SCB WEALTH x SANSIRI ความร่วมมือที่ผสาน Luxury Living สู่ Wealth Ecosystem แบบไร้รอยต่อ
เมื่อนิยามของคำว่า ‘ความมั่งคั่ง’ ในยุคนี้ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่จำนวนตัวเลขในบัญชี หรือขนาดของพอร์ตการลงทุน แต่ลึกซึ้งไปถึง “ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต” และ “การส่งต่อมรดก” (Legacy) สู่เจเนอเรชันถัดไป แบรนด์ผู้นำจึงต้องขยับตัวให้ไว เพื่อตอบรับกับความต้องการที่เหนือระดับขึ้นไปอีกขั้นของกลุ่ม High Net Worth INDIVIDUALS (HNWIs)
และนี่คือที่มาของ BIG DEAL แห่งปี เมื่อ SCB WEALTH ผู้นำธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง จับมือกับ แสนสิริ (SIRI) ผู้นำอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรี เปิดตัวแคมเปญ “SANSIRI x SCB WEALTH Curated with WEALTH-MASTERY” ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในไทย ที่เชื่อมต่อขั้วของการบริหารสินทรัพย์ และการอยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรีเข้าไว้ด้วยกันเป็น Wealth Ecosystem แบบไร้รอยต่อ

เมื่อเอกสิทธิ์ไม่ได้จำกัดแค่การเงิน แต่ครอบคลุมมิติของ “การใช้ชีวิต”
ความน่าสนใจของแคมเปญนี้ คือการออกแบบประสบการณ์แบบ Seamless Wealth Experience สำหรับลูกค้าที่ซื้อที่อยู่อาศัยในกลุ่ม Sansiri Luxury Collection รวมถึงโครงการระดับลักซ์ชัวรีอื่นๆ ที่ร่วมรายการกว่า 37 โครงการ (อาทิ นาราสิริ, เศรษฐสิริ, ณรินสิริ และ VIA) และได้รับการอนุมัติสินเชื่อกับทางธนาคารไทยพาณิชย์
โดยลูกค้าจะได้รับการดูแลแบบครบวงจรผ่าน 3 มิติสำคัญ เริ่มตั้งแต่ Wealth Privileges ที่ให้คุณเข้าถึงบริการที่ปรึกษาทางการเงินแบบองค์รวม พร้อมโซลูชันจัดพอร์ตและวางแผนสภาพคล่องเฉพาะบุคคล ผสานเข้ากับ Living Privileges ของ Sansiri Priority และ SLC Life Curator ที่สุดของบริการลักซ์ชัวรีไลฟ์สไตล์จากเครือข่ายพันธมิตรของแสนสิริ ปิดท้ายด้วย Financial Benefits ที่มอบสินเชื่อพร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษ
ปลดล็อก Financial Leverage สู่ New Benchmark แห่งการลงทุน
ภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดในตอนนี้คือ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน กลุ่มลูกค้า Wealth ไม่ได้หยุดลงทุน แต่หันมาใช้กลยุทธ์ ‘Flight to Quality’ เลือกถือครองสินทรัพย์และทำเลที่มั่นใจได้สูงสุดภายใต้แบรนด์ที่น่าเชื่อถือ ตลาดลักซ์ชัวรีในปัจจุบันจึงไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วย ‘ราคา’ แต่ถูกไดรฟ์ด้วย ‘ความเชื่อมั่น’ และ ‘ระบบนิเวศคุณภาพ’
อสังหาริมทรัพย์ระดับลักซ์ชัวรีจึงก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งใน Core Wealth Asset Classes ที่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อ รักษามูลค่า (Value Preservation) และเติบโตได้อย่างยั่งยืน การผนึกกำลังกับ SCB WEALTH ในครั้งนี้ จึงเป็นการสร้าง Strategic Financial Partnership ที่ปลดล็อกให้ลูกค้าสามารถสร้างโอกาสที่คุ้มค่าสูงสุด พร้อมรับดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน SCB สุดพิเศษที่ลดสูงสุด 0.3% ใน 2 ปีแรก ช่วยลดอุปสรรค (Friction) ในการลงทุน รักษาสภาพคล่อง และกระจายพอร์ต (Wealth Allocation) ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่สุด
เพื่อให้เห็นภาพของปรากฏการณ์นี้ชัดเจนขึ้น Marketeer พาไปถอดรหัสพฤติกรรมกลุ่ม High Net Worth INDIVIDUALS (HNWIs) ยุคใหม่ พร้อมเบื้องหลังการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เหนือกว่าแค่การขายบ้านหรือขายกองทุน
SCB WEALTH จากผู้ให้บริการทางการเงิน สู่ Trusted Wealth Partner

