รู้สึกไหมว่า “ห้าง” กำลังเปลี่ยนบทบาทจากพื้นที่สำหรับ “ซื้อของ” ไปสู่การเป็นพื้นที่สำหรับ “ใช้ชีวิต” มากขึ้นเรื่อย ๆ
นั่นเพราะพฤติกรรมผู้บริโภควันนี้ไม่ได้มองหาแค่สถานที่สำหรับ shopping อีกต่อไป แต่ต้องการพื้นที่ที่ตอบโจทย์หลายอย่างในครั้งเดียว ตั้งแต่นัดเพื่อนนั่งคาเฟ่ พาครอบครัวมาใช้เวลา หาแรงบันดาลใจด้านแฟชั่น ไปจนถึงการเดินเล่นหลังเลิกงาน
นี่คือเหตุผลที่หลายศูนย์การค้ากำลังขยับตัวเองจาก “Shopping Mall” สู่ “Lifestyle Ecosystem” และหนึ่งในตัวอย่างที่เริ่มเห็นภาพชัดขึ้น คือ The Mall Group กับการวางบทบาทของ “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์” ให้เป็นมากกว่าห้างแบบเดิม
โดยเฉพาะ “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ” ที่กำลังค่อย ๆ สร้างภาพของการเป็น One-stop Destination สำหรับคนเมืองยุคใหม่ ผ่าน Tenant Mix ที่ผสมทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ แฟชั่น และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันในพื้นที่เดียว
ฝั่ง Food & Café เริ่มเห็นการรวมตัวของร้านที่ตอบโจทย์ตั้งแต่สาย café hopping ไปจนถึงกลุ่มครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น BEANS COFFEE ROASTER, FAM TIME, HASUL, JOE WINGS, KATEI SHABU, MINI ORIENTAL SPEEDBAR, MOLLY TEA, MO-MO-PARADISE, NAISNOW, OHKAJHU, OISHI EATERIUM, SEKI และ SUSHIRO
ขณะที่กลุ่มแฟชั่นก็ถูกเติมด้วยแบรนด์ที่ครอบคลุมทั้ง mass ไปจนถึง fashion lifestyle เช่น H&M, HLA CONCEPT STORE, GENTLEWOMAN, JASPAL, MERGE, PANDORA, POMELO, UNIQLO และ URBAN REVIVO
อีกจุดที่น่าสนใจ คือการเพิ่มแม็กเน็ตใหม่อย่างกลุ่ม Luxury Resale และวัฒนธรรม Japanese Secondhand Culture ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในไทย ผ่านร้านอย่าง 2ND STREET, BAGNIFIQUE, KOMEHYO และ ONLY P
สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า วันนี้ “การมีแบรนด์ดัง” อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของธุรกิจรีเทลอีกต่อไป แต่สิ่งที่ห้างกำลังแข่งขันกันจริง ๆ คือ “ใครทำให้ผู้คนอยากใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ได้นานกว่า”
เพราะเมื่อผู้บริโภคใช้เวลาอยู่ในพื้นที่นานขึ้น โอกาสในการกิน ดื่ม ช้อป หรือกลับมาใช้บริการซ้ำ ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
และนี่อาจเป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของ Retail Landscape ยุคใหม่ ที่ KPI ของศูนย์การค้า อาจไม่ได้วัดกันแค่ยอดขายต่อบิลอีกต่อไป แต่รวมถึง “เวลาที่ผู้คนเลือกใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่นั้น” ด้วยเช่นกัน
#TheMallLifestore #RetailTrend #LifestyleEcosystem #LuxuryResale
#ConsumerBehavior
