หากเป็นเมื่อก่อน… ใครอยากเป็นผู้ประกอบการหรืออยากสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ มายด์เซ็ตสำคัญที่มักได้ยินคือ “ต้องทำงานหนัก”

แต่ในโลกธุรกิจวันนี้ การทำงานหนักอย่างเดียวอาจไม่พอ ผู้ประกอบการยุคใหม่ต้อง ทำงานหนักให้ถูกที่ ใช้เทคโนโลยีให้เป็น และเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง

Marketeer ได้มีโอกาสฟังวิธีคิดของผู้ประกอบการแบรนด์ไทยจากหลากหลายอุตสาหกรรม บนเวที BOOTCAMP DAY 2026 จัดโดย LINE for Business

เวทีที่ไม่ได้มีเพียงการแชร์ประสบการณ์การทำธุรกิจ แต่ยังเต็มไปด้วย “วิธีคิดเบื้องหลังการเติบโต” ของผู้ประกอบการ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีใกล้ตัวอย่าง LINE OA และ LINE Solutions อื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อเปลี่ยนการสื่อสารกับลูกค้าให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ

นี่คือ 7 มายด์เซ็ตสำคัญ ซึ่งที่หลายแบรนด์มีแนวคิดเดียวกันในการใช้ Data และเทคโนโลยี เพื่อเปลี่ยน Data ให้กลายเป็นยอดขาย และสร้างลูกค้าที่เป็น Brand Loyalty customers

ฟังจากมุมมองของผู้ประกอบการจาก 5 แบรนด์ไทยที่สร้างธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ อย่าง

คุณฝุ่ง อมต ชัยเกรียงไกร ผู้ก่อตั้งแบรนด์ AMT Skincare
คุณหยิน ฝันดาว แบ้สกุล ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Fundao
คุณนาม สุรนาม พานิชการ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ โทฟูซัง
คุณปราง คุณณัฐณิชา เกสรสังข์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด อี้จาสุกี้หม่าล่า
และ คุณบรู๊ค กุลนิภา วิวัฒน์วารินทร์ ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Little Mojo

1. ธุรกิจยิ่งโต ลูกค้ายิ่งเยอะ ต้องยิ่ง “จำลูกค้าให้ได้” 

หนึ่งในปัญหาคลาสสิกของธุรกิจที่เริ่มโตคือมีลูกค้าเข้ามามากขึ้น แต่คุณภาพในการดูแลกลับลดลง เพราะทีมเริ่มจำไม่ได้แล้วว่าลูกค้าคนไหนเป็นใคร คุยอะไรค้างไว้ เคยซื้ออะไรไปแล้ว หรือแนะนำอะไรไว้บ้าง

ในมุมของ AMT Skincare เป็นธุรกิจที่ไม่ได้ขายสินค้าแบบจบในครั้งเดียว แต่เป็นการให้คำปรึกษาก่อนขายสินค้า มีเรื่องของผิวผู้ใช้มาเกี่ยวข้อง รวมถึงสินค้าที่ใช้ของแต่ละคนก็ไม่ซ้ำกัน

แน่นอนเมื่อมีลูกค้าทักเข้ามาจำนวนมาก ความท้าทายคือ “แบรนด์ยังจำความต้องการของลูกค้าได้อยู่ไหม จำคำแนะนำที่เคยให้ไปได้หรือไม่”

พูดเท่านี้คงต้องคิดว่าต้องทำ Customer Database ยิ่งใหญ่
แต่ที่จริง AMT Skincare ไม่ได้เริ่มจากระบบซับซ้อน หรือลงทุนราคาแพงอะไร

แต่เริ่มจากการใช้ฟีเจอร์แท็กและโน้ตใน LINE OA เพื่อเก็บข้อมูลลูกค้าให้เป็นระบบมากขึ้นเพื่อจดจำว่าผิวเขามีลักษณะแบบไหน ผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่เขาซื้อไปเป็นอย่างไรบ้าง แล้ว Feedback เขาเป็นอย่างไรบ้าง

มายด์เซ็ตสำคัญในข้อนี้คือ ผู้ประกอบการต้องเลิกมองว่าการเก็บข้อมูลเป็นเรื่องเทคนิคยุ่งยากหรือกลัวว่าจะต้องใช้การลงทุนมากมายอะไร อีกทั้งต้องมองว่านี่คือพื้นฐานของการบริการที่ดี เพราะยิ่งแบรนด์จำลูกค้าได้มากเท่าไร ลูกค้าก็ยิ่งรู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจเขามากขึ้น

