หลังยอดขายโตต่อเนื่องมาได้หลายปี Oura บริษัทแรกๆที่คิดค้นสมาร์ทริงก็เปิดตัวสินค้าตัวล่าสุดและพร้อมทำไอพีโอ 

อูร่า เริ่มต้นจากบริษัทแบบสตาร์ตอัปเมื่อปี 2013 จากไอเดียอดีตวิศวกรโนเกีย 3 คนคือ เพตเตริ ลาห์เตลา, มาร์คคุ โคสเคลา และ คาริ คิเวลา ซึ่งหวังเจาะตลาดอุปกรณ์อัจฉริยะเพื่อเก็บข้อมูลสุขภาพที่สวมใส่ได้ (Wearable Tech) ที่ขณะนั้นยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น 

อูร่า ใช้ความเรียบหรู และไม่ดูบีบคั้นหรือกระตุ้นผู้ใช้มากเกินไปเป็นจุดขาย โดยไอเดียดังกล่าวขายได้ จนได้เงินก้อนแรกผ่านแพลตฟอร์มคิกสตาร์ทเตอร์มา 

ปี 2015 อูร่า ได้เงินลงทุนเพิ่มอีก 2.3 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 75 ล้านบาท) จนสามารถผลักดัน ริง 1 แหวนสมาร์ทริง รุ่นแรกออกมา 

โดยจากนั้นก็มีออกมาอีกหลายรุ่น แต่สิ่งที่ทุกรุ่นมีร่วมกันคือแหวนทรงเรียบหรู ใส่ได้ทั้งชาย-หญิง ข้อมูลสุขภาพต่างๆ ที่เก็บรวบรวมได้จะไปปรากฏบนแอป และมีการเก็บค่าสมาชิกรายเดือน 

ปี 2020 สมาร์ทริงของอูร่าดังยิ่งขึ้นไปอีก หลังนิตยสาร ไทม์ ยกให้เป็น 1 ใน 100 นวัตกรรมด้านสุขภาพในยุคโควิด ต่อมาในปี 2022 ก็ไปเตะตา กุชชี่ แบรนด์หรูระดับโลกนำมาสู่การจับมือกันออกสมาร์ทริงทำจากทองคำ และใส่ฟีเจอร์ของรุ่น ริงส์ 3 เอาไว้ 

หมุดหมายสำคัญของ อูร่า มาถึงในปี 2024 หลังคว้าดีลมูลค่า 96 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,130 ล้านบาท) ผลิตสมาร์ทริงให้ทหารในกองทัพสหรัฐฯ เพื่อเก็บข้อมูลด้านสุขภาพที่จำเป็นตามนโยบายกระทรวงกลาโหม 

ปีต่อมา อูร่า ก็ดังขึ้นไปอีกด้วยการที่คนดังในหลายวงการ ทั้ง เจนนิเฟอร์ อนิสตัน นักแสดงหญิงคนดัง เจ้าชายแฮร์รีแห่งราชวงศ์อังกฤษ และ เลบรอน เจมส์ นักบาสเก็ตบอลดังแห่งยุค ต่างก็สวม สมาร์ทริง ของ อูร่า 

มาปี 2026 อูร่า ขายสมาร์ทริง ไปได้แล้ว 5.5 ล้านวงทั่วโลก และได้เปิดตัว ริง 5 ซึ่งเป็น สมาร์ทริง รุ่นที่ 5 ตามชื่อ โดยจุดเด่นคือ เล็กกว่ารุ่นก่อนหน้า 40% แต่แบตเตอรี่ ใช้งานได้นานกว่า พร้อมย่อฟีเจอร์ตรวจวัดสุขภาพของสมาร์ตวอทช์มาไว้ในเครื่องประดับชิ้นเล็ก 

อูร่าตั้งราคาเริ่มต้นของ ริง 5 ไว้ที่วงละ 399 ดอลลาร์ (ประมาณ 14,000 บาท) ซึ่งมาพร้อมค่าบริการรายเดือน 5.99 ดอลลาร์ (ประมาณ 210 บาท) โดยจะเริ่มขาย 4 มิถุนายนนี้ 

นอกจากเปิดตัวสินค้ารุ่นล่าสุดแล้ว อูร่า ยังวางแผนทำไอพีโอในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ภายในปีนี้ ท่ามกลางคาดการณ์ว่ายอดขายที่จะเพิ่มเป็น 1,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 32,600 ล้านบาท) และมูลค่าบริษัทที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน 

ทั้งนี้ปัจจุบัน อูร่า มีพนักงานอยู่ทั้งหมดประมาณ 1,200 คน มีสำนักงานอยู่ทั้งในฟินแลนด์และสหรัฐฯ โดยมีการวิเคราะห์ว่าที่ อูร่า กลายมาเป็นบริษัทยอดขายหลัก 1,000 ล้านดอลลาร์ได้ในเวลาเพียง 13 ปีนั้นเกิดจากหลายปัจจัย 

เริ่มจากแม้จะวางตัวเป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลด้านสุขภาพ แต่กลับมาในรูปแหวนเรียบหรูแบบเครื่องประดับ ต่างจากอุปกรณ์ดังอื่นๆ ในตลาดอย่าง สมาร์ทวอตช์ ที่ใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด

ปัจจัยต่อมาคือ ประสบการณ์ในการใช้ที่ดี เพราะข้อมูลทั้งหมดจะไปอยู่ในแอปและดูได้ผ่านสมาร์ทโฟนและดีไวซ์อื่นๆ ต่างจากสมาร์ตวอตช์ที่ปรากฏการแจ้งเตือนขึ้นมาจนกระตุ้นให้ผู้ใช้เครียด 

ประสบการณ์ในการใช้ที่ดีดังกล่าวยังยืนยันได้จากยอดต่ออายุสมาชิกรายเดือนของอูร่า ซึ่งสูงถึง 80% และเวลาเฉลี่ยในการใช้ที่สูงถึง 23.5 ชั่วโมงต่อวัน หรือกล่าวได้ว่า แทบจะไม่ถอดออกเลย 

ส่วนปัจจัยสุดท้ายคือ ความสามารถในการเก็บข้อมูลสุขภาพที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยรุ่นล่าสุดมีการอัปเกรดซอฟต์แวร์เพื่อรุกตลาดการแพทย์เชิงป้องกัน เช่น ระบบใหม่ที่ช่วยแจ้งเตือนปัญหาสุขภาพล่วงหน้าก่อนจะแสดงอาการ เช่น ความดันโลหิต หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ 

รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยติดตามโดสและผลข้างเคียงสำหรับผู้ที่ใช้ยาลดน้ำหนักกลุ่ม จีแอลพี-1 อีกด้วย /  theguardian, wikipedia, cnn