ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา อินเดียภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ได้พยายามยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศและคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยการทุ่มงบประมาณมหาศาลในโครงการโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการขยายโครงรถไฟใต้ดินเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางในเมืองใหญ่ (MRT) 

ทว่าเมื่อเปิดใช้จริง กลับกลายเป็นว่าแทบทุกตู้โดยสารมีผู้ใช้น้อยและสถานีต่าง ๆ ก็เงียบเหงาเกินกว่าจะเชื่อได้ว่านี่คือระบบขนส่งมวลชนในประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก 

เรื่องนี้กลายเป็นคำถามย้อนกลับไปที่รัฐบาลว่า การเร่งสร้างโดยขาดการวางแผนที่ยึดเอาวิถีชีวิตจริงของประชาชนเป็นศูนย์กลาง กำลังกลายเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำครั้งใหญ่ และในระยะยาวโครงการมูลค่ามหาศาลนี้อาจขาดทุน 

เส้นทางรถไฟที่สะท้อนเรื่องนี้ได้ชัดเจนคือสาย Aqua Line ของมุมไบที่เชื่อมโยงย่านธุรกิจเก่าอย่าง Cuffe Parade เข้ากับศูนย์กลางพาณิชย์สมัยใหม่และสนามบิน 

แม้จะถูกวางตัวเป็นความหวังในการแก้ปัญหาจราจรที่ติดขัดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ในเย็นวันธรรมดาที่ควรจะคึกคัก สถานีปลายทางของสาย Aqua Line กลับมีสภาพไม่ต่างจากโครงสร้างร้างที่ถูกลืมและไร้ผู้คนในยุคโซเวียต 

ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์ผู้โดยสารไว้สูงถึง 1.5 ล้านคนต่อวัน แต่ยอดผู้ใช้งานจริงของ Aqua Line กลับมีเพียงประมาณ 1.5 แสนคน หรือเพียง 10% เท่านั้น 

สภาวะ “ผู้โดยสารต่ำกว่าเป้า” นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในมุมไบ แต่ยังเกิดขึ้นกับเส้นทางรถไฟของอินเดียอีกหลายเส้นทาง ตั้งแต่เมืองกานปุระที่มีผู้ใช้งานจริงเพียง 2% ไปจนถึงเมืองใหญ่อย่างเจนไน ปูเน่ และนาคปุระ ที่มีผู้โดยสารไม่ถึงครึ่งของที่ประมาณการไว้ 

ปัจจัยลบใหญ่ที่เป็นเหมือนกำแพงกั้นระหว่างชาวอินเดียกับการใช้รถไฟใต้ดินคือ ราคา เพราะอินเดียเป็นประเทศที่ประชากรมีความอ่อนไหวต่อราคาสูงมาก 

ค่าโดยสารรถไฟใต้ดินที่อยู่ระหว่าง 10-70 รูปี (ประมาณ 4-25 บาท) อาจถูกมากสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่สำหรับชนชั้นแรงงานในอินเดีย มันคือภาระที่กินส่วนแบ่งรายได้ถึง 20% ของเงินเดือน ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานโลกที่ควรอยู่ที่ 10-15% 

ดังนั้นเมื่อเทียบกับการใช้รถไฟชานเมืองระบบเดิมที่มีตั๋วรายเดือนราคาถูกกว่าหลายเท่า ประชาชนจึงยอมเลือกความลำบากและเบียดเสียดในรถไฟแบบเก่าเพื่อให้ประหยัดค่าใช้จ่ายรายเดือน  

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังเผยว่า ช่วงประเมินการก่อสร้างบรรดาบริษัทที่ปรึกษาและบริษัทที่ดูแลโครงการได้มีการ “ปั่นตัวเลข” ผู้โดยสารให้สูงเกินจริง เพื่อให้โครงการดูมีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ในขั้นตอนการอนุมัติงบประมาณ 

จนนำไปสู่การออกแบบสถานีและขบวนรถที่ใหญ่เกินความจำเป็นจริง ซึ่งจากมุมมองเรื่องความถูกต้องมาจับนี่ถือเป็นการทุจริตรูปแบบหนึ่ง 

นอกจากเรื่องราคาแล้ว ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างจุดต่อรถหรือขนส่งมวลชนประเภทอื่นก็ยังเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยอินเดียขาดการบูรณาการระหว่างระบบรถไฟใต้ดินและรถเมล์รับส่งอย่างเป็นเอกภาพ ประชาชนจึงมักพบว่าเมื่อลงจากสถานี MRT และขึ้นมาบนถนนแล้ว ไม่สามารถหารถต่อเข้าบ้านหรือที่ทำงานได้โดยง่าย 

ซ้ำร้ายการเดินเท้าในระยะ 500 เมตรกลายเป็นเรื่องยากลำบากเพราะทางเท้าที่ไม่ได้มาตรฐานและขาดความปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องเดินทางหลังตะวันตกดิน สถานีที่ตั้งอยู่ในจุดเปลี่ยวและความยากลำบากในการหาแท็กซี่ในช่วงกลางคืน ทำให้รถไฟใต้ดินถูกตัดออกจากตัวเลือกในการเดินทางอย่างน่าเสียดาย 

แม้อินเดียเพิ่งประสบความสำเร็จในการสร้างระบบขนส่งมวลชนเพื่อเลี่ยงรถติดและฝุ่นควันบนท้องถนน แต่กลับยังไม่สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของประชาชนได้ 

หากรัฐบาลอินเดียยังคงมุ่งเน้นเพียงการขยายระยะทางให้ครบพันกิโลเมตร โดยไม่หันมาแก้ไขปัญหาเรื่องราคาค่าโดยสารที่เป็นธรรมหรือเข้าถึงได้กว่านี้ การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อระหว่างระบบขนส่งต่าง ๆ และการสร้างความปลอดภัยในการเข้าถึงสถานี 

รถไฟใต้ดินมูลค่ามหาศาลก็อาจเป็นเพียงโปรเจกต์ยักษ์แห่งความทะเยอทะยานที่เข้าไม่ถึงหัวใจของประชาชน พร้อมทิ้งภาระหนี้สินและตัวเลขขาดทุนมหาศาลไว้เบื้องหลังแทนที่จะเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างที่ตั้งใจไว้ / bbc