เครือซีพี และ SEGA ผู้นำธุรกิจเกมและความบันเทิงเจ้าของ IP Sonic – Angry Birds ความร่วมมือที่มองเห็นโอกาส (วิเคราะห์)
บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (C.P. Group) หรือ เครือซีพี ได้ประกาศลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ บริษัท เซก้า คอร์ปอเรชัน (SEGA CORPORATION) ผู้นำด้านธุรกิจเกมและความบันเทิงระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น
โดยพิธีลงนามจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ของเซก้า เมืองโตเกียว ในวันที่ 27 เมษายน 2026 เพื่อสำรวจโอกาสทางธุรกิจด้านความบันเทิงในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมี คุณสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ คุณฮารุกิ ซาโตมิ ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซก้า คอร์ปอเรชัน ร่วมกันลงนาม
การร่วมมือกันในครั้งนี้ เครือซีพี และ เซก้า เห็นโอกาสอะไรในนั้น
1. ขุมทรัพย์ IP ระดับโลกของ SEGA ที่สร้างมูลค่ามหาศาล
เซก้าประสบความสำเร็จอย่างสูงในการขยายทรัพย์สินทางปัญญา (IP) สู่แฟรนไชส์สื่อข้ามแพลตฟอร์ม จากรายงานผลประกอบการปีงบประมาณ 2024 เซก้าทำรายได้รวมถึงประมาณ 1.1 แสนล้านบาท โดยมีธุรกิจความบันเทิงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำรายได้สูงถึงประมาณ 5.2 หมื่นล้านบาท
เครือซีพีเล็งเห็นศักยภาพของแฟรนไชส์เรือธงอย่าง “Sonic the Hedgehog” (โซนิค เดอะ เฮดจ์ฮ็อก) ที่มียอดจำหน่ายและดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เกมสูงถึง 1.77 พันล้านครั้ง และเมื่อถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ก็สามารถกวาดรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศรวมกันประมาณ 4.4 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ เซก้ายังมีการเสริมทัพพอร์ตโฟลิโอด้วยการเข้าซื้อกิจการ Rovio (โรวิโอ) เจ้าของ IP “Angry Birds” (แองกรีเบิร์ดส์) ด้วยวงเงินกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท ในช่วงปี 2023 เพื่อนำมาเสริมทัพพอร์ตโฟลิโอแฟรนไชส์สื่อของบริษัท
ซึ่งในระยะแรก ความร่วมมือระหว่างเครือซีพี และ เซก้า จะมุ่งเน้นการศึกษาต่อยอดธุรกิจจาก IP Sonic และ Angry Birds เป็นหลัก
2. การผสานจุดแข็งเพื่อเจาะตลาดอาเซียน
สำหรับเซก้า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเร่งขยายฐาน IP สู่ระดับสากลผ่านรากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งของเครือซีพีในภูมิภาคอาเซียน โดยเป้าหมายคือ การสร้างสรรค์ประสบการณ์ความบันเทิงรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับบริบทของผู้บริโภคในภูมิภาคนี้
ทั้งสององค์กรไม่ได้มองเพียงแค่การนำ IP ที่มีอยู่แล้วมาใช้งาน แต่ยังเตรียมสำรวจโอกาสในการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาใหม่ ๆ สำหรับภูมิภาคอาเซียนโดยเฉพาะ รวมถึงการขยายธุรกิจผ่านการให้สิทธิ์ (licensing) และเครือข่ายการจัดจำหน่าย เพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมและคุณค่าของอาเซียนให้เป็นที่รู้จักในระดับโลกผ่านมาตรฐานการสร้างสรรค์ของเซก้า
3. การต่อยอดคอนเทนต์ผ่านระบบนิเวศสื่อที่ครบวงจรของเครือซีพี
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือ การเชื่อมโยงคอนเทนต์เข้ากับระบบนิเวศธุรกิจของเครือซีพีที่มีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 20 ประเทศทั่วโลก โดยมีแพลตฟอร์มสื่ออย่าง “ทรูวิชั่นส์” เป็นกลไกหลักในการนำเสนอคอนเทนต์และแอนิเมชันระดับโลกสู่ผู้ชมในวงกว้าง ทั้งในรูปแบบเพย์ทีวีและแพลตฟอร์ม OTT
ความแข็งแกร่งด้านแพลตฟอร์มของซีพีจะช่วยให้ IP ของเซก้าเข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายมิติยิ่งขึ้น และมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางของชุมชนแฟนคอนเทนต์ญี่ปุ่นในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวผ่านเครือข่ายธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่อาหารไปจนถึงโทรคมนาคม
ต่อไปนี้เราคงจะได้เห็นการผสาน IP ของ SEGA เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันผ่านบริการและแพลตฟอร์มของเครือซีพีในเร็ว ๆ นี้แน่นอน
