ปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมตั้งแต่ Sport, Wellness ไปจนถึง Anti-aging กำลังมาแรงอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและความงาม (Health & Beauty Supplement) ในประเทศไทยขยายตัวจนมีมูลค่าทะลุ 80,000 ล้านบาท พร้อมอัตราการเติบโตเฉลี่ย 8-11% ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
ดร.วาสนา อินทะแสง ผู้ก่อตั้ง บริษัท ไบโอแอคทีฟ พลัส จำกัด (BioActive) ได้เผยถึงวิสัยทัศน์และผลการดำเนินงานในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา
พร้อมกางแผนธุรกิจปี 2569 ที่เตรียมรุกทั้งตลาดรีเทลในไทยและปักธงขยายสู่ตลาดโลกอย่างเต็มตัว
🔴 เจาะช่องว่างตลาด สู่จุดยืน “Premium Mass”
ดร.วาสนา กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดถูกขับเคลื่อนด้วย 4 เทรนด์หลัก ได้แก่ 1. Anti-aging (การชะลอวัย) 2. Beauty (ความงาม) 3. Gut Health (สุขภาพลำไส้) และ 4. Sport (กีฬาและการออกกำลังกาย)
ซึ่งสำหรับประเทศไทย ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับ “ความงาม” มาก่อน “สุขภาพ” เสมอ ทำให้ตลาดคอลลาเจนมีขนาดที่ใหญ่มาก
แต่ในขณะเดียวกัน ตลาดก็เต็มไปด้วยสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานตามแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok ซึ่งผู้บริโภคซื้อมาทานแล้วไม่เห็นผล
นี่คือ “ช่องว่าง” ที่ BioActive มองเห็น บริษัทจึงเลือกเจาะตลาดด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่ม Anti-aging ควบคู่กับ Beauty
โดยวางตำแหน่งแบรนด์เป็น “Premium Mass” ที่เน้นคุณภาพ นวัตกรรมที่เชื่อถือได้ เห็นผลจริง และมาในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ ซึ่งมีเป้าหมายสูงสุดคือการเป็น “Top of Mind” เมื่อคนนึกถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

🔴 ยกระดับความต่างด้วย “นวัตกรรม”
เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายดังกล่าว การสร้างความแตกต่างด้วยนวัตกรรม (Innovative Driven) จึงเป็นกุญแจสำคัญที่แบรนด์เลือกใช้เป็นจุดแข็ง
เริ่มตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบพรีเมียมจากฟาร์มพื้นที่สูงในยุโรป และใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างน้ำ RO ในทุกกระบวนการสกัดจนได้รับการรับรองระดับโลก
โดยล่าสุดบริษัทยังได้ขยายพอร์ตโฟลิโอเปิดตัวผลิตภัณฑ์ “TRIBIOTIC 28” ซึ่งเป็นโปรไบโอติกเจาะตลาด Gut Health เพิ่มเติม
นอกจากนี้ อีกหนึ่งก้าวสำคัญที่เข้ามาช่วยยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ คือการจับมือกับ “EXBERRY” ผู้นำด้านนวัตกรรมสีจากธรรมชาติระดับโลก
เพื่อพัฒนาเฉดสีใหม่ที่ชื่อว่า “Purple Plum” สำหรับกลุ่ม Concentrated Liquid Collagen โดยสีดังกล่าวสกัดจาก Black Carrot และ Blueberry
ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มความคงตัวและแก้ปัญหาการเปลี่ยนสีในสินค้ารูปแบบน้ำเข้มข้นแล้ว ยังให้สีสันที่เป็นธรรมชาติโดยไม่กระทบต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์
ความร่วมมือนี้ยังครอบคลุมถึงการทำวิจัยและเฟ้นหาวัตถุดิบใหม่ๆ ร่วมกันในอนาคต พร้อมเตรียมติดสัญลักษณ์ “100% Natural Colour” บนบรรจุภัณฑ์เพื่อตอกย้ำความโปร่งใส
ซึ่ง ดร.วาสนา ย้ำว่านวัตกรรมที่ดีต้องมาพร้อมความปลอดภัยและประสบการณ์ที่ดีของผู้บริโภค สอดคล้องกับมุมมองของ “สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร” ผู้ร่วมก่อตั้งดูแลด้าน Brand & Product Strategy
ที่มองว่าผู้บริโภคยุคนี้ใส่ใจภาพรวมของสินค้าไปจนถึงรูปลักษณ์ที่มองเห็น (Visual Perception) การปรับตัวครั้งนี้จึงเข้ามาเติมเต็มประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์
🔴 ผลตอบรับ 1 ปี และการเจาะกลุ่มเป้าหมาย
จากกลยุทธ์การวางตำแหน่งแบรนด์ที่ชัดเจน ส่งผลให้ตลอดระยะเวลาเพียง 1 ปีของการทำตลาด BioActive สามารถสร้างยอดขายรวมทะลุ 3.5 ล้านกล่อง แบ่งเป็นกลุ่มคอลลาเจนประมาณ 2 ล้านกล่อง
โดยกลุ่มเป้าหมายหลักจะเจาะไปที่วัยทำงานอายุ 25 ปีขึ้นไป ซึ่งมีไลฟ์สไตล์รักสุขภาพและความงาม (Wellness Lifestyle) และต้องการลดการพึ่งพาคลินิก
