ในโลกของกีฬาอาชีพ ความสำเร็จจากชัยชนะเพียงเสี้ยววินาทีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องพิสูจน์ความพยายามของมนุษย์เท่านั้น แต่ยังเป็นสมรภูมิในการแข่งขันระหว่าง Sport Brand ชั้นนำระดับโลกอีกด้วย
หลักฐานล่าสุดที่ยืนยันเรื่องนี้เกิดขึ้นในงานวิ่ง ลอนดอน มาราธอน ซึ่ง Sabastian Sawe นักวิ่งชาวเคนยาที่เข้าเส้นชัยพร้อมตัวเลขบนนาฬิกาที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนในการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

ชัยชนะครั้งยังส่งผลดีต่อ Adidas ที่กำลังพยายามกอบกู้ความเชื่อมั่นจากนักลงทุน นักกีฬา และคนทั่วไปที่สนใจการออกกำลังกาย หลังจากต้องเผชิญกับมรสุมอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
หุ้นของ Adidas ในตลาดหุ้นเยอรมนี พุ่งสูงขึ้นเกือบ 2% ในช่วงบ่ายของวันที่ 27 เมษายน หลังจากข่าวการทุบสถิติโลกในเวลา 1 ชั่วโมง 59 นาที 30 วินาที ของ Sabastian Sawe
ด้วยการสวมรองเท้ารุ่น Adizero Adios Pro Evo 3 เข้าเส้นชัยแพร่ออกไป โดยขยับขึ้นไปแตะระดับ 138 ยูโร (ประมาณ 5,250 บาท)
แม้ว่าภาพรวมหุ้น Adidas ในปีนี้จะยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจและกำแพงภาษี แต่ชัยชนะของ Sabastian Sawe และ Tigist Assefa ที่สร้างสถิติโลกใหม่ในประเภทหญิง
รวมถึง Yomif Kejelcha นักวิ่งชายที่เข้าเส้นชัยตามมาซึ่งสวมรองเท้ารุ่นเดียวกัน ได้กลายเป็น “สปอตไลท์” ที่ฉายกลับมายังนวัตกรรมของ Sport Brand สัญชาติเยอรมัน
Adizero Adios Pro Evo 3 ถือเป็นรองเท้ากลุ่ม Super Shoe ที่เพิ่มศักยภาพของนักวิ่งรุ่นล่าสุดของ Adidas ซึ่งจุดเด่นคือมีน้ำหนักเพียง 97 กรัม
นี่ทำให้รองเท้าเบาลงกว่ารุ่นมาตรฐานถึง 30% หรือเบากว่าสบู่ 1 ก้อน ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในด้านความเร็วโดยเฉพาะ

การที่นักกีฬาระดับท็อปสวมใส่รองเท้ารุ่นนี้เข้าเส้นชัยพร้อมกัน เป็นการส่งข้อความที่ชัดเจนไปยังคู่แข่งอย่าง Nike ว่าในนาทีนี้ Adidas คือเจ้าแห่งความเร็วระยะไกล และสามารถเปลี่ยนงานวิจัยหลายปีให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง
รวมไปถึงประกาศให้แบรนด์คู่แข่งทั้งหมดรู้ว่า Adidas กำลังกลับมาเขย่าตลาด Super Shoe หลังปล่อยให้ Nike แซงไปไกลอยู่นาน
ประกอบกับในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาตลาด Super Shoe ทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากเทรนด์หันมาใส่ใจสุขภาพและงานวิ่งมากมายทั่วโลก
จนในปีนี้ มูลค่าตลาดทั่วโลกจะขึ้นมาอยู่ที่ 4,600 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 149,000 ล้านบาท) และจะเพิ่มขึ้นอีกเป็น 5,900 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 191,000 ล้านบาท) เมื่อถึงปี 2029
ดังนั้นความสำเร็จครั้งนี้จึงเป็นหมุดหมายสำคัญในการกู้ชื่อเสียงของ Adidas หลังจากเผชิญวิกฤตการเงินและภาพลักษณ์ในอดีต
สำหรับ ลอนดอน มาราธอน ถือเป็นรายการวิ่งระดับตำนานที่เริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในปี 1981 จากแรงบันดาลใจของ Chris Brasher และ John Disley ที่ต้องการสร้างงานวิ่งเพื่อความสามัคคีและการกุศล
ปัจจุบันถูกจัดให้เป็น 1 ใน 6 งานวิ่งมาราธอนรายการหลักของโลก (6 World Majors) ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่เส้นทางวิ่งระดับแลนด์มาร์คที่ตัดผ่านใจกลางเมืองจาก Greenwich ผ่านสะพาน Tower Bridge และเข้าเส้นชัยหน้าพระราชวัง Buckingham
นอกจากนี้ ลอนดอน มาราธอนยังเป็นหนึ่งในกิจกรรมระดมทุนเพื่อการกุศลที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมียอดบริจาคสะสมกว่า 1,000 ล้านปอนด์ (ประมาณเกือบ 44,000 ล้านบาทขึ้นไป)
ความสำเร็จของ Sabastian Sawe ในลอนดอน มาราธอน คือชัยชนะร่วมกันระหว่างพลังของมนุษย์ในการก้าวข้ามขีดจำกัดและนวัตกรรมทางการกีฬาของ Adidas
ซึ่งส่งผลให้แบรนด์ “สามแถบ” กลับมาโดดเด่นในสายตาชาวโลกอีกครั้ง หลังร่วงสู่ขาลงจากความผิดพลาดมากมาย โดยเฉพาะการเน้นด้านแฟชั่นมากเกินไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจากการปั้นแบรนด์ Yeezy ร่วมกับ Kanye West
แม้ว่าเส้นทางธุรกิจจะยังคงมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและสภาวะตลาดที่ผันผวน แต่ความเชื่อมั่นที่ถูกตอกย้ำด้วยสถิติโลกและนวัตกรรมครั้งนี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า Adidas เป็น Sport Brand ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และพร้อมจะวิ่งแซงหน้าอุปสรรคทุกอย่าง
ซึ่งหากจากนี้ Adidas ทิ้งห่างคู่แข่งได้อีกผู้ที่จะได้รับคำชมไปมากสุดคือ Bjorn Gulden ซีอีโอคนปัจจุบัน ที่เข้ามาพลิกฟื้นแบรนด์ หลังย้ายมาจาก Puma ตั้งแต่ปี 2023 / cnn
