอบอุ่นตามแบบวัฒนธรรมไทย ที่สร้างความประทับใจและดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาเยือนเสมอ

 

การลงทุนในภูมิภาคอาเซียน

ในส่วนของการขยายตลาดไปยังภูมิภาคอาเซียนนั้น ทางกลุ่มเซ็นทรัลได้ดำเนินการตามแผนงานอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นที่ประเทศ มาเลเซีย เวียดนามและ อินโดนีเซีย   ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้มีการซื้อแบรนด์แฟชั่น HCH Industries SdnBhdของมาเลเซียและการเปิดตัวห้างสรรพสินค้าโรบินส์ (Robins)ในฮานอย, โฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศ เวียดนาม และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ที่ กรุงจาร์การ์ตา อินโดนีเซีย  ในปี 2558 นี้ได้มีการเข้าไปลงทุนในบริษัท เหงียน คิม  ซึ่งเป็นผู้ประกอบการอันดับหนึ่ง 1 ของเวียดนาม ที่มีเครือข่ายสาขาครอบคลุมถึง 21 สาขาทั่วประเทศ เมื่อรวมกับศักยภาพของ เพเวอร์บาย แล้วเชื่อมั่นว่า จะทำให้ เหงียน คิมเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเวียดนาม พร้อมทั้งทำให้ เพเวอร์บายกลายเป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญในภูมิภาคอาเซียน

 

กลุ่มธุรกิจสินค้าหรู ( Luxury Collection)

ที่ผ่านมาการขยายตลาดและการดำเนินธุรกิจในยุโรปประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ทั้งห้างสรรพสิน ค้า   ลา รินาเซนเต้ (la Rinascente) ในอิตาลีและ อิลลุม (Illum) ในเดนมาร์ก จากยอดนักท่องเที่ยวปีละกว่า    50 ล้านคน ที่เดินทางไปยังอิตาลีและเดนมาร์ก   ในปีนี้ยังคงเดินหน้าบุกเมืองที่เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยว (tourist destination) โดยมีแผนจะเปิด ลา รินาเซนเต้ สาขาใหม่ที่ใจกลางกรุงโรม อิตาลี ซึ่งจะเป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่และครบวงจรที่สุดในอิตาลี และที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศ เดนมาร์ก จะมีการปรับโฉมห้างอิลลุม ในส่วนของธุรกิจด้านโรงแรมมีการขยายตัวในภูมิภาคยุโรปเช่นกัน โดยตั้งเป้าเมืองสำคัญที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของโลก อาทิ ลอนดอนและปารีส เป็นต้น

เซ็นทรัล เอ็มบาสซี คือหนึ่งในความสำเร็จของกลุ่ม Luxury collection ในประเทศไทย ซึ่งเปิดตัวเมื่อต้นปี 2557 ที่ผ่านมา เป็นศูนย์รวมของ First class Lifestyle ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมายังประเทศไทย ด้วยความครบครันและหลากสไตล์รูปแบบการใช้ชีวิตและการบริการ ซึ่งเซ็นทรัล เอ็มบาสซี นำเสนอทั้ง       แบรนด์ระดับโลก และแบรนด์ไทยที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและดีไซน์  ในส่วนของร้านอาหารประกอบด้วยร้านอาหารนานาชาติที่มีคุณภาพระดับโลกและมีความหลากหลาย   อีทไทย (Eat Thai) คืออีกหนึ่งปรากฏการณ์ Dining experience ที่กลุ่มเซ็นทรัลสร้างขึ้น จากการรวบรวมร้านอาหารที่มีชื่อเสียงจากทั้ง 4 ภาคมาไว้ในที่เดียว เป็นที่ชื่นชมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ได้มาสัมผัสประสบการณ์รสชาติอาหารจากอีทไทย

ในปี 2557 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เป็นชื่อที่ถูกค้นหามากที่สุดใน Google (ซึ่งเป็น search engine อันดับ 1 ของโลก) ในหมวดการท่องเที่ยวและที่พักอาศัย ในปี 2558 กลุ่มเซ็นทรัลพร้อมมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ ซึ่งจะสร้างการเรียนรู้และแรงบันดาลใจแก่ทุกคนที่มาเยือน เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

 

กลุ่มธุรกิจออนไลน์

กลุ่มเซ็นทรัลเล็งเห็นว่าธุรกิจออนไลน์มีความสำคัญกับยุคปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ช่องทางออนไลน์จึงกลายเป็นมาเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหนึ่งของการค้าที่มีโอกาสเติบโตอย่างมาก ด้วยตัวสินค้าและแบรนด์ของเซ็นทรัลที่มีอยู่จำนวนมากมาย จึงทำให้ลูกค้าสามารถมีทางเลือกในการเลือกซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ www.central.co.th ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว มีความน่าเชื่อถือด้วยมาตรฐานของแบรนด์ในกลุ่มเซ็นทรัล

 

การสนับสนุน SME

นอกเหนือจากในส่วนของการลงทุนแล้ว คุณทศได้กล่าวเพิ่มเติมในเรื่องของการให้การสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ว่า “กลุ่มเซ็นทรัลมุ่งสนับสนุนการเติบโตของ SME มาตลอด เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายการช่วยเหลือSMEของรัฐบาล อีกทั้งเชื่อมั่นว่าการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจประเทศนั้น SME ต้องสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนได้ด้วย โดยตลอดระยะเวลากว่า 68 ปีที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัลทำธุรกิจสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยมาตลอด ซึ่งผู้ประกอบการบางรายสามารถเติบโตขึ้นเป็นธุรกิจระดับสากลควบคู่กับการเติบโตและก้าวไปสู่ตลาดต่างประเทศร่วมกับกลุ่มเซ็นทรัล นอกจากการสนับสนุนช่องทางการจัดจำหน่ายแก่ผู้ประกอบการ SME ที่กลุ่มเซ็นทรัลมีศักยภาพพร้อมทั้งในไทยและต่างประเทศแล้ว กลุ่มเซ็นทรัลยังพร้อมสนับสนุน SME ทั้งการให้ความรู้ตลอดถึงการประกอบธุรกิจในธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ หรือโมเดิร์นเทรด ซึ่งการสนับสนุน SME ดังกล่าวนับเป็นอีกหนทางหนึ่งในการวางรากฐานทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งให้กับประเทศ ที่ทางกลุ่มเซ็นทรัลมุ่งมั่นจะสานต่ออย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าเมื่อผู้ประกอบการรายย่อยต่างๆสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนแล้ว ศักยภาพในการเติบโตของเศรษฐกิจไทย พร้อมทั้งความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจของประเทศจะมีความยั่งยืนไปพร้อมกัน.

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer