อีเวนต์กีฬาใหญ่สุดของโลกปี 2026 แน่นอนว่าคือฟุตบอลโลก โดยขณะที่คอบอลต่างเฝ้ารอให้อีเวนต์นี้มาถึงเร็วที่สุด และฟุตบอลทีมชาติของแต่ละประเทศที่ได้ผ่านเข้ารอบก็เร่งเตรียมความพร้อม สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ซึ่งรับหน้าที่ดูแลการแข่งขันก็กำลังเดินหน้าเต็มกำลังสำหรับฟุตบอลโลกครั้งนี้เช่นกัน
FIFA ได้จับมือกับ TikTok ส่งอินฟลูเอนเซอร์และคอนเทนต์ ครีเอเตอร์จากทั่วโลกเข้าไปร่วมทำคอนเทนต์ตลอดการแข่งขันทั้ง 104 แมตช์ โดยประเด็นน่าสนใจอยู่ที่กลุ่มนี้จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปถ่ายทำเนื้อหาเบื้องหลังที่หาดูไม่ได้จากหน้าจอทีวีทั่วไป
รวมถึงได้สิทธิ์ใช้ฟุตเทจไฮไลต์และวิดีโอในคลังของ FIFA มาสร้างคอนเทนต์ในสไตล์ตัวเอง เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้ชมและสร้างทัพคอนเทนต์บน TikTok ที่จะทำให้ฟุตบอลโลกอยู่รอบตัวผู้ใช้งานตลอดเวลา
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชมรุ่นใหม่ อายุระหว่าง 16 ถึง 34 ปี หรือกลุ่ม Gen Z และ Gen Y หลังกลุ่มนี้ดูรายการถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์กันลดลงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้ พวกเขาดูคอนอเทนต์จากอินฟลูฯ และคอนเทนต์ ครีเอเตอร์มากกว่า
ส่วนกีฬาแม้ยังคงได้รับความนิยม แต่ก็เป็นการดูผ่านจอเล็กบนสมาร์ทโฟนซึ่งเป็นจอที่สองแล้ว
ประกอบกับจอสมาร์ทโฟนยังใช้เพื่อดูเบื้องหลัง หรือสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบออนไลน์ไปพร้อมกับการลุ้นผลการแข่งขันอีกด้วย พร้อมข้อมูลสำคัญที่ว่า 90% ของผู้ชมบน TikTok จะมีการตอบสนองหรือทำกิจกรรมต่อเนื่องหลังเห็นคอนเทนต์กีฬาบนแอป
นอกจากใช้เป็นสะพานเชื่อมกับคนรุ่นใหม่แล้ว คอนเทนต์บน TikTok จากอินฟลูฯ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์เหล่านี้ ยังจะช่วยทำให้ FIFA สามารถบริหารจัดการข้อมูล คอนเทนต์และข่าวสารต่างๆ ได้
ต่อเนื่องไปถึงเปิดทางสร้างรายได้ใหม่จากการแบ่งส่วนแบ่งโฆษณา และสานสัมพันธ์กับบริษัทกลุ่มยักษ์เทคที่เป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม ซึ่งอาจก้าวขึ้นมาเป็นผู้ประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในอนาคตได้อีกด้วย

สำหรับฟุตบอลโลกปี 2026 เต็มไปด้วยความน่าสนใจ และหลายอย่างก็เป็นครั้งแรก เช่น ครั้งแรกที่ 3 ประเทศคือ สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วมกัน ขณะที่ทีมชาติที่ได้ผ่านเข้ามาแข่งขันก็เพิ่มเป็น 48 ทีม ส่งผลให้การแข่งขันเพิ่มเป็น 104 แมตช์
นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่จะมีการแบ่งเป็น 4 ช่วงหรือควอเตอร์แบบกีฬากลุ่มอเมริกันเกมส์ เช่น อเมริกันฟุตบอล และบาสเกตบอล เพื่อป้องกันนักกีฬาเป็นลมหมดสติจากอากาศร้อน

ส่วนทาง FIFA ได้มีการเพิ่มช่องทางการโปรโมตการแข่งขันอย่างเต็มที่ และดูเหมือนว่าจะหันมาให้ความสำคัญกับจอสมาร์ทโฟนมากยิ่งขึ้น โดยหลักฐานยืนยันคือ การจับมือกับค่ายเกมทำเกม FIFA ภาคใหม่ที่จะสามารถเล่นได้ผ่านแพลตฟอร์มของ Netflix หลังเล่นผ่านเกมคอนโซลมานาน
และล่าสุดคือการส่งทัพอินฟลูฯ ไปทำคอนเทนต์ติดขอบสนามดูได้ผ่าน TikTok ซึ่งยังทำให้มีอีกประเด็นแตกออกมา นั่นคือกลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่จะยิ่งทวีความสำคัญต่อเจ้าของแพลตฟอร์ม แบรนด์สินค้าและอีเวนต์ต่างๆ มากขึ้น จนถือเป็นตลาดใหญ่ (Creator Economy)
มีการคาดการณ์ว่าเมื่อถึงปี 2031 โลกจะมีคอนเทนต์ครีเอเตอร์มากถึงเกือบ 700 ล้านคน จนเงินสะพัดในตลาด Creator Economy ทั่วโลกสูงถึง 64,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท) / theguardian
