สมาคมมีเดียเอเยนซีและธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (Media Agency Association of Thailand – MAAT) คาดเม็ดเงินโฆษณาไทยปี 2026 แตะ 1.14 แสนล้านบาท หดตัวเล็กน้อยจากพิษความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลก โดย ‘ทีวี-ดิจิทัล’ ยังคงเป็นสื่อหลัก ขณะที่สื่อนอกบ้านและขนส่งมวลชนเติบโตรับพฤติกรรมคนใช้รถสาธารณะเพิ่มขึ้น หนีน้ำมันแพง

มูลค่าโฆษณาไทย 1.14 แสนล้านบาท

Transit-Outdoor คึกคัก คนหนีน้ำมันแพง ซบขนส่งสาธารณะ

ประเภทสื่อ ปี ค.ศ. 2025 ปี ค.ศ. 2026 (คาดการณ์) เปลี่ยนแปลง
TV 50,151 48,145 -4%
Radio 2,933 2,786 -5%
Newspaper 612 429 -30%
Magazine 237 166 -30%
Cinema 3,234 3,072 -5%
Outdoor 9,677 10,355 7%
Transit 10,797 12,200 13%
In-Store 978 988 1%
Digital 36,823 36,713 -0.3%
Total 115,442 114,854 -0.5%
หน่วย : ล้านบาท
ที่มา : สมาคมมีเดียเอเยนซีและธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (Media Agency Association of Thailand – MAAT), มีนาคม 2026

MAAT ประเมินว่า ภาพรวมเม็ดเงินโฆษณาไทยในปี 2026 ได้รับผลกระทบจากปัจจัยท้าทายทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่ส่งผลสำคัญให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น กระทบต่อเนื่องไปยังต้นทุนโลจิสติกส์และค่าครองชีพ ทำให้ลูกค้าอาจพิจารณาชะลอการใช้เงิน 

ส่วนภาพรวมเซกเมนต์สื่อ ‘ทีวี’ ยังคงเป็นสื่อหลักอันดับ 1 ในการครองสัดส่วนเม็ดเงินโฆษณา รองลงมาคือสื่อ ‘ดิจิทัล’ ที่เติบโตในทิศทางใกล้เคียงกัน 

ในขณะที่ผู้บริโภคยุคใหม่มีพฤติกรรมการบริโภคสื่อข้ามหน้าจอ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z (อายุ 11-26 ปี) ที่ดูทีวีปกติสลับกับทีวีออนไลน์มากขึ้น

ทั้งนี้ ภูมิทัศน์สื่อและเอเยนซีได้มีการปรับตัวอย่างมากเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤต โดยมีการขยายไปทำ O2O (Online to Offline), การทำการตลาดข้ามแพลตฟอร์มไปสู่ออนไลน์ หรือการขายโฆษณาแบบบูรณาการ (Integrate Full-Funnel) เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า 

นอกจากนี้ ปัญหาข่าวปลอมและสแกมเมอร์ ยังทำให้ผู้บริโภคหันกลับมาตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา และให้ความเชื่อถือในสื่อหลัก (Traditional Media) ควบคู่กับสื่อดิจิทัลมากขึ้นอีกด้วย

ขณะที่สื่อดั้งเดิมอย่าง ‘หนังสือพิมพ์’ และ ‘แม็กกาซีน’ มีแนวโน้มหดตัวลงอย่างชัดเจนถึง 30% ส่วน ‘สื่อวิทยุ’ และ ‘สื่อภาพยนตร์’ คาดการณ์ว่าจะลดลงที่ 5% โดยสื่อเหล่านี้ รวมถึงสื่อ In-store มักจะถูกปรับบทบาทไปใช้เป็นสื่อสนับสนุนเพื่อบูรณาการเข้ากับภาพรวมของแคมเปญ

กลุ่มสื่อนอกบ้านกลับมีทิศทางที่สวนกระแส โดยสื่อ ‘ทรานซิท’ (Transit) คาดว่าจะเติบโตโดดเด่นที่สุดถึง 13% และสื่อ ‘เอาท์ดอร์’ (Outdoor) เติบโต 7% ปัจจัยหลักมาจากการที่ผู้บริโภคมีการเดินทางและใช้บริการรถสาธารณะเพิ่มสูงขึ้นในยุคที่น้ำมันมีราคาแพง ทำให้การใช้สื่อนอกบ้านสูงขึ้นตามพฤติกรรมดังกล่าว

สำหรับเทรนด์สื่อและกลยุทธ์โฆษณาที่สำคัญในปี 2026 เพื่อรับมือกับความท้าทายและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป MAAT มองว่ามีประเด็นหลัก ดังนี้

1.กลยุทธ์ Full Funnel (Branding + Promotion) : การทำโฆษณาในปัจจุบันไม่สามารถมุ่งเน้นแค่การสร้างยอดขาย (Conversion) เพียงอย่างเดียวได้ แต่ต้องสร้างความผูกพันและให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ได้ ควบคู่ไปกับการทำโปรโมชัน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์กลับมาเป็นยอดขายในระดับตัวเลข 2 หลัก

2.ปรับเป้าหมายเจาะกลุ่มสูงวัยและต่างจังหวัด : แบรนด์ต้องให้ความสำคัญกับกลุ่มประชากรสูงวัย (Silver Target) อายุเกิน 45 ปี ซึ่งมีจำนวนถึงครึ่งประเทศ รวมถึงรองรับการกระจายตัวของประชากรที่กลับสู่ต่างจังหวัดและหัวเมืองใหญ่ ซึ่งมีสัดส่วนสูงกว่าในกรุงเทพฯ อย่างชัดเจน

3.สื่อสารแบบองค์รวม : ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด แบรนด์ควรใช้วิธีการสื่อสารแบบองค์รวมเพื่อดึงผู้บริโภคมามีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้ง แทนที่จะยัดเยียดเพียงโปรโมชันในช่วงที่คนกำลังเสพข่าวสาร