คุณปรมาศิริ มโนลม้าย Head of High Net Worth and Affluent Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ฉายภาพให้เห็นว่า “ความมั่งคั่งของลูกค้าในไทยไม่ได้กระจุกตัวอยู่แค่ในเงินฝากหรือพอร์ตการลงทุน แต่กระจายตัวไปถึงธุรกิจครอบครัว อสังหาริมทรัพย์ และสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ”
อินไซต์นี้เปลี่ยนวิธีคิดของ SCB WEALTH สู่การดูแลลูกค้าแบบองค์รวม (Holistic Wealth Management) ซึ่งคุณปรมาศิริย้ำชัดเจนว่า “ผู้นำธุรกิจ Wealth ในอนาคต อาจไม่ใช่ธนาคารที่มีผลิตภัณฑ์มากที่สุด แต่คือองค์กรที่เข้าใจชีวิต ความมั่งคั่ง และครอบครัวของลูกค้าได้ดีที่สุด”
ดังนั้น บ้านหรูจึงไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือ “Strategic Life Asset” ในเส้นทาง Wealth Journey การจับมือกับแสนสิริจึงตอบโจทย์พันธกิจ ‘Your Success. Our Success.’ ที่ดูแลลูกค้าให้เติบโตทั้งพอร์ตโฟลิโอและคุณภาพชีวิตไปพร้อมๆ กัน
เมื่อเป้าหมายไม่ใช่แค่ผลตอบแทน แต่คือการลงทุนใน ‘Life Gain’

ทางฝั่งผู้พัฒนาอสังหาฯ อย่างแสนสิริ ซึ่งมีฐานลูกค้า Sansiri Priority กว่า 500 ราย (กลุ่มที่มียอดซื้อขั้นต่ำ 80 ล้านบาท) ถือครองโครงการรวมมูลค่ากว่า 60,000 ล้านบาท และมีอัตราซื้อซ้ำสูงถึง 70% มองเห็นการเปลี่ยนผ่านที่น่าสนใจ
คุณศรีอำไพ รัตนมยูร ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เล่าว่า “ลูกค้า Wealth ยุคใหม่ให้ความสำคัญกับ Access, Experiences และ Exclusivity มากกว่าผลตอบแทนทางการเงินเพียงอย่างเดียว” ซึ่งแสนสิรินิยามสิ่งนี้ว่า ‘Life Gain’ หรือคุณภาพการใช้ชีวิตผ่านที่อยู่อาศัยที่ดี เป็นการสะสมความมั่งคั่งเพื่อส่งต่อคุณค่าให้คนรุ่นต่อไป
ตลาดนี้ถูกขับเคลื่อนด้วย 2 ขั้วพลังหลัก คือ กลุ่ม Ultra-HNWIs (อายุ 50 ปีขึ้นไป) ที่สะสมอสังหาฯ เป็นมรดก (Legacy Asset) สู่รุ่นลูกหลาน และกลุ่มที่น่าจับตาคือ Young Successor (อายุ 25-40 ปี) หรือ New Wealth ที่โตขึ้นกว่า 30% YoY คนกลุ่มนี้หาเงินไว อยากต่อยอดความมั่งคั่ง แต่อาจยังขาดโอกาสในการเข้าถึงสิทธิพิเศษระดับ Private Banking การซื้อบ้านแสนสิริพร้อมสินเชื่อ SCB จึงเสมือน “ทางลัด” ที่ช่วยให้ Young Successor ปลดล็อกข้อจำกัด และก้าวเข้าสู่โลกของ SCB WEALTH ได้อย่างชาญฉลาด
ท้ายที่สุดการดูแลลูกค้าในวันนี้ไม่ได้จบแค่เรื่อง Wellness ทางร่างกายหรือจิตใจอีกต่อไป แต่มันถูกหลอมรวมเข้ากับ “Financial Health” อย่างแยกไม่ออก ดีลระหว่าง SANSIRI และ SCB WEALTH จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ SET New Benchmark สะเทือนทั้งวงการอสังหาฯ และวงการการเงินอย่างแท้จริง
#sansirixscbwealth #curatedwithWEATHMASTERY
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