2. ข้อมูล (Data) ที่มีก็เพื่อเข้าใจความต้องการของลูกค้า

คุณฝุ่ง อธิบายต่อถึงการใช้ Data เพื่อค้นหาความจริงของลูกค้า ไม่ใช่แค่เพื่อปิดการขาย เพราะสำหรับแบรนด์ AMT Skincare ไม่ได้มองลูกค้าเป็นแค่คนใช้ครีม แต่เป็น “ผิว” ที่ต้องเข้าใจอย่างถูกต้อง

จากข้อมูลที่เก็บกับลูกค้ากว่า 10,000 คน พบว่ามีถึง 70% ที่เข้าใจสภาพผิวของตัวเองผิด นี่คือบทเรียนสำคัญ เพราะบางครั้งสิ่งที่ลูกค้าป้อนข้อมูลให้กับเรา อาจไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกต้องทั้งหมด และการเก็บ Data ผ่านการพูดคุยเก็บข้อมูล ไปจนถึงการร่วมกันปรึกษาปัญหา ช่วยให้แบรนด์มองเห็นความจริงนั้นได้ชัดขึ้น

มายด์เซ็ตนี้สำคัญมากในยุคที่หลายธุรกิจพูดเรื่อง Personalization เพราะที่แท้จริงไม่ได้เริ่มจากการเรียกลูกค้าด้วยชื่อ หรือเก็บข้อมูลทั่วไป แต่เริ่มจากการเข้าใจเขาอย่างถูกต้องก่อนว่าเขาเป็นใคร ต้องการอะไร และปัญหาที่แท้จริงคืออะไร

3. ออนไลน์และการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างแบรนด์ไม่ใช่ทางเลือก
แต่คือทางที่ต้องเริ่มทำตั้งแต่ต้น

ตัวอย่างอย่างแบรนด์ Fundao กระเป๋าหนังจากดีไซน์เนอร์ไทยอย่างคุณหยิน ฝันดาว แบ้สกุล ก็เกิดในช่วงโควิด-19 แจ้งเกิดแบบไม่มีหน้าร้าน ไม่ได้เจอลูกค้า ไม่มีใครได้จับสินค้าจริงด้วยซ้ำ

แต่เธอเข้าใจดีว่าการสร้างแบรนด์แฟชั่นจึงไม่ใช่แค่การโชว์สินค้า แต่ต้องสื่อสารให้ได้ว่าแบรนด์เป็นใคร มีคาแรกเตอร์แบบไหน รู้จักว่ากลุ่มลูกค้าคือใคร และแบรนด์ต้องสร้างความเชื่อมั่น เชื่อในแบรนด์ของเราให้ได้

รวมถึงยังเชื่อว่าการที่ผู้บริโภคที่ย้ายมาอยู่บนโลกออนไลน์จะไม่ย้อนกลับไปเหมือนเดิมอีก ซึ่งสะท้อนมายด์เซ็ตข้อสำคัญของผู้ประกอบการยุคนี้ว่าอย่ามองโลกออนไลน์เป็นแค่ช่องทางเพิ่มยอดขาย แต่ต้องมองว่าเป็นพื้นที่สร้างตัวตน ความน่าเชื่อถือ และความสัมพันธ์กับลูกค้า

“การที่เราเอาแบรนด์มาอยู่ในออนไลน์หรือว่าใช้เทคโนโลยีในการช่วยส่งเสริมการขายจึงเป็นเหมือนพื้นฐานที่สำคัญมากๆ ในการทำแบรนด์ปัจจุบัน”

4. แชท ไม่ใช่แค่พื้นที่ขายของ แต่คือพื้นที่สร้าง Brand Loyalty

คุณหยิน ฝันดาว ระบุชัดเจนว่า “คนไทยชอบคุยกับคนมากๆ โดยเฉพาะการตัดสินใจซื้อสินค้าที่มีราคา” ทำให้การคุยผ่าน LINE OA เหมือนแบรนด์ได้คุยตัวต่อตัวกับลูกค้า ได้ตอบคำถามที่เฉพาะเจาะจงให้กับลูกค้า ถือเป็นเครื่องมือสานสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างตรงจุด

บางทีลูกค้าที่ซื้อกระเป๋าจาก Fundao ไปแล้ว ก็ชอบที่จะส่งรูปมาอวดเมื่อเขาใช้แล้วชอบ บางคนส่งเรื่องราวส่วนตัวมาเล่า และบางกรณีถึงขั้นส่งคลิปจากกล้องวงจรปิดมาให้ดูหลังถูกกระชากกระเป๋า พร้อมบอกว่ากระเป๋าของแบรนด์แข็งแรงและทนมาก

