True ID ต่อยอดความสำเร็จจากมินิแอปไมโคร ดรามา ‘ตาตั้ง by TrueID’ โดยเปิดตัว มินิแอปวาไรตี้คอนเทนต์ ‘DOODi by TrueID’ พร้อมเจาะลึกวิสัยทัศน์โลกความบันเทิงและโซลูชันการตลาดของแพลตฟอร์มทรูไอดี

คุณวินท์รดิศ กลศาสตร์เสนี กรรมการผู้จัดการ ทรูไอดี พร้อมด้วย ‘คุณนิราวัลย์ วิไลสวรรค์’ Senior Leader, TrueID Commercial Strategy มาร่วมเปิดแผนการยกระดับทรูไอดีจากการเป็นเพียงแพลตฟอร์มรับชมคอนเทนต์ สู่การเป็น Total Solution ที่เชื่อมโยงแบรนด์ ครีเอเตอร์ และผู้ชมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
ในยุคที่โลกการตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าคนไทยกว่า 69% เลือกที่จะ ‘ดู’ มากกว่า ‘อ่าน’ และผู้คนเกือบครึ่งประเทศหันมาเสพคอนเทนต์วิดีโอสั้นที่ย่อยง่าย ทรูไอดีจึงต้องก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ
จุดเริ่มต้นจากความเข้าใจผู้ชม
แก่นแท้ของการสร้างแบรนด์ในยุคนี้ คือการทำความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง
ทรูไอดีจึงเผยโฉมแบรนด์น้องใหม่ “DOODi by TrueID” (ดูดิ) ภายใต้สโลแกน “ชอบดู ต้องดูดิ” เพื่อทำหน้าที่เป็นเสมือนเพื่อนที่คัดสรรความบันเทิงหลากหลายสไตล์มาเสิร์ฟให้ตรงกับความสนใจของคนทุกกลุ่ม
ในวันที่การลงโฆษณาแบบดั้งเดิมอาจไม่เพียงพอ แบรนด์ต้องเลิกมองผู้ชมเป็นแค่ยอดวิว แต่ต้องดึงพวกเขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้
แนวคิดนี้สะท้อนชัดเจนผ่านทัพรายการออริจินัลที่ดึงครีเอเตอร์และศิลปินชั้นนำมาร่วมงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรายการอย่าง True Haunt เรื่องเล่าคืนหลอน, ป๋าเชียร์ เฮียเล่า, The Celebrities, ตัวตึงรุ่นจิ๋ว The Little Mission, อังคารคลุมโปง The Mu Curse, พุธทอล์คพุธโทร Shared Love, Mu to Go, The Exclusive และ TechBiz Update พร้อมทยอยนำเสนอคอนเทนต์ใหม่ตลอดทั้งปี
ก้าวสู่ระบบการร่วมสร้างสรรค์
เมื่อเข้าสู่ยุคที่การเสพคอนเทนต์มีความหลากหลาย ความท้าทายที่ตามมาคือการสร้างสรรค์เนื้อหาที่โดดเด่นและดึงดูดใจ แพลตฟอร์มยุคใหม่จึงต้องเปิดพื้นที่แห่งความอิสระ
ทรูไอดีตอกย้ำความสำเร็จจาก “ตาตั้ง” (อ่าน: TrueID ส่ง ‘ตาตั้ง’ คลังไมโคร ดรามา) แบรนด์ซีรีส์แนวตั้ง สู่การขยายความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Drama Box และ ShortMax เพื่อนำองค์ความรู้มาถ่ายทอดให้ครีเอเตอร์ไทย
การดึงดูดผู้คนจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การซื้อลิขสิทธิ์รายการ แต่คือการร่วมสร้างสรรค์เนื้อหาภาษาท้องถิ่นที่ทรงพลัง เพื่อเป็นเวทีเชื่อมต่อระหว่างครีเอเตอร์กับแฟนคลับ เกิดเป็นปฏิสัมพันธ์และการติดตามอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ยังมีการใช้กลยุทธ์มินิแอปในการกระจายคอนเทนต์เข้าไปยังแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคใช้งานอยู่แล้ว อย่างเช่น True และ TrueMoney เพื่อให้เข้าถึงผู้ใช้งานระดับ Mass ทั่วประเทศได้อย่างไร้รอยต่อ
ระบบคอมเมอร์เชียลที่ผสานเป็นหนึ่งเดียว
ยุคนี้คือการขยายตัวสู่โซลูชันการตลาดแบบครบวงจร ภายใต้บริการ TrueID Advertising Solutions ในสภาวะที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมายและมีแอปพลิเคชันที่ใช้งานในมือเฉลี่ยกว่า 9 แอปต่อเดือน การทำโฆษณาแบบยัดเยียดอาจไม่เกิดผล