หรือหลีกเลี่ยงการเจ็บตัวจากการฉีดสารต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย โดยหันมาดูแลตัวเองด้วยการบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบเข้มข้น (Concentrate) เป็นประจำทุกวันแทน
🔴 กลยุทธ์บุกตลาดปี 2569
เมื่อภาพรวมบนช่องทางออนไลน์แข็งแกร่งจนสามารถครองแชมป์อันดับ 1 ในหมวดหมู่อาหารเสริมเพื่อสุขภาพบนแพลตฟอร์ม TikTok และ Shopee ต่อเนื่องมาถึง 7 เดือน
กลยุทธ์ก้าวต่อไปของ BioActive ในปี 2569 จึงมุ่งเน้นไปที่การปูพรมขยายช่องทางจัดจำหน่ายเพื่อให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายที่สุด
เป้าหมายหลักคือการพาแบรนด์เข้าสู่ตลาดออฟไลน์อย่างเต็มตัว ภายใต้แนวคิด “BioActive Near Me” โดยเริ่มจากการนำสินค้าแบบ Single tube เข้าวางจำหน่ายใน 7-Eleven
ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ยอดขายเติบโตถึง 800% ภายในเวลาเพียง 3 เดือน ดันยอดขายจากวันละ 1,000 ชิ้น พุ่งเป็นเกือบ 10,000 ชิ้นต่อวัน
ความสำเร็จนี้ทำให้บริษัทเตรียมขยายช่องทางต่อไปยังร้านขายยา (Pharmacy) ควบคู่ไปกับการปูพรมใช้สื่อโฆษณาครอบคลุมทุกพื้นที่ อย่างเช่นบนขบวนรถไฟฟ้า BTS
ขณะเดียวกัน แบรนด์ยังให้ความสำคัญกับการสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่งด้วยการเปิดตัว “LINE PLUS” เพื่อเป็นพื้นที่ให้ลูกค้าและคนที่สนใจเรื่องสุขภาพ ความงาม และกีฬา ได้มาแลกเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ร่วมกัน
ซึ่งเป็นการสร้างความผูกพันในระยะยาวที่มากกว่าแค่การซื้อขายสินค้าแล้วจบไป

🔴 สยายปีกสู่ Global Market ปรับกลยุทธ์ตามพฤติกรรมแต่ละประเทศ
นอกเหนือจากการปูพรมในประเทศแล้ว การบุกตลาดต่างประเทศก็เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญ
ปัจจุบันแม้สัดส่วนลูกค้าของ BioActive จะยังเป็นคนไทยถึง 95% (จากการขายในประเทศ 90% และส่งออก 5%)
แต่ในความเป็นจริง สินค้าของแบรนด์กลับเป็นที่ต้องการในตลาดต่างประเทศสูงมากผ่านกลุ่มตลาดหิ้ว (Grey Market) สะท้อนได้จากราคาสินค้า 690 บาทในไทย ที่ถูกหิ้วไปทำราคาในต่างประเทศได้สูงถึง 1,200 บาท
ในปีหน้า บริษัทจึงตั้งเป้าหมายขยายสัดส่วนตลาดต่างประเทศให้เพิ่มขึ้นเป็น 25% ของพอร์ตโฟลิโอ
โดยมีทีมงานพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศที่มีประสบการณ์สูงกว่า 15 ปี เข้ามาขับเคลื่อนกลยุทธ์การปรับผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับพฤติกรรมของแต่ละประเทศ
เพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายดังกล่าว แผนการขยายตลาดจะเริ่มเดินเครื่องอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาส 1 ปีหน้า นำร่องด้วยการบุกตลาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป
ซึ่งบริษัทได้เตรียมความพร้อมทั้งการจดทะเบียนบริษัทและเครื่องหมายการค้ามานานกว่า 2 ปี จนผ่านมาตรฐานระดับสูงอย่าง FSSC 22000 และ Six Sigma
โดยสินค้าที่จะนำไปทำตลาดจะโฟกัสกลุ่ม Anti-aging, แมกนีเซียม และคอลลาเจนเป็นหลัก ตามความต้องการของคนในพื้นที่
ขณะที่ตลาดจีนเตรียมจัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ โดยจะเน้นชูผลิตภัณฑ์กลุ่มล้างพิษตับ (Liver Detox) เพื่อตอบโจทย์วัฒนธรรมการดื่มของชาวจีน
พร้อมกับปรับรสชาติให้มีปลายสัมผัสขมเล็กน้อยตามความคุ้นเคยของผู้บริโภค นอกจากนี้ แบรนด์ยังเตรียมเดินหน้าเจาะตลาดในเวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น
รวมถึงใน UAE ที่ผ่านการรับรองจาก FDA แล้ว ซึ่งจะเข้ามาเสริมทัพจากเดิมที่มีวางจำหน่ายอยู่แล้วในนิวซีแลนด์
🔴 เป้าหมายการเติบโต
อย่างไรก็ตาม จากแผนงานที่ครอบคลุมทั้งการออกสินค้านวัตกรรมใหม่ การขยายช่องทางจัดจำหน่ายในไทย และการบุกตลาดโลก
ทำให้บริษัทมั่นใจในเป้าหมายทางการเงินในปีนี้ โดยตั้งเป้าอัตราการเติบโต (Growth Rate) ไว้ที่ 20% โดยคาดการณ์ว่าเฉพาะแบรนด์ BioActive จะทำยอดขายทะลุ 2,000 ล้านบาท จากที่ปัจจุบันทำได้แล้ว 1,500 ล้านบาท
และตั้งเป้ารายได้รวมของทั้งกรุ๊ปบริษัท (Target Group) ปิดที่ระดับ 3,500 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน
