ธนาคาร All Free “เคาน์เตอร์เซอร์วิส” จะบาดเจ็บขนาดไหน ?

เมื่อ ธนาคาร ฟรีค่าธรรมเนียม “ฉีกกฎ” ตัวเอง โดยหนึ่งในความฟรีที่ ธนาคาร มอบเป็นของขวัญให้คนทั่วประเทศต้องตะลึงนั้นคือ “ฟรีค่าธรรมเนียมสารพัดบิลค่าใช้จ่าย”

แน่นอนธุรกิจที่ได้รับแรงกระแทกมากที่สุด ก็คือธุรกิจ “บิลเพย์เมนต์” โดย บิ๊กซี,เทสโก้ โลตัส, หรือ เซ็นทรัล อาจจะไม่ได้บาดเจ็บรุนแรง เพราะนี้ไม่ใช่ธุรกิจหลักของตัวเอง

คนที่ต้องวิตกกังวลมากที่สุดนั้นคือ “เคาน์เตอร์เซอร์วิส” ที่เป็นบริษัททำธุรกิจ “บิลเพย์เมนต์” แบบเป็นจริงเป็นจัง

เพราะเมื่อมองข้อมูลปี 2017 ที่ผ่านมา จำนวนบัญชีที่ใช้ Mobile Banking มีมหาศาลแถมยังทำสารพัดธุรกรรมออนไลน์ โดยในเวลานั้นธนาคารยังกินของหวานที่ชื่อว่า “ค่าธรรมเนียม”

ธนาคาร ฟรีค่าธรรมเนียม

1,230 ล้านรายการ นั้นคือตัวเลขของปีที่ผ่านมา แต่เมื่อธนาคารยกเลิกค่าธรรมเนียมในปีนี้ การกดจ่ายสารพัดบิลจะมาแบบรัวๆ โดยที่ไม่ต้องจ่ายผ่าน “เคาน์เตอร์เซอร์วิส”

แล้วไม่ใช่ “เคาน์เตอร์เซอร์วิส” จะเพิ่งตื่นรู้สึกตัว เพราะช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก็พัฒนาเว็บไซต์ www.allticket.com และ Application CounterService Pay ช่องทางจ่ายเงินออนไลน์

เพียงแต่ตอนที่ “เคาน์เตอร์เซอร์วิส” ไปสู่การจ่ายบิลออนไลน์ที่คิดค่าธรรมเนียม 10 – 15 บาทนั้นธนาคารยังไม่ได้ปลดล็อคฟรีค่าธรรมเนียม

แต่เมื่อธนาคารปักป้ายคำว่าฟรีจ่ายบิลค่าธรรมเนียม คงไม่ต้องถามว่าคนที่ใช้ Mobile Banking จะยินยอมจ่ายกับ Application ของ “เคาน์เตอร์เซอร์วิส” ที่เสียค่าธรรมเนียมหรือไม่ เพราะไม่ว่าใครๆ ก็ต้องชอบของฟรี

ถึงจะประเมินไม่ได้ว่า Effect ครั้งนี้ “เคาน์เตอร์เซอร์วิส” จะสูญเสียรายได้ไปเท่าไร แต่อย่าลืมว่า 31.6 ล้านบัญชีที่ใช้ Mobile Banking คิดเป็น 1 ใน 3 ของบัญชีทั้งหมดในประเทศไทย

ยังเหลืออีกประมาณ 60 ล้านบัญชีที่ยังไม่มี Mobile Banking แล้วก็น่าจะเป็นลูกค้าที่ยังจะใช้บริการ ของ “เคาน์เตอร์เซอร์วิส”

ที่สำคัญ “เคาน์เตอร์เซอร์วิส” ไม่ได้มีแค่ธุรกิจรับชำระบิลอย่างเดียว แต่ยังมีธุรกิจรับชำระและทำประกัน,ขายตั๋วเครื่องบิน,ขายบัตรคอนเสิร์ตและรายการโชว์ต่างๆ ซึ่งหลายคอนเสิร์ตหลายโชว์ก็เป็น Exclusive ขายบัตรเฉพาะที่ “เคาน์เตอร์เซอร์วิส” ทีเดียว

เวลานี้ “เคาน์เตอร์เซอร์วิส” คงต้องยกตาชั่งมาวัดน้ำหนักรายได้ที่หายไปกับรายได้ที่ยังคงอยู่ ว่าจะทำให้ธุรกิจของตัวเองเสียสมดุลย์ไปมากน้อยแค่ไหน ? 

 

แต่ที่แน่ๆ เกมที่กลุ่มธนาคารเฉือนเนื้อฟรีค่าธรรมเนียมครั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ประเมินตัวเลขคร่าวๆ ว่ารายได้จะหายไปรวมๆ กันมากกว่า 9,000 ล้านบาทในปี 2018 และจะหายมากขึ้นในปีต่อๆ ไป

เรื่องนี้ทำให้คิดได้ว่า แค่ธุรกิจเดียวอย่างธนาคารยอมเจ็บตัวเพื่อแข่งขันแย่งชิงลูกค้าและหวังลดจำนวนสาขาในอนาคต แต่สะเทือนไปอีกหลายธุรกิจที่ต้องรับชะตากรรม

ถ้าไม่เชื่อลองถาม “ตู้บุญเติม” ธุรกิจตู้เติมเงินมือถือซึ่งเป็นผู้ที่น่าจะ “บาดเจ็บ” มากกว่า เคาน์เตอร์เซอร์วิส”

เพราะรายได้ของ “ตู้บุญเติม” 86% มาจากการให้บริการเติมเงิน แต่ลูกค้ากำลังหมางเมินไปสู่การเติมผ่านออนไลน์ทั้ง Mobile Banking และผ่านเว็บไซต์ เพียงเพราะคำว่าของ “ฟรี” 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline