แม้เริ่มต้นจากอีคอมเมิร์ซ แต่ Amazon ก็ขยายจนเป็นอาณาจักรธุรกิจที่มีปีกธุรกิจในเครือมากมาย โดยหนึ่งในธุรกิจที่กำลังหันมาสนใจคือด้านหุ่นยนต์
ล่าสุด Amazon ได้เข้าซื้อกิจการ Fauna Robotics สตาร์ทอัพด้านหุ่นยนต์ลักษณะคล้ายมนุษย์ (Humanoid) ที่เน้นการออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่เข้าถึงง่ายและปลอดภัยสำหรับมนุษย์ ซึ่งแม้เพิ่งก่อตั้งในปี 2024 แต่กลับอัดแน่นไปด้วยศักยภาพจากทีมผู้ก่อตั้งที่เป็นอดีตวิศวกรระดับหัวกะทิจาก Meta และ Google

ผลงานที่ทำให้ Fauna Robotics ได้รับความสนใจคือ Sprout หุ่นยนต์สองขาความสูงประมาณ 1 เมตรเศษ ที่ถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิด Approachable หรือการเป็นหุ่นยนต์ที่ดูเป็นมิตรและใช้งานง่ายสำหรับทุกคน
Sprout ยังมีการวางโครงสร้างซอฟต์แวร์ให้เป็นระบบเปิด เพื่อให้นักพัฒนาสามารถนำไปเขียนโปรแกรมต่อยอดได้หลากหลายฟังก์ชัน ซึ่งความโดดเด่นนี้เองที่ทำให้ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมบันเทิงอย่าง Disney และบริษัทหุ่นยนต์ระดับโลกอย่าง Boston Dynamics สนใจเข้ามาเป็นลูกค้ารายแรก ๆ ในช่วงต้นปี 2026 ที่ผ่านมา
มีการวิเคราะห์กันว่า Amazon เล็งนำความเชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ที่สั่งสมมากว่าทศวรรษมาผสมผสานกับวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ ของ Fauna หลังเมื่อปี 2012 Amazon เคยทุ่มเงิน 775 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 25,300 ล้านบาท) ซื้อ Kiva Systems

แม้ในเวลานั้นจะเป็นการซื้อกิจการมูลค่าสูงสุดของ Amazon แต่ภายหลังก็พิสูจน์ว่าคุ้มค่า เพราะหุ่นยนต์ Kiva ก็กลายเป็นรากฐานสำคัญของระบบอัตโนมัติในคลังสินค้าที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพได้มหาศาล
มีการวิเคราะห์กันอีกว่า Amazon จะใช้ Fauna เสริมทัพตลาดหุ่นยนต์ในบ้าน ต่อจาก Echo ลำโพงสั่งการด้วยเสียง และ Rivr บริษัทหุ่นยนต์สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาหุ่นยนต์ส่งสินค้าถึงหน้าประตูบ้าน ที่ซื้อมาหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้า Fauna เพราะคาดว่าในอนาคตหุ่นยนต์จะกลายเป็นอุปกรณ์ประจำบ้านที่ทุกครอบครัวต่างมี แบบเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในปัจจุบัน
ส่วนในภาพใหญ่จะทำให้ Amazon สู้กับบริษัทอื่น ๆ เช่น Tesla และบริษัทจีน ในด้านหุ่นยนต์ได้ดีขึ้น เพราะในอนาคตข้างหน้าตลาดหุ่นยนต์มีแนวโน้มใหญ่ขึ้น มูลค่าตลาดเพิ่มขึ้น ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 14-16% ต่อปี จนในปี 2030 มูลค่าตลาดหุ่นยนต์ทั่วโลกเพิ่มเป็น 218,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7.9 ล้านล้านบาท)
นอกจากนี้ยังขยับเข้ามาใกล้ตัวคนทั่วโลกมากขึ้น โดยทั้งหมดจะสั่งการและใช้งานได้ง่ายขึ้นผ่าน AI ที่ก็กำลังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
ทั้งนี้ การที่ Amazon ตัดสินใจซื้อ Fauna Robotics เข้ามาอยู่ใต้ชายคานั้น คือภาพสะท้อนของวิสัยทัศน์ที่มองเห็นว่าหุ่นยนต์จะไม่ได้อยู่เพียงแค่ในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์อีกต่อไป แต่จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยสำคัญที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่างในชีวิตประจำวันของมนุษย์
แม้ความท้าทายด้านต้นทุนและการยอมรับจากผู้บริโภคจะยังเป็นโจทย์ใหญ่ แต่ด้วยศักยภาพด้านเงินทุนและลูกค้าที่มีอยู่ทั่วโลกของ Amazon การซื้อกิจการในครั้งนี้จึงเป็นการย้ำถึงจุดเริ่มต้นของยุคที่เทคโนโลยีหุ่นยนต์จะมีความเป็นมนุษย์และเข้าถึงได้ง่ายขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา ซึ่งย่อมทำให้การแข่งขันด้านหุ่นยนต์ของบริษัทต่าง ๆ ทวีความดุเดือดขึ้นไปด้วยเป็นเงาตามตัว / cnbc