สิ่งนี้สะท้อนว่าเมื่อแบรนด์สร้างความสัมพันธ์ได้ลึกพอ ลูกค้าจะไม่ได้มองแบรนด์เป็นแค่ร้านค้า แต่เป็นเหมือนพื้นที่หนึ่งที่เขาอยากกลับมาเล่าเรื่องราวต่างๆ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเมื่อเข้ามาคุยแล้วเขากำลังคุยกับแบรนด์ที่มีตัวตน มีไลฟ์สไตล์ที่ตรงกับเขา และแชร์ความชอบอะไรที่เหมือนๆ กัน คุยกันเป็นเพื่อน

มายด์เซ็ตที่ว่านี้สำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า พร้อมๆ กับเก็บ Data ที่มีคุณภาพเพื่อเปลี่ยนจากลูกค้าใหม่ ลูกค้าที่ซื้อซ้ำ สู่ลูกค้าที่จะกลายเป็น Brand Loyalty customers ได้ในอนาคต

5. ยิ่งมี Data ยิ่งไม่ต้องหว่านแหในทะเล เมื่อมี Data อยู่ในมือ
สิ่งที่ตามมาคือโอกาสในการสื่อสารอย่างแม่นยำมากขึ้น

แบรนด์ Fundao ยังใช้ช่องทาง LINE OA เป็นพื้นที่เอ็กซ์คลูซีฟสำหรับปล่อยสินค้าคอลเลกชันใหม่ๆ ที่แรก รวมถึงใช้ MyShop สร้างแคตตาล็อกสินค้า ทำให้การช้อปปิ้งของลูกค้าง่ายขึ้น เข้าใจสินค้า เข้าใจประเภท เห็นเลยว่ามีทุกกี่คอลเลกชัน กี่สี กี่ไซส์

เมื่อลูกค้าซื้อผ่าน MyShop แบรนด์ก็จะสามารถเก็บ Data ไว้ และสามารถใช้ประโยชน์ได้ เพื่อแยกกลุ่มลูกค้า และเลือก Broadcast เฉพาะกับคนที่เกี่ยวข้องจริง เช่น คนที่เคยซื้อคอลเลกชันนั้นมาก่อน โดยไม่จำเป็นต้องส่งข้อความชุดเดียวให้ทุกคน

เช่นเดียวกับทางฝั่งของ อี้จาสุกี้หม่าล่า ที่ได้แบ่งลูกค้าเป็น 3 กลุ่ม A-B-C ตามพฤติกรรมการใช้จ่ายและความต้องการที่ต่างกัน แล้วออกแบบโปรโมชันสื่อสารผ่าน LINE OA ให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มได้อย่างแม่นยำ

6. อย่าโตแค่ยอดขาย แต่ต้องเติบโต “ในความสัมพันธ์ของลูกค้า”

สำหรับธุรกิจอย่าง โทฟูซัง การขายสินค้าส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนเชลฟ์ในร้านสะดวกซื้อหรือโมเดิร์นเทรดเป็นหลัก เพราะสินค้าอย่างน้ำเต้าหู้และเครื่องดื่มไฮโปรตีนจำเป็นต้องแช่เย็นตลอดเวลา

นั่นหมายความว่าโอกาสในการสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง อาจไม่ได้มากเท่าธุรกิจที่ขายผ่านออนไลน์หรือแชท

แต่คุณนาม โทฟูซัง กลับมองเรื่องนี้ต่างออกไป “เราไม่ได้อยากโตแค่บนเชลฟ์ครับ เราอยากเติบโตในความสัมพันธ์ของลูกค้าด้วย” แบรนด์จึงใช้ LINE OA เป็นพื้นที่ในการพูดคุยและเข้าใจลูกค้าให้ลึกขึ้น

หนึ่งในเคสที่สะท้อนเรื่องนี้ได้ชัด คือ ลูกค้าคุณลุงท่านหนึ่ง ที่ติดต่อกับแบรนด์มาอย่างต่อเนื่อง จนทีมงานสามารถจำพฤติกรรมการซื้อได้อย่างละเอียด แบรนด์รู้ว่าเขาจะสั่งสินค้าทุกวันอังคาร และยังรู้ด้วยว่าเขาไม่สั่งบางรสชาติ เพราะในช่วงนั้นภรรยาไม่อยู่บ้าน

