Disney เปิดดีลครั้งสำคัญกับ TikTok อนุญาตให้เหล่าครีเอเตอร์สามารถนำคลิปวิดีโอจากภาพยนตร์ในเครือ ทั้ง Star Wars และ Toy Story 

รวมไปถึง Marvel Cinematic Universe (MCU) ไปใช้ทำคอนเทนต์ลงวิดีโอของตัวเองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย 

ซึ่งหมายความว่าจากนี้คาแรคเตอร์ดังๆ จากคอนเทนต์ใต้ชายคา จะไปปรากฏบน TikTok แล้วยังจะถูกนำไปเผยแพร่ต่อบน Verts แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นของ Disney เองด้วย โดยจะประเดิมในสหรัฐฯ จากนั้นขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ต่อไป 

ส่วนมูลค่าดีล ไม่ได้มีการเปิดเผย แต่มีการประเมินกันว่า อาจจะใกล้เคียงกับดีลมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 33,000 ล้านบาท) กับ OpenAI ที่เพิ่งล่มไปเมื่อเดือนมีนาคม 

เนื่องจากฝ่ายหลังตัดสินใจยุติการพัฒนา Sora เครื่องมือสร้างวิดีโอด้วยเอไอเพื่อไปเน้นพัฒนาธุรกิจด้านอื่น 

อาซัด อายัซ ประธานฝ่ายการตลาดและแบรนด์ของ Disney กล่าวว่า ปัจจุบัน แฟนๆ ของ Disney มีวิธีต่อยอดเรื่องราวของเราในรูปแบบใหม่ๆ อย่างสิ้นเชิง 

ด้าน จอช ดามาโร่ ซีอีโอ Disney กล่าวว่า นี่ถือเป็นดีลใหญ่และมีความสำคัญในระยะยาวต่อปีกธุรกิจสตรีมมิง 

กูรูด้านโซเชียลมีเดีย วิเคราะห์ว่า แม้ Disney เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่จุดดึงดูดความสนใจของผู้ชมกำลังย้ายไปหาฝั่งครีเอเตอร์ โดยเฉพาะคอนเทนต์แบบคลิปวิดีโอแนวตั้งสั้นๆ 

ดังนั้นหากไม่อยากตกยุค ค่ายคอนเทนต์ไม่ว่าอยู่มานานและมีขนาดใหญ่ หรือเพิ่งก่อตั้งเพียงไม่กี่ปีและมีขนาดเล็ก ก็ต้องทำคลิปวิดีโอแนวตั้งสั้นๆ เพื่อช่วยเรื่องการโปรโมท 

ซึ่งในกรณีของ Disney จะช่วยทำให้คาแรคเตอร์คลาสสิกที่อยู่มานานอย่าง มิกกี้ เมาส์ ไม่ถูกลืม และกลับมาอยู่ในบทสนทนาของคนรุ่นใหม่ 

พร้อมกันนี้ยังทำให้การโปรโมทหนังที่มีคาแรคเตอร์ดังๆ อย่างหนังซูเปอร์ฮีโร่ มาร์เวล ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นผ่านเหล่าครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์อีกด้วย 

TikTok ระบุว่า ปีที่ผ่านมามีการโพสต์คอนเทนต์เกี่ยวกับหนังและซีรีส์เฉลี่ยสูงถึง 6.5 ล้านโพสต์ต่อวัน แต่คลิปวิดีโอเหล่านี้ก็อยู่ได้ไม่นาน และไม่ได้กระจายไปสู่คนหมู่มาก 

เพราะเจ้าของลิขสิทธิ์คอนเทนต์และคาแรคเตอร์อย่าง Disney ก็มักสั่งให้ลบอยู่เสมอ 

ดังนั้นนอกจากดีลนี้จะช่วยลดข้อติดขัดและปลดล็อกแล้ว ยังจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ TikTok ได้เป็นอย่างมากอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อควรระวังเรื่องความปลอดภัยทางออนไลน์และการคัดกรอง-กำกับดูแลคอนเทนต์จากครีเอเตอร์อย่างเข้มงวด ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะแถบยุโรปที่จริงจังกับเรื่องนี้ 

ทั้งนี้ ช่วงไม่กี่ปีมานี้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ รวมถึงคลิปวิดีโอสั้นแนวตั้งเข้ามามีบทบาทต่อแผนการโปรโมทของแบรนด์ ต่อเนื่องไปถึงค่ายคอนเทนต์ และอีเวนต์ใหญ่ๆ มากยิ่งขึ้น 

โดยก่อนหน้านี้ เน็ตฟลิกซ์, พาราเมาท์ และ เอชบีโอ แม็กซ์ ต่างก็ทำคลิปวิดีโอสั้นแนวตั้งลงในแพลตฟอร์มตัวเอง 

ขณะที่ฟีฟ่าก็ได้จับมือกับ TikTok ให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์ได้ไปทำคลิปในฟุตบอลโลกครั้งที่เพิ่งจบลงไป เพื่อช่วยเรื่องการโปรโมทและเพิ่มการเข้าถึงคนรุ่นใหม่ 

ด้านรายงานจาก อ็อกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ ระบุว่าในปี 2024 ครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มวิดีโออย่าง YouTube และ TikTok สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้สหราชอาณาจักรมากเกิน 2,900 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 95,000 ล้านบาท) และสนับสนุนการจ้างงานกว่า 45,000 ตำแหน่ง 

ซึ่งก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วโลก ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า เมื่อถึงปี 2031 มูลค่าตลาดของคอนเทนต์จากเหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ (Creator Economy) จะเพิ่มเป็น 64,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.1 ล้านล้านบาท) 

โดยที่จำนวนคอนเทนต์ครีเอเตอร์ทั่วโลก ณ เวลาดังกล่าวก็จะมีมากถึง 696 ล้านคน / bbc, cnn