การสร้างแบรนด์จึงต้องปรับเปลี่ยนมุมมองจากการขายสินค้าตรง ๆ ให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ผู้ชม
ทรูไอดีเปิดโอกาสให้แบรนด์เข้ามามีส่วนร่วมในเนื้อหาหลากหลายรูปแบบ ทั้งการสอดแทรกสินค้าในคลังละครสั้น, การสร้างเรื่องราวเสริมของแบรนด์ หรือแม้แต่การให้แบรนด์สามารถกำหนดเส้นเรื่องและนักแสดงได้เองในละครแนวตั้ง
รวมถึงการทำ Affiliate Marketing ที่เปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์ตัวเล็ก ๆ รีวิวและสอดแทรกตะกร้าสินค้าให้ผู้บริโภคกดสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชัน 7-Eleven ได้ทันที นับเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ผู้บริโภคสัมผัสได้และพร้อมที่จะจ่ายเงินสนับสนุน
พลังดาต้าและเทคโนโลยี
การสื่อสารคอนเทนต์ที่ดีจะไม่เกิดผลสูงสุดหากขาดการเข้าถึงที่แม่นยำ ทรูไอดีใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศที่แข็งแกร่งของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ด้วยการนำ First Party Data จากฐานผู้ใช้งานกว่า 49 ล้านคน มาวิเคราะห์ไลฟ์สไตล์อย่างปลอดภัยภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA – Personal Data Protection Act
แพลตฟอร์มในระดับนี้จะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้งการใช้ระบบล็อกเป้าหมายส่งการแจ้งเตือนแบบเฉพาะพื้นที่ผ่าน Push Notification และ SMS เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์ออนไลน์สู่การเดินทางไปสัมผัสพื้นที่ร้านค้าจริงได้อย่างแม่นยำ
ระบบนิเวศดิจิทัลที่มีชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง
ซึ่งเป็นการยกระดับข้ามขีดจำกัดทั้งหมด สู่การเป็นศูนย์กลางระบบนิเวศดิจิทัลที่มีชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งถูกขับเคลื่อนผ่านแกนหลักคือ คอนเทนต์ คอมมูนิตี้ และโอกาสทางธุรกิจ อย่างครบวงจร
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลง ทรูไอดีในยุคใหม่จะต้องมองถึงผลกระทบในระยะยาว ด้วยการผสานนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับการตลาด ทั้งการใช้เทคโนโลยี AI ตรวจกรองเนื้อหา และการพัฒนานวัตกรรม
อย่างเทคโนโลยี DII (Dynamic Interactive Insertion) บนกล่อง TrueID TV ที่สามารถยกระดับทีวีมาตรฐานให้เป็น Targeting TV ทำให้แบรนด์สามารถระบุและส่งโฆษณาเจาะกลุ่มเป้าหมายแต่ละครัวเรือนได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้สนใจสินเชื่อหรือกลุ่มครอบครัว เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้ไร้รอยต่อที่สุด
ในวันที่การตลาดไม่ได้จบอยู่แค่การซื้อพื้นที่โฆษณา การหลอมรวมคอนเทนต์ ครีเอเตอร์ คอมมูนิตี้ และนวัตกรรมเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน
จะทำให้แพลตฟอร์มและพันธมิตรกลายเป็นระบบนิเวศที่สามารถเชื่อมต่อและสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้คนได้ทุกวัน
นี่คือเส้นทางของแบรนด์ที่จะชนะใจผู้บริโภค ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทย และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคที่การ ‘ร่วมสร้างสรรค์’ คือทุกสิ่งอย่างแท้จริง