ข้อมูลเล็กๆ แบบนี้อาจดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับธุรกิจระดับ 1,700 ล้านบาทต่อปี การที่แบรนด์ยังสามารถเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าได้ลึกขนาดนี้ คือผลลัพธ์ของการสร้างความสัมพันธ์ผ่านช่องทางอย่าง LINE OA

ในฝั่งของ Little Mojo แบรนด์เสื้อผ้าเด็กที่มองกลุ่มลูกค้าจริงของพวกเขาไม่ใช่แค่เด็กๆ ที่ใส่ แต่ลูกค้าตัวจริงอีกคนคือพ่อแม่ที่ต้องการได้รับประสบการณ์ที่ดีไม่แพ้กับลูกๆ ตัวน้อย

Little Mojo จึงเน้นการสร้างคอมมูนิตี้ของเสื้อผ้าแบรนด์ จริงจังกับการออกแบบคอลเลกชันที่ผู้ใหญ่ก็ใส่ได้แบบไม่ต้องเขิน

รวมถึงแบรนด์ไม่ได้มองแค่การเปิดออเดอร์ให้ได้มากที่สุด แต่ยังมองเรื่องประสิทธิภาพการจัดการสต็อก การเร่งการชำระเงิน การดูแลลูกค้า และผลกำไรจริงของธุรกิจ

Little Mojo จึงเลือกใช้เครื่องมือ MyShop เพราะต้องการระบบที่รองรับออเดอร์จำนวนมากได้ และช่วยจัดการทุกอย่างตั้งแต่ขาย ติดตามสถานะ ไปจนถึง Customer Service ในที่เดียว

พร้อมกันนั้นยังฝากมุมคิดสำคัญว่า อย่าดูแค่ยอดขายรวม แต่ต้องดู Bottom Line หรือกำไรสุทธิด้วย

7. ประสบการณ์ที่ดีไม่ได้จบแค่หน้าร้าน แต่ต้องต่อเนื่องไปถึงออนไลน์

สำหรับคนทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเซอร์วิสด้วย อย่างเช่น ร้านอาหาร ร้านบริการต่างๆ
แบรนด์อย่าง อี้จาสุกี้หม่าล่า เป็นตัวอย่างที่ดีของธุรกิจออฟไลน์ที่เข้าใจเรื่องนี้ชัดเจน

จุดที่สำคัญคือต้องเริ่มจากการสร้าง First Impression ที่ดีในร้าน ผ่านการบริการ วัตถุดิบ และเอกลักษณ์ของน้ำจิ้ม แต่ก็รู้ว่าถ้าจะให้ลูกค้าอยู่กับแบรนด์นานขึ้น ประสบการณ์นั้นต้องต่อยอดไปสู่ออนไลน์ด้วย

LINE OA จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบอกโปรโมชัน แต่เป็นพื้นที่ที่ลูกค้าสามารถติดต่อกลับมาได้เมื่อมีปัญหา และเป็นจุดเชื่อมต่อที่ทำให้ความสัมพันธ์ไม่หายไปหลังจบมื้ออาหาร

ทั้งหมดนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของมายด์เซ็ตผู้ประกอบการยุคใหม่ ที่เห็นชัดว่าหัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าใครใช้เทคโนโลยีที่ล้ำที่สุด แต่อยู่ที่ว่าใครมีมายด์เซ็ตที่ถูกต้องในการใช้เครื่องมือเหล่านั้นได้ตรงกับธุรกิจมากกว่า

LINE OA และ โซลูชันเสริมอีกมากมายทั้ง MyShop และ MyCustomer | CRM ในมือของแต่ละแบรนด์จึงไม่ได้มีบทบาทแค่เป็นช่องทางแชท แต่เป็นศูนย์รวมการขายและสร้างความสัมพันธ์ลูกค้า เป็นทั้งพื้นที่สร้างประสบการณ์ พื้นที่ปิดการขาย และพื้นที่เก็บ Data ถังใหญ่ เพื่อให้แบรนด์นำไปใช้วิเคราะห์ช่วยดูแลความสัมพันธ์ไปพร้อมๆ กัน

เพราะไม่แน่ว่าสิ่งที่ผู้ประกอบการต้อง “ทำงานหนัก” ที่สุดในวันนี้ อาจไม่ใช่แค่การสร้างยอดขายให้เติบโต แต่คือการสร้างความสัมพันธ์ที่ทำให้ลูกค้าเลือกอยู่กับแบรนด์ไปได้ในระยะยาว …

 #LINEThailand #BOOTCAMPDAY2026 #LINEforBusiness