ในแต่ละวัน การที่เราเลือกว่าจะกินอะไร ดื่มอะไร หรือการเลือกซื้อสินค้าสักชิ้น ฟังดูเหมือนเป็นเพียงการตัดสินใจเล็ก ๆ ที่ไม่ได้สำคัญอะไร
แต่ในความจริง ทุก ๆ การเลือก ของผู้บริโภคอาจส่งผลต่อเนื่องไปไกลกว่าที่คิด….
เพราะกาแฟหนึ่งแก้วที่ดื่มในตอนเช้า อาจเชื่อมโยงถึงการช่วยสร้างโอกาสให้เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟมีรายได้ที่มั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี น้ำดื่มหนึ่งขวดอาจเชื่อมโยงไปถึงการดูแลแหล่งน้ำ หรือบรรจุภัณฑ์หนึ่งชิ้นก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามากขึ้น
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้หากแบรนด์นั้น ๆ ใส่ใจจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ มีจุดเริ่มต้นจากวิธีคิดและกระบวนการผลิตที่คำนึงถึงผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม
โดยแนวคิดที่ว่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของแคมเปญที่ชื่อว่า “เลือกดี ชีวิตดีไปด้วยกัน” จากเนสท์เล่ ที่อยากชวนคนไทยกลับมามองเรื่องธรรมดาอย่าง “การเลือกอาหารและเครื่องดื่มในชีวิตประจำวัน” ในมุมใหม่
เพราะการเลือกสิ่งที่ดี ทางเลือกเล็ก ๆ เหล่านั้นก็อาจส่งต่อผลลัพธ์ที่ดีไปได้ไกลกว่าที่คิด และจุดประกายให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของทุกการเลือกในแต่ละวัน
พร้อมทั้งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเนสท์เล่ในการร่วมสร้างอนาคตที่ดีและยั่งยืนให้กับประเทศไทย ผ่านการดำเนินธุรกิจที่สร้างคุณค่าร่วมแก่ผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ตามปรัชญา Creating Shared Value (CSV) ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจในการดำเนินงานของเนสท์เล่เพื่อสะท้อนความเป็นบริษัท Good food, Good life

คุณสลิลลา สีหพันธุ์ ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และความยั่งยืน บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด อธิบายว่า
“เนสท์เล่ นอกจากจะเป็นบริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำระดับโลกที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 130 ปี ด้วยสโลแกนของบริษัทที่ว่า Good food, Good life สะท้อนความตั้งใจที่จะส่งมอบอาหารและเครื่องดื่มที่นอกจากเรื่องของรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการแล้วยังต้องสร้างคุณภาพชีวิตและผลลัพธ์ที่ดีต่อเกษตรกร ชุมชน สิ่งแวดล้อม และโลกใบนี้ไปพร้อม ๆ กัน”
สำหรับแคมเปญ “เลือกดี ชีวิตดีไปด้วยกัน” จึงเลือกนำเสนอผ่านผลิตภัณฑ์ของเนสท์เล่ในหลากหลายเรื่องราวและความตั้งใจที่มากกว่าการนำเสนออาหารที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ แต่ยังหมายถึงการสร้างคุณค่าที่ส่งต่อไปถึงผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การให้ความรู้ด้านโภชนาการแก่คนไทยทุกวัยทั่วประเทศ การสนับสนุนเกษตรกร และการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น

– ผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ ที่ทำโครงการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟชาวไทยให้มีรายได้ที่มั่นคงยิ่งขึ้น และส่งเสริมการเพาะปลูกกาแฟให้ยั่งยืนมากยิ่งขึ้น พร้อมรับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรโดยตรงมายาวนานกว่า 40 ปี

– การเลือกดื่มน้ำเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ที่แบรนด์ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลพิทักษ์ทรัพยากรน้ำ ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ บริเวณคลองขนมจีนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายใต้โครงการเนสท์เล่ น้ำรักษ์น้ำ ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง

– นอกจากนี้ เนสท์เล่ ยังมีโครงการส่งเสริมให้เกษตรกรไทยนำหลักการเกษตรเชิงฟื้นฟูมาใช้ในการทำฟาร์มโคนม เพื่อเพิ่มผลผลิตทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ สร้างรายได้ที่มั่นคงยิ่งขึ้นให้กับเกษตรกร ฟื้นฟูดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และลดการปล่อยคาร์บอนไปพร้อมกัน
– รวมถึงในเรื่องของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เนสท์เล่ยังเลือกดีไซน์ให้บรรจุภัณฑ์สินค้าหลาย ๆ ตัวสามารถนำไปรีไซเคิลได้ เพื่อลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่
“บวกกับแนวคิดสำคัญของแคมเปญ เลือกดี ชีวิตดีไปด้วยกัน ยังเกิดจากจากความเชื่อที่ว่า การมีชีวิตที่ดีไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เสมอไป แต่สามารถเริ่มจากการเลือกสิ่งที่ดี เล็ก ๆ น้อย ๆ ในทุกวันของเรา เพราะเราต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้บริโภคเห็นความสำคัญของการเลือกที่ดี โดยเชื่อมโยงอาหารที่ดีไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมสะท้อนความตั้งใจของเนสท์เล่ในการส่งมอบคุณค่าผ่านผลิตภัณฑ์และการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง” คุณสลิลลา กล่าวสรุป
ทั้งหมดนี้คือความตั้งใจที่ทาง เนสท์เล่ ตั้งใจชวนให้ทุกคนเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงสร้างชีวิตที่ดีให้กับทั้งตัวเอง ผู้คนรอบข้าง สังคม รวมถึงโลกใบนี้ ที่สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ จากสิ่งที่ทุกคนทำอยู่แล้วในทุกวันอย่าง “การเลือก” นั่นเอง